โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนาคารกรุงเทพ มองตลาดบัตรเครดิตสดใส คาดยอดใช้จ่ายปี 66 โต 17%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 มี.ค. 2566 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2566 เวลา 06.31 น.

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2566 เป็นปีที่สดใสสำหรับตลาดบัตรเครดิตเนื่องจากภาคธุรกิจและผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นโดยในช่วง 2-3 เดือนแรกของปี 66 ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตประมาณ 17% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เท่าระดับก่อนการระบาดของโควิด

“ในช่วง 2-3 เดือนแรกของปีนี้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของทั้งตลาดโตประมาณ 16-18% หรือเฉลี่ยประมาณ 17% สูงกว่าในช่วงการระบาดของโควิด เพราะผู้บริโภคมั่นใจทั้งในด้านรายได้ของตนเอง ภาวะเศรษฐกิจจากการที่ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ในภาคการท่องเที่ยว น้ำมัน และห้างสรรพสินค้า”

ในส่วนของธนาคารกรุงเทพ ปัจจุบันมีฐานลูกค้าบัตรเครดิตอยู่ที่ 2.1 ล้านใบ คาดว่าสิ้นปี 66 จะโตเพิ่มอีก 2 แสนใบ หรือเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.3 ล้านใบ สำหรับยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตของธนาคารกรุงเทพอยู่ที่ 15% โดยคาดว่าในช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์ จะมียอดการใช้จ่ายเพิ่มขี้น และคาดว่าในปี 66 จะมียอดใช้จ่ายบัตรเครดิตในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

“ปีนี้คาดว่ายอดใช้จ่ายบัตรเครดิตในต่างประเทศของธนาคารกรุงเทพจะมีสัดส่วนที่สูงขึ้นเป็น 17-18% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 15% ขณะที่ยอดใช้จ่ายออนไลน์คาดว่าจะยังโตแบบก้าวกระโดด”

สำหรับหนี้เสีย (NPL) ของบัตรเครดิตของธนาคารเมื่อปี 65 อยู่ที่ประมาณ 1.7-1.8% โดยในปี 66 คาดว่าจะทรงตัวจากปีที่ผ่านมา มาจากมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เช่น การลดอัตราการจ่ายขั้นต่ำ ทำให้มีการชะลอการเป็นหนี้เสีย โดยคาดว่าธปท. จะไม่รีบปรับมาตการช่วยเหลือในทันทีเนื่องจากต้องรอให้เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน

ในส่วนของการทำ Buy Now Pay Later มองว่ายังเป็นโมเดลที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากลูกค้าเป็นบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ลูกค้าของธนาคารซึ่งอาจทำให้ธนาคารไมีมีข้อมูลมากพอที่จะประเมินความเสี่ยงของลูกค้า

นายโชค เปิดเผยต่อว่า สำหรับบัตรเดบิตของธนาคารกรุงเทพปัจจุบันมีฐานลูกค้าประมาณ 9 ล้านราย โดยแม้ว่าปัจจุบันจะมีการชำระเงินผ่านการสแกน QR Code เช่น พร้อมเพย์ แต่ธนาคารจะยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่อไป โดยต้องการสนับสนุนให้ใช้ดิจิทัลการ์ด เนื่องจากมีความปลอดภัย ผู้บริโภคสามารถเปิดปิดบัตร และกำหนดวงเงินได้เอง

“ธนาคารกรุงเทพจะยังเดินหน้าขยายลูกค้าบัตรเดบิตต่อไปโดยเฉพาะในกลุ่ม New Generation แม้ว่าจะมีการใช้จ่ายผ่านพร้อมเพย์เข้ามาแต่การจ่ายผ่านบัตรเดบิตในการซื้อของออนไลน์จะได้การคุ้มครองหากสินค้าไม่ตรงปกด้วย นอกจากนี้หากไม่ทีบัตรอาจทำให้ไม่สามารถชำระเงินกับร้านที่ไม่รับชำระออนไลน์ เช่น ในประเทศเกาหลีใต้ที่นิยมใช้บัตรแบบ Contactless มากกว่า QR Code ซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการบัตร เช่น วีซ่า และ มาสเตอร์การ์ด บังคับให้การออกบัตรต้องเป็น Contactless ทั้งหมด”

นายโชค ยังได้กล่าวถึง กรณีที่มิจฉาชีพมีการโกงผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตว่า การโกงของมิจฉาชีพอาศัยช่องว่างที่ผู้ให้บริการบัตร เช่น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด อนุญาตให้สามารถทำธุรกรรมได่แบบไม่ต้องส่งเลข OTP อย่างไรก็ตามปัจจุบันได้มีการออกกฎต่างๆ เพื่อป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ เช่น หากพบว่ามีการทำธุรกรรมที่ถี่มากเกินไปธนาคารต้องตรวจสอบและแจ้งลูกค้าทันที

“การโกงผ่านเดบิตเครดิต เดิมทีผู้ให้บริการบัตร เช่น วีซ่า และมาสเตอร์การ์ดต้องให้ยืนยันตัวตนด้วย OTP ก่อนการทำธุรกรรม ทำให้มีการทุจริตยาก แต่ต่อมาร้านค้ามองว่าหากใช้ OTP ความสำเร็จในการทำธุรกรรมจะน้อย เช่น ส่ง OTP ไม่ทัน ร้านค้าจึงขอให้ยกเลิกเรื่อง OTP แล้วร้านค้าจะรับผิดชอบเรื่องการทุจริต ดังนั้นเมื่อผู้ให้บริการบัตรยกเลิกการส่ง OTP จึงเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพทุจริตได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...