โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัว ASUS ROG Phone 7 Series มือถือเกมมิงที่ใส่สุดแบบรอบด้าน แถมพัดลมยังเป็นซับวูฟเฟอร์ในตัวได้อีก !

BT Beartai

อัพเดต 14 เม.ย. 2566 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2566 เวลา 18.38 น.
เปิดตัว ASUS ROG Phone 7 Series มือถือเกมมิงที่ใส่สุดแบบรอบด้าน แถมพัดลมยังเป็นซับวูฟเฟอร์ในตัวได้อีก !

เดินทางมาถึงรุ่นที่ 7 แล้ว สำหรับสมาร์ตโฟนเกมมิงจากไต้หวันอย่าง ASUS ROG Phone 7 Series ที่รอบนี้ออกมา 2 รุ่น คือ ROG Phone 7 และ ROG Phone 7 Ultimate ที่ได้อัดเต็มมารอบด้านทั้งภาพ เสียง ไปจนถึงสเปกข้างใน ! แถมยังได้เปิดตัวพัดลม AeroActive Cooler 7 ที่นอกจากจะทำเครื่องให้เย็นลงแล้ว ยังเป็นลำโพง Subwoofer ในตัวได้อีกต่างหาก !

ROG Phone 7 (ซ้าย) และ ROG Phone 7 Ultimate (ขวา)
ROG Phone 7 (ซ้าย) และ ROG Phone 7 Ultimate (ขวา)

อย่างแรกที่ใส่สุดใน ROG Phone 7 Series (ทั้ง 2 รุ่น) ก็คือเรื่องของสเปกภายในเครื่อง โดยได้ให้ชิปเซตมาเป็น Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2, RAM ขนาดสูงสุด 16GB LPDDR5X, ROM ขนาดสูงสุด 512GB UFS 4.0 รวมถึงได้มี X-Mode ซึ่งเป็นโหมด Overclock ของ ROG Phone มาสักพักแล้ว แต่ครั้งนี้มาพร้อมกับการปรับแต่ง X-Mode ใหม่ ที่จะเพิ่มความสมดุลระหว่างความประหยัดพลังงาน และประสิทธิภาพ, การจัดการเทรดของ CPU ให้พร้อมกับเวลาที่เราเปิด X-Mode และการ Optimize หรือการปรับค่าตัวเครื่องให้รับกับแต่ละเกมที่อยู่บนสมาร์ตโฟนอยู่เรื่อย ๆ

ซึ่งทาง ASUS ได้เคลมไว้เองในงาน Media Briefing ว่าจะทำให้เครื่องเร่งประสิทธิภาพได้ดีกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ ที่ใช้ชิปเซต Snapdragon 8 Gen 2 เหมือนกัน (ผ่านการทดสอบ CPU ใน Antutu และ Geekbench) แถมยังได้บอกว่าตัวเครื่องจะรองรับการ Ray Tracing ในเกมที่รองรับ ผ่าน Snapdragon Elite Gaming อีกด้วย

เรื่องความร้อน ทาง ASUS ก็บอกว่าได้ปรับระบบระบายความร้อนภายในเครื่องมาใหม่ด้วยการวางแผ่นกราไฟต์ทั้งหน้าและหลังเครื่อง, แผ่น Vapor Chamber ที่จัดเรียงด้านในใหม่ออกมาเป็น ‘Rapid-Cycle Vapor Chamber’ ที่จะวนเวียนสลับกันระหว่างน้ำที่ระเหย และควบแน่นกลับมาเป็นน้ำภายในแผ่นทองแดงนั้นให้เร็วมากขึ้น ทำให้จัดการอุณหภูมิได้ดีขึ้น แต่ถ้ายังร้อนอยู่ ก็สามารถติดพัดลม AeroActive Cooler 7 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกันได้

เรื่องเสียงเองก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ด้วยลำโพงคู่ที่ส่งเสียงด้านหน้า, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., การรองรับ High-Res Audio, High-Res Audio Wireless, Codec Bluetooth ทั้ง aptX, aptX Adaptive และ Snapdragon Sound ส่วนหน้าจอของ ROG Phone 7 Series นั้นได้ใช้เป็นพาแนล AMOLED ของ Samsung รีเฟรชเรต 165Hz, Touch Sampling 720Hz, สว่างสูงสุด 1,500 nits, ความแม่นยำของสีที่ 111% DCI-P3, Delta-E < 1 ขนาด 6.78 นิ้วที่ความละเอียด 2448 x 1080 พิกเซล (FHD+)

กล้องของ ROG Phone 7 Series นั้นประกอบไปด้วยเลนส์หลักขนาด 50 ล้านพิกเซล (IMX766), เลนส์มุมกว้างขนาด 13 ล้านพิกเซล และเลนส์มาโครขนาด 5 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าขนาด 32 ล้านพิกเซล และมีแบตเตอรี่แบบเซลล์คู่ ขนาดรวม 6,000 mAh พร้อมมาตรฐานชาร์จไว Quick Charge 5.0 และ PD สูงสุด 65W อีกด้วย

ฟีเจอร์อื่น ๆ ก็ถือว่ายังจัดเต็มเหมือนเดิม ทั้ง Air Trigger ด้านบนตัวเครื่อง และฟีเจอร์ใหม่ใน Game Genie ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ HUD ที่ครอบทับเกมของ ROG Phone ที่ประกอบไปด้วย

  • X Sense : ตรวจจับเกมที่เรากำลังเล่นอยู่ แล้วส่งแจ้งเตือนเหตุการณ์สำคัญภายในเกม เช่นถ้ามีรูนดรอปอยู่ตรงไหน ตัวเครื่องก็จะแจ้งเตือนบอกเราได้ (จากการสอบถามของผู้เขียน ทาง ASUS แจ้งว่า ถ้ามีการแข่งเราสามารถบังคับผ่าน Esport Mode ที่จะปิดทุกอย่างที่จะส่อไปทางโกงได้)
  • X Capture : ระบบตรวจจับเหตุการณ์สำคัญภายในเกม และอัดวิดีโอหน้าจอของเราขณะที่เราอยู่ในช่วงสำคัญภายในเกมให้แบบอัตโนมัติ (เช่นเก็บคิลได้, เกมชนะ, จังหวะสำคัญในเกม เป็นต้น)
  • Background Mode : ที่จะเปิดเกมที่เราต้องการเอาไว้ในพื้นหลัง และยังใช้กับเกมที่เปิด Auto ได้

โดยทั้ง 2 รุ่นนั้นไม่ได้มีสเปกทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ที่แตกต่างกันมากนัก จะต่างก็ตรงที่ใน ROG Phone 7 Ultimate จะมีฟีเจอร์ที่ใกล้เคียงกับ ROG Phone 6D Ultimate ที่แบไต๋เราเคยได้รีวิวไป ที่จะมีช่องรับลมจากพัดลม AeroActive Cooler ที่ชื่อ ‘AeroActive Portal’ ซึ่งเมื่อต่อพัดลม AeroActive Cooler เข้าไปแล้ว ช่องนี้จะเปิดออกผ่านมอเตอร์ ส่งลมจากพัดลม ผ่านฟินทองแดง เข้าไปเป่าตัวบอร์ดโดยตรง ให้อุณหภูมิตัวเครื่องเย็นลงกว่าเดิม และหน้าจอ ROG Vision ด้านหลังตัวเครื่องที่จะให้เราเปลี่ยนภาพด้านหลังเครื่องได้ตามที่แอปฯกำหนดไว้ รวมถึงให้เปลี่ยนภาพตามสถานการณ์ก็ได้เช่นกัน ซึ่งทำให้ดีไซน์ฝาหลังของทั้ง 2 รุ่นแตกต่างกัน

พัดลม AeroActive Cooler 7 ที่เปิดตัวมาพร้อมกันนั้น นอกจากจะทำหน้าที่ให้ความเย็นให้กับตัวเครื่อง (โดยเฉพาะใน ROG Phone 7 Ultimate) แล้ว ยังทำหน้าที่เป็น Subwoofer ทำให้ตัวเครื่องเป็นระบบสเตอริโอแบบ 2.1 Channel ไปในตัวด้วย ซึ่งตัวมันเองยังมีพอร์ต USB-C และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ให้สามารถต่อโดยตรงผ่านพัดลมได้ โดยไม่ต้องต่อด้านข้างเลย

โดย ASUS ROG Phone 7 เปิดตัวที่ราคา 999 ยูโร (ประมาณ 37,600 บาท) ที่ความจุเริ่มต้น (12/256GB) โดยไม่รวม AeroActive Cooler 7 มาให้ในกล่อง ในขณะที่ ASUS ROG Phone 7 Ultimate มีเฉพาะรุ่นความจุ 16/512GB เปิดตัวที่ราคา 1,399 ยูโร (ประมาณ 52,600 บาท) ซึ่งแถมพัดลม AeroActive Cooler 7 มาให้ในกล่องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าใครที่สนใจอาจจะต้องรอหน่อย เพราะตอนนี้ยังไม่ได้มีการประกาศวันจำหน่ายในประเทศไทยที่ชัดเจนออกมา

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...