โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เพราะล้มเหลวจึงแข็งแกร่ง ใช้ “คิดบวก” เป็นกุญแจความสำเร็จ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 04.50 น.

“กุญแจความสำเร็จ ของผมคือการคิดบวก เพราะแม้สถานการณ์จะยากลำบาก หากยังมีมุมมองเชิงบวกจะทำให้มองเห็นโอกาส แต่อย่ากระโจนเข้าใส่ทุกโอกาสที่เข้ามา เพราะโอกาสอาจกลายเป็นวิกฤติได้ จากนั้นให้พิจารณาอย่างรอบคอบ และต้องไม่ลืมที่จะฟังทุกความคิดเห็น อย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ที่ทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ส่วนต่อมาคือการทำงานเป็นทีมเวิร์คที่มีประสิทธิภาพ”

ซิตี้ลิงค์ โคราช คือโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมาที่หลายคนขนามนามให้เป็น “ทำเลทองแห่งโคราช” ด้วยพื้นที่โครงการกว่า 300 ไร่ ห่างจากมอเตอร์เวย์เพียง 1.7 กิโลเมตร หนึ่งในผลงานล่าสุดของ “สุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ” นักธุรกิจหนุ่มชื่อดังประจำโคราช ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คลังคาซ่าจำกัด แถมยังมีโชว์รูมขายรถยนต์ของตัวเองภายใต้ บริษัท เอกสหกรุ๊ป จำกัด อีกด้วย

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ “ฮั่น” สุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ ก็ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาไม่น้อย เช่นเดียวกับนักธุรกิจหนุ่มคนอื่นๆ ที่ต้องการจะยืนอยู่ในจุดที่ “ประสบความสำเร็จ” ให้ได้โดยเร็ว ซึ่งแน่นอนว่า “ความสำเร็จ” ไม่ใช่ของที่จะได้มาโดยไร้บาดแผล และสำหรับเขาก็เช่นกัน

ลงสนามธุรกิจจริงครั้งแรก

เริ่มจากขายรถยนต์ Ford

สุดที่รัก เริ่มให้สัมภาษณ์พิเศษกับ การเงินธนาคาร ด้วยการเล่าย้อนไปถึงช่วงที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย University of Southern California สาขา International Finance ว่า ทันทีที่เรียนจบ คุณพ่อของเขาผลักดันให้เริ่มธุรกิจทันที โดยส่งเขามาอยู่ที่โคราชพร้อมกับเปิดโชว์รูมรถยนต์แบรนด์ Ford ให้เขาบริหารเต็มตัวเป็นธุรกิจแรก

พื้นเพเดิมของ สุดที่รัก เป็นคนจังหวัดสุรินทร์ การมาทำงานที่โคราชด้วยตัวคนเดียวจึงค่อนข้างท้าทาย เพราะ “เขาไม่มีประสบการณ์ทำธุรกิจมาก่อน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นของจริง เจ็บจริงทั้งหมด” ทำให้เขาต้องพยายามเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเอง ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบบังคับอยู่ตลอดเวลา

“ผมจำความรู้สึกนั้นได้ ผมเหมือนถูกโยนลงก้นเหว แล้วปล่อยให้ปีนขึ้นมาเอง แม้ว่าผมจะชอบรถยนต์ แต่ผมไม่เคยชอบการขายรถยนต์เลย ช่วงแรกก็เลยทุลักทุเลมาก แม้ในใจจะไม่ชอบ แต่ก็ต้องยอมรับว่านี่คือที่แรกที่ทำให้ได้เรียนรู้โลกจริงของการทำธุรกิจ”

เมื่อทำธุรกิจโชว์รูมรถยนต์มาสักระยะ ก็มีการขยายธุรกิจออกไปเปิดโชว์รูมแบรนด์อื่นในนามของ บริษัท เอกสหกรุ๊ป จำกัด จนถึงปัจจุบันเขาบริหารอยู่ถึง 14 โชว์รูม 7 แบรนด์ ในช่วงพีคสามารถครองมาร์เก็ตแชร์ในตลาดรถยนต์จังหวัดโคราชถึง 20%

แม้ธุรกิจแรกของ สุดที่รัก จะไปได้ดี แต่เขายอมรับว่า จุดนี้ยังห่างไกลจากคำว่าประสบความสำเร็จที่เขาคาดหมายเอาไว้มาก ตรงนี้เป็นเพียงก้าวแรกที่ทำให้เขาเริ่มรู้จักการปีนหน้าผาเท่านั้นเอง

ต่อยอดสู่ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์

เจอวิกฤติหนี้เสีย ร่วงสู่ก้นเหว

สุดที่รัก เล่าต่อว่า พอธุรกิจโชว์รูมรถยนต์เริ่มไปได้ดี ก็เริ่มมองหาโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ ซึ่งคุณพ่อของเขาก็แนะนำให้ทำธุรกิจ “สินเชื่อรถยนต์” เนื่องจากสุดที่รักมีประสบการณ์ในวงการรถยนต์พอสมควร และธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ก็ดูเข้ากันได้ดีกับองค์ความรู้และประสบการณ์ อีกทั้งพี่ชายของเขาก็ทำธุรกิจนี้ในจังหวัดสุรินทร์อยู่แล้ว ทุกอย่างลงตัวจนมั่นใจว่าธุรกิจใหม่นี้จะไปได้สวยเหมือนธุรกิจโชว์รูมรถยนต์

แต่ความสำเร็จไม่ใช่ของง่าย ทุกอย่างล้วนมี “บททดสอบ”

จากเดิมที่เคยขายแต่รถป้ายแดง พอต้องมาทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ในตลาดรถมือสอง ซึ่งมีอัตราส่วนการซื้อ-ขายมากกว่าหลายเท่าตัว ทำให้เกิดปัญหาใหญ่คือการเก็บหนี้ได้ไม่ครบ และเมื่อยิ่งปล่อยเพิ่ม สุดท้ายก็เจอปัญหาสภาพคล่อง ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ที่สร้างมาล้มครืน กลายเป็นบาดแผลที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต

“ตอนเกิดเรื่องผมอายุ 28 ปี ทุกอย่างดูมืดมนไปหมด ปัญหาเกิดจากเราปล่อยสินเชื่อเยอะ แต่ตามเก็บกลับมาแทบไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าจะเดินต่ออย่างไร มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเยอะมาก ถึงขั้นที่รู้ตัวเลยว่าผมทำครอบครัวเดือดร้อนแน่นอน อีกทั้งธุรกิจโชว์รูมรถยนต์ก็ทิ้งไม่ได้ ต้องคอยกังวลทั้ง 2 ทาง จากที่จะไปได้สวย ต้องหล่นมาอยู่ก้นเหวหรืออาจลึกกว่านั้นด้วยซ้ำ”

สุดที่รักเผยว่า ความรู้สึกในตอนนั้นมีแต่ความสิ้นหวัง เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากนำปัญหานี้เข้าไปปรึกษากับครอบครัว และครอบครัวก็ไม่ทอดทิ้งเขา โดยพี่ชายที่ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ในจังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามารับช่วงนำพอร์ตสินเชื่อที่เป็นหนี้เสียไปบริหารต่อ ซึ่งความช่วยเหลือครั้งนี้เหมือน “ยกภูเขาออกจากอก” ให้เขาได้หายใจต่อ

แม้บาดแผลครั้งนี้จะลึก แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ทำให้ สุดที่รัก ต้องจมอยู่กับความล้มเหลว เขาเลือกที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดและกลับเข้าไปในธุรกิจสินเชื่ออีกครั้ง โดยเข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ในบริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อมนะ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

“ผมเลือกที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาด และเดินกลับไปสู้ใหม่อีกครั้งในแบบที่ยากกว่าเดิม เพราะการเป็นกรรมการผู้จัดการในบริษัท จำกัด (มหาชน) นั้น เงินที่ต้องบริหารไม่ใช่เงินของตัวเองอีกต่อไป การบริหารต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังมากขึ้น”

ให้ความล้มเหลวเป็นครู

Move On สู่ธุรกิจอสังหาฯ

สุดที่รักเล่าต่อว่า หลังจากเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้ 4 ปี ก็มองเห็นโอกาสในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่การเริ่มธุรกิจครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สุดที่รัก ในตอนนี้มีประสบการณ์ธุรกิจที่แกร่งกว่าเดิมมาก แถมยังเต็มไปด้วยความรอบคอบ ชนิดที่ว่ามีแผนสำรองสำหรับทุกสถานการณ์เสมอ จากนั้นก็ได้ชวนรุ่นพี่สมัยมัธยม เปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในชื่อ “คาซ่า เอสเตท” ขึ้น

“ในช่วงแรก เราเริ่มจากการหาทำเลที่ดินก่อน เพื่อเตรียมพัฒนาต่อเป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรรขึ้น โดยโครงการแรกของเราใช้ชื่อว่า จามจุรี เป็นโครงการง่ายๆ มี 150 หลัง เน้นขายบ้านชั้นเดียวในราคาที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้”

จากประสบการณ์ธุรกิจที่สั่งสมมา ช่วยขัดเกลาให้วิสัยทัศน์ของ สุดที่รัก มีความแหลมคมมากขึ้น เขาสร้างบ้าน 2 ชั้นไว้ในโครงการจามจุรีประมาณ 30 หลัง จาก 150 หลัง เพื่อหยั่งเชิงตลาดว่ามีความต้องการหรือไม่ ซึ่งผลตอบรับก็ออกมาดีเกินคาด บ้าน 2 ชั้นขายหมด ทำแน่ใจว่าคนโคราชมีความต้องการบ้าน 2 ชั้นอยู่ไม่น้อย

พอโครงการแรกไปได้สวย สุดที่รัก ก็เริ่มโครงการถัดไปทันที โดยใช้โมเดลเดิมคือการแฝงบ้านที่พิเศษกว่าปกติไว้ให้เป็นตัวเลือกของลูกค้า ซึ่งผลก็ออกมาดีจนสามารถขยายตลาดได้ในวงกว้าง ครอบคลุมลูกค้าได้หลายกลุ่มตั้งแต่บ้านราคาปกติไปจนถึงบ้านระดับพรีเมี่ยมราคากว่า 30 ล้านบาท

ปั้นโครงการ ซิตี้ลิงค์

ย่านธุรกิจใหม่เมืองโคราช

สุดที่รักเล่าว่า หลังจากพัฒนาโครงการบ้านแนวราบสำเร็จหลายโครงการ ก็เริ่มศึกษาโครงการอสังหาฯแนวตั้ง โดยครั้งนี้เขาได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ “เจ้าของที่ดินรายใหญ่ในโคราช” เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์คนที่ 3 และเดินหน้าธุรกิจต่อในนาม บริษัท คลังคาซ่า จำกัด

“เราเริ่มจากการหาที่ดิน จนกระทั่งไปเจอที่ 150 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นที่ทำเลดี ใจกลางเมือง เดินทางไปห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาล ได้เพียงไม่กี่นาที จากนั้นก็พยายามขยายพื้นที่รอบข้างให้ใหญ่ขึ้น จนรวมพื้นที่ได้ 300 ไร่ เราถึงเริ่มเดินหน้าโครงการ เพราะรู้ว่าถ้าสร้างก่อนแล้วค่อยไปซื้อที่ดินเพิ่มทีหลัง ราคาจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว”

โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการสร้างคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 3 ตึก ในพื้นที่โล่ง เพื่อทดลองตลาด หากไม่เป็นที่ต้องการ เขาก็ยังมีแผนสำรอง คือการปรับคอนโดมีเนียมทั้ง 3 ตึกไปเป็นอพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า คิดง่ายๆ มีพาร์ตเนอร์ 3 คน ก็รับผิดชอบไปคนละตึก แต่ปรากฏว่าพอสร้างเสร็จ 3 ตึก ผลตอบรับดีมาก ขายห้องชุดหมดในเวลาเพียง 4 สัปดาห์

“ตอนแรกมีแค่ตึกโล่งๆ 3 ตึก พื้นยังเป็นดินแดงๆ อยู่เลย ในฐานะผู้พัฒนาโครงการ เราไม่สามารถปล่อยให้ลูกบ้านเราอยู่แบบนี้ได้ เราต้องทำอะไรสักอย่างให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างครบวงจร ในโครงการของเรา”

สุดที่รัก อธิบายต่อว่า เขาตัดสินใจผสมผสานการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวตั้งเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบไลฟ์สไตล์ของลูกบ้าน โดยมีการวางแผนเพื่อรองรับการขยายตัวและการพัฒนาโครงการในระยะยาว ทำให้ปัจจุบันมีการสร้างคอนโดมิเนียมไปแล้วกว่า 15 ตึก รายล้อมด้วยร้านอาหารมากมาย รองรับลูกค้าได้มากกว่า 1,000 ที่นั่งต่อวัน

นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนนานาชาติ โรงแรม และร้านค้าหลากหลายเปิดให้บริการรองรับลูกบ้านและนักท่องเที่ยว ปัจจุบันโครงการนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนามของโครงการทำเลทองแห่งนครราชสีมา “ซิตี้ลิงค์ โคราช” ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกสิงโตที่ถูกโยนลงเหวเมื่อ 30 ปีก่อนปีนขึ้นมาจากก้นเหวได้อย่างภาคภูมิ

“กุญแจความสำเร็จ ของผมคือการคิดบวก เพราะแม้สถานการณ์จะยากลำบาก หากยังมีมุมมองเชิงบวกจะทำให้มองเห็นโอกาส แต่อย่ากระโจนเข้าใส่ทุกโอกาสที่เข้ามา เพราะโอกาสอาจกลายเป็นวิกฤติได้ จากนั้นให้พิจารณาอย่างรอบคอบ และต้องไม่ลืมที่จะฟังทุกความคิดเห็น อย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ที่ทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ส่วนต่อมาคือการทำงานเป็นทีมเวิร์คที่มีประสิทธิภาพ”

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ สุดที่รัก ยังให้แรงบันดาลใจกับผู้ประกอบการไทยด้วยว่า การจะประสบความสำเร็จได้ สิ่งสำคัญคือ ต้องมองหาโอกาสอยู่ตลอดเวลา และต้องไม่ลืมที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง (adapt to change) เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้สามารถค้นพบธุรกิจที่เต็มไปด้วยโอกาส (Deep Blue Ocean) ได้อย่างแท้จริง

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกันยายน 2567 ฉบับที่ 509 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...