โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดเริ่มต้นตึกสูงระฟ้าในไทย และตึกที่เคยใช้เป็นฉากใน "เจมส์บอนด์"

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 เม.ย. 2566 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2566 เวลา 10.46 น.
ดุสิตธานี ก่อนมีรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินวิ่งผ่าน

ทุกวันนี้มองไปทางไหน ก็จะเห็นแต่ตึกสูงมากมาย ตามความคึกคักทางด้านเศรษฐกิจ จึงมีการแข่งขันสร้างอาคารสูงระฟ้า ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม หรือคอนโดมิเนียม

เลยอยากพาไปย้อนอดีต มองอาคารสูงระฟ้าในนิวยอร์ก เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่เป็นต้นทางของการสร้างอาคารสูงระฟ้าในโลก

ทุกวันนี้ อาคารไครส์เลอร์ Chrysler Building ยังสวยงามและเป็นจุดหมายตาของเมือง นอกจากการตกแต่งยอดอาคารแบบอาร์ตเดคโกแล้ว อาคารยังมีความสูงถึง 319 เมตร เสียดายว่าหลังจากก่อสร้างเสร็จ ในปี พ.ศ.2473 เพียงสิบเอ็ดเดือนต่อมา ก็เสียตำแหน่งอาคารสูงที่สุดในโลกไป

ด้วยอาคาร เอมไพร์สเตต Empire State Building ที่แม้จะเริ่มสร้างภายหลัง และมีการแก้แบบหลายครั้ง ด้วยปัญหาเงินทุนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

แต่ก็เป็นที่มาของเทคนิคก่อสร้างด้วยชิ้นส่วนสำเร็จรูป ที่ประหยัดและรวดเร็ว จึงใช้เวลาแค่สองปี สำหรับการก่อสร้างอาคารที่สูงถึง 380 เมตร เมื่อรวมกับเสาสัญญาณ ก็จะสูงถึง 444 เมตร

ครองตำแหน่งอาคารสูงที่สุดในโลกยาวนาน เพิ่งจะมาพ่ายแพ้เสียตำแหน่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง

ทั้งอาคารเอมไพร์สเตต และอาคารไครส์เลอร์ ต่างเป็นสัญลักษณ์ความเจริญรุ่งเรืองของมหานครนิวยอร์ก อีกทั้งเทคโนโลยีการก่อสร้าง และความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ จึงปรากฏในภาพจำ ภาพถ่าย ภาพเขียน และภาพยนตร์มากมาย จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์เกี่ยวกับตึกสูงในเมืองไทย บังเอิญว่าเกิดขึ้นคล้ายกัน

เริ่มจากการเปิดตัวโรงแรมดุสิตธานี ในปี พ.ศ.2511 เพื่อให้เป็นจุดหมายตาใหม่ของกรุงเทพฯ แทนยอดพระเจดีย์

สถาปนิกญี่ปุ่น Yozo Shibata จึงออกแบบผังอาคารเป็นรูปสามเหลี่ยม ให้รูปด้านเอียงสอบ บนยอดอาคารมีหอสูงสีทอง

ด้วยความสูงถึง 23 ชั้น รวมกับเสาสูง จึงเป็นอาคารสูงที่สุดในประเทศไทย แต่ก็เพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ในปีต่อมา เมื่ออาคารสำนักงานโชคชัยอินเตอร์เนชั่นแนล บนถนนสุขุมวิท ก่อสร้างแล้วเสร็จ ด้วยความสูงถึง 26 ชั้น

แม้จะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมธรรมดา แต่สถาปนิก รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ออกแบบภายนอกอาคาร เป็นหน้าต่างกระจกและอะลูมิเนียมทั้งผืน เหมือนอาคารสำนักงานในต่างประเทศในเวลานั้น หรือในประเทศในเวลานี้

อาคารสูงกรุกระจกหลังแรกนี้ ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองทันสมัยที่สุดในภูมิภาคนี้ จนกลายเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง The Man With Golden Gun (2517) เมื่อขับรถยนต์ที่จอดอยู่ในโชว์รูม ที่อยู่ชั้นล่าง วิ่งทะลุกระจก ไล่ตามผู้ร้ายบนถนนสุขุมวิท สมัยที่ยังไม่มีรถไฟลอยฟ้า โดยมีอาคารสูงเป็นฉากหลัง

ยังมีอาคารสินธรทาวเวอร์ ที่เคยครองอันดับอาคารสูงที่สุด 43 ชั้น ในปี พ.ศ.2536 ก็อยู่ในฉากของภาพยนตร์ชุดเจมส์บอนด์ ตอน Tomorrow Never Dies (2540)

เมื่อพระเอกและสาวบลอนด์ กระโดดหนีการไล่ล่าจากยอดอาคาร โดยยึดเกาะเส้นสายที่ฉีกจากภาพคัตเอาต์รูปผู้ร้ายขนาดเท่ารูปด้านตึก

จะเห็นได้ว่า อาคารสูงที่พาไปมองคราวนี้ ไม่เป็นเพียงแค่เรื่องตัวเลข ที่เป็นประเด็นแข่งขันความสูง หรือช่วงเวลาที่ก่อสร้างก่อนหลัง รวมทั้งเทคโนโลยีการก่อสร้าง หรือวัสดุก่อสร้างเท่านั้น

หากรวมถึงรูปทรงหน้าตาอาคารที่สวยงามเป็นที่รู้จัก และความโดดเด่นเป็นที่จดจำ

ที่สำคัญ อาคารสูงยังเป็นองค์ประกอบทัศนียภาพเมือง เป็นจุดอ้างอิงหรือหมายตาของผู้คน และเป็นสัญลักษณ์ของเศรษฐกิจ และสังคม ของเมืองและประเทศ •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...