โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

มือเขียนบท 'Logan' ชมเปาะ ฉากเปิด 'Deadpool & Wolverine' ยอดเยี่ยม และไม่ได้ทำลายตอนจบสุดยิ่งใหญ่

BT Beartai

อัพเดต 17 ส.ค. 2567 เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2567 เวลา 13.50 น.
มือเขียนบท 'Logan' ชมเปาะ ฉากเปิด 'Deadpool & Wolverine' ยอดเยี่ยม และไม่ได้ทำลายตอนจบสุดยิ่งใหญ่

คำเตือน: บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์ ‘Deadpool & Wolverine’

แม้ว่าจะยังฉายไม่ทันครบถึงเดือน แต่ ‘Deadpool & Wolverine’ ก็มาแรงแบบสุด ๆ จนสามารถทำรายได้ Box Office ทั่วโลกด้วยตัวเลขล่าสุด 1,085 ล้านเหรียญ ทำสถิติกลายเป็นหนังเรต R ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลไปเป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่ภาคก่อน ๆ ก็ยังคงรั้งตำแหน่งอยู่ใกล้ ๆ ทั้ง ‘Deadpool’ (2016) ภาคแรกที่อยู่ในอันดับที่ 5 ส่วน ‘Deadpool 2’ (2018) ดิดอยู่อันดับที่ 4 แถมยังเป็นหนังที่ถูกพูดถึงบนหน้าฟีด ฝากมีมฝากไวรัลเอาไว้เพียบ

1 ในมุกสุดเกรียนที่เรียกเสียงระเบิดฮา โดยเฉพาะกับบรรดาแฟนหนัง X-Men ยุค 20th Century Fox ก็คือไตเติลตอนเริ่มเรื่อง เป็นพาร์ตที่ Deadpool ใช้เครื่องเดินทางข้ามเวลาของ Cable เดินทางไปยังรัฐนอร์ธดาโกตา สถานที่ที่ ลอรา คินนีย์ หรือ X-23 ฝังศพของโลแกน หรือ Wolverine เอาไว้ในตอนท้ายของหนัง ‘Logan’ (2017) เพราะ Deadpool ต้องการที่จะตามหาวูล์ฟเวอรีน ที่เชื่อว่าเป็น Anchor Being ของ Earth-10005 เพื่อป้องกันไม่ให้ไทม์ไลน์ของตัวเองล่มสลาย

ที่ช็อกยิ่งกว่าก็คือ พี่ Deadpool แกเล่นขุดหลุมศพกันดื้อ ๆ จนไปพบกับโครงกระดูกอะดาแมนเทียมของโลแกน ยังไม่พอ แถมยังเอามานั่งคุยเล่นคุยหัวอย่างกับว่ามีชีวิต แถมยังรื้อเอากระดูกกับกรงเล็บเอาไปทำอาวุธฟาดเจ้าหน้าที่ขององค์กรกำกับสาขาเวลา (Time Variance Authority) หรือ TVA ที่บุกเข้ามาจับตัวจนไม่มีชิ้นดี พลางส่ายหัวเต้นเพลง “Bye Bye Bye” ของ NSYNC ประกอบไปด้วย

คนที่เข้าใจในจุดประสงค์ของฉากนี้ ก็จะขำระเบิดและทึ่งไปกับไอเดียตั้งต้นที่ไม่ธรรมดา แต่ถ้าใครที่มีความประทับใจกับฉากสุดท้ายใน ‘Logan’ ก็อาจจะมองว่าเป็นการเอาโมเมนต์สำคัญในหนังซูเปอร์ฮีโรมาทำลายย่ำยี จนในที่สุด IGN ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ไมเคิล กรีน (Michael Green) ผู้เขียนบท ‘Logan’ ร่วมกับ สก็อตต์ แฟรงก์ (Scott Frank) และผู้กำกับ เจมส์ แมนโกลด์ (James Mangold) ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาบทดัดแปลงยอดเยี่ยม

ซึ่งในบทสัมภาษณ์ กรีนได้เปิดเผยว่า แม้เขาจะรู้สึกแปลกใจกับฉากเปิดของ ‘Deadpool & Wolverine’ ที่จงใจล้อฉากปิดของ ‘Logan’ แต่เขาเองไม่เคยรู้สึกไม่พอใจ ตรงกันข้าม เขาเองยังชื่นชอบฉากนี้เอามาก ๆ เสียด้วย

Dafne Keen Logan

“มีคนเคยเตือนผมไว้ก่อนหน้านั้นว่า ‘เอ่อ ผมไม่แน่ใจนะว่าคุณจะรู้สึกยังไงกับฉากเปิดเรื่อง (ของ ‘Deadpool & Wolverine’) ผมคิดว่าตัวผมเองคงจะรู้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่กลายเป็นว่าผมไม่รู้จริง ๆ นะครับ! ผมไม่รู้เลยว่าพวกเขาไปสุดกันถึงเบอร์นั้น”

“ผมคิดว่า คุณไม่ต้องไปจริงจังกับการที่พวกเขาจะขุด (Wolverine) และคิดว่าเป็นตัวเขาจริง ๆ หรอกครับ สำหรับผม มันให้ความรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้พยายามจะไปเปลี่ยนตอนจบของ ‘Logan’ แต่พวกเขากำลังสู้กับความรู้สึกที่ว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการจะสร้างหนังที่เทียบเท่ากับ ‘Logan’ ซึ่งถือเป็นการสดุดีที่ยิ่งใหญ่มากนะครับ ผมรู้สึกว่า (ฉากนี้) มีไว้เพื่อการสดุดีล้วน ๆ เลย”

ในแง่การเล่าเรื่อง นี่คือฉากที่ฉลาดมาก ๆ ในการเล่าอธิบายอย่างเห็นภาพว่า แม้หนังเรื่องนี้จะได้ ฮิว แจ็กแมน (Hugh Jackman) กลับมารับบท Wolverine อีกครั้ง หลังจากที่ประกาศยุติการรับบทนี้ไปแล้วใน ‘Logan’ แม้ว่าโดยผิวเผิน การขุดศพของโลแกนเอามาเล่นและใช้เป็นอาวุธของ Deadpool จะดูเป็นการเข้าไปทำลายหรือย่ำยีตอนจบสุด Epic ใน ‘Logan’

แต่ในอีกมุม ฉากนี้ก็เป็นการเคารพไทม์ไลน์ด้วยการ ‘ขุด’ ขึ้นมาให้ดูเห็น ๆ กันไปเลยว่า โลแกนที่เดินเรื่องอยู่ในหนังมันคือคนละคนกัน ไม่มีการพยายามเปลี่ยนเรื่องราวของหนัง และโลแกน (ในจักรวาลนั้น) ได้ ‘ตาย’ ลงไปแล้วจริง ๆ โดยไม่มีตัวแปรใด ๆ จะมาทดแทนได้

แต่อย่างไรก็ตาม คนที่เข้าใจในฉากนี้ก็จะรู้ว่า ตอนจบของหนัง ‘Logan’ ก็ยังถือว่าเป็นตอนจบที่ทรงพลังและยิ่งใหญ่อยู่ดี ดังเช่นที่ เควิน ไฟกี (Kevin Feige) ประธานของ Marvel Studios ได้รั้งไม่ให้แจ็กแมนกลับมารับบทนี้ด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าจะเป็นการทำลายตอนจบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด ในขณะที่แจ็กแมนเองได้เปิดเผยกับ SiriusXM ว่า แม้เขาจะอยากกลับมารับบทนี้ แต่ก่อนจะเซ็นสัญญา เขาก็ยังให้ความสำคัญกับการไม่พยายามเข้าไปเปลี่ยนเหตุการณ์ (ที่เกิดขึ้นไปแล้ว) ใน ‘Logan’

“ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะอุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนที่ไปมาในไทมไลน์ไหนก็ได้ ที่พวกเขามีในโลกของ Marvel นั่นแหละครับ ตอนนี้เราสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่านี่คือวิทยาศาสตร์ ฉะนั้น ผมจึงไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปยุ่งกับไทม์ไลน์ของ ‘Logan’ ที่มีความสำคัญต่อผม และผมคิดว่ามันก็อาจจะมีความสำคัญสำหรับแฟน ๆ ด้วยเช่นกัน”

แต่แม้ว่ากรีนจะชื่นชอบไอเดียของฉากเปิด ‘Deadpool & Wolverine’ มากเท่าไร แต่เขาเองก็รู้สึกขอบคุณที่ตัวหนังไม่ได้เข้าไปยุ่งกับการล้อหนัง ‘Green Lantern’ (2011) ที่ซึ่งเขาเคยเป็น 1 ในผู้เขียนบท และอย่างที่รู้กันว่า นี่ถือเป็นอีกผลงานการแสดงของ ไรอัน เรย์โนลส์ (Ryan Reynolds) ที่ล้มเหลวในทุกด้าน (จนถึงขนาดที่ต้องมีฉากแซวเรื่องนี้ใน ‘Deadpool 2’)

“หนังเรื่องนั้นสนุกมากจริง ๆ นะครับ ผมหมายถึงตอนที่ผมได้เข้าไปดูในโรงที่มีคนเยอะ ๆ ผู้คนต่างตื่นเต้นไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง มันยอดเยี่ยมจริง ๆ เป็นแฟรนไชส์ที่ยอดเยี่ยม ผมอยากได้แบบนี้อีกนะ ขอเลย ! แต่รู้ไหมสิ่งที่ผมประทับใจมากกว่านั้นก็คือการที่มันไม่มีมุกเกี่ยวกับ ‘Green Lantern’ ที่ผมมีส่วนรับผิดชอบ คุณต้องยืดอกยอมรับมันอย่างภาคภูมิใจสิ ! “

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...