โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"แพรี่"ร้องสภาทนายความสอบมรรยาท "ทนายธรรมราช" ไลฟ์สดด้อยค่าทำเสื่อมเสีย

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 06.45 น. • RS PCL
“แพรี่ไพวัลย์” ประกบ “ทนายอนันต์ชัย” ร้องมรรยาท “ทนายธรรมราช” โต้กลับไม่ได้บูลลี่เพศแค่ตั้งคำถาม ยืนยันฟ้องกลับเพื่อรักษาสิทธิ์ตัวเอง

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 67 เวลา 10.00 น. ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ แพรรี่ พร้อมด้วย นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางมาตามนัดหมายของคณะกรรมการมรรยาททนายความ จากกรณีที่ แพรี่ ไพรวัลย์ ได้ยื่นร้องเรียนมรรยาททนาย ของ นายธรรมราช สาระปัญชา

โดยแพรรี่ กล่าวว่า วันนี้มาตามกำหนดนัดไต่สวนของคณะกรรมการมรรยาททนายความ ที่ได้มาร้องทนายมรรยาทไว้ สืบเนื่องจากกรณีของทนายธรรมราชไปแจ้งความที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา และมีการเหยียดเพศ จึงมองว่าเป็นเรื่องของการผิดมรรยาททนายความ จึงใช้สิทธิ์ของบุคคลที่ถูกพาดพิงและถูกกล่าวหามาร้องเรียนไว้ เมื่อปี 2565 โดยได้มีการอ้างพยานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด 4 ท่าน ในจำนวนนั้นมีนายอนันต์ชัย ไชยเดช ด้วย ในชั้นนี้อยากให้มีข้อยุติก่อนในส่วนของการร้องมรรยาททนายความ เพราะส่วนตัวมีความเชื่อมั่นในกระบวนการสอบสวนของสภาทนายความฯ ที่มีขั้นตอนในการทำงานในการสอบสวน และตนเองมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริง

ต่อมาในระหว่างที่คุณแพรรี่ กำลังให้สัมภาษณ์สื่ออยู่นั้น ทนายธรรมราช ได้มายืนสังเกตการณ์อยู่ได้ จึงได้มีการพูดคุยกันเล็กน้อย และให้สัมภาษณ์ร่วมกัน โดยทนายธรรมราช อ้างว่าสิ่งใดที่ไลฟ์สดแล้วพาดพิงคนอื่นทำให้ไม่สบายใจ ได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ว่าควรลบออก ตนเองก็ลบออกให้แล้ว พร้อมกับ ขอโทษแพรรี่ และอาจทำให้ไม่สบายใจ เพราะส่วนตัวไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกับแพรรี่มาก่อน ส่วนกรณีอื่นก็ปล่อยให้เป็นกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย

ขณะที่แพรรี่ กล่าวโต้ว่า การลบไม่ได้ช่วยให้ลืม ยืนยันว่าตนไม่ได้มีอะไร และถ้าถือโทษโกรธเคืองกัน คงไม่มาพูดหยอกล้อกันแบบนี้ แต่ในเรื่องของข้อพิพาทกัน เข้าสู่กระบวนการไปแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน เพราะทนายธรรมราช มีหัวโขนหลายใบ หากเป็นคนธรรมดา ตนเองก็คงไม่ร้อง แต่เขาเป็นทนาย หากเข้าข่ายทำผิดมรรยาท ก็ต้องมาร้องเรียน และหากทนายธรรมราชคิดว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ให้เตรียมพยานหลักฐาน ไว้ตอบคณะกรรมการมรรยาททนาย ไว้ด้วย

ต่อมาทนายอนันต์ชัย เดินทางมาถึงในเวลา 10.00 น. พร้อมกับกล่าวว่า มาให้กำลังใจคุณแพรรี่ และได้รับเกียรติให้มาเป็นพยานในกรณีที่เมื่อปี 2565 มีพระรูปหนึ่งที่ประเทศรัสเซีย มีการไลฟ์สดด้อยค่าและด่าคุณแพรรี่ มีการพูดถึงเนรคุณวัด ว่าตอนแรกจะมาสอนธรรมะแต่กลับมาประพฤติอีกแบบนึง คุณแพรรี่เองก็ตอบโต้ไป ปรากฏว่ามีทนายท่านหนึ่งมีฉายานามว่าทนายแซะ ไปแจ้งความดำเนินคดีที่สภ. ฉะเชิงเทรา ว่า "หมิ่นคณะสงฆ์"
ในฐานะที่เราเป็นทนายจึงให้ข้อคิดเห็นและข้อกฎหมาย ซึ่งตอนนั้นตนและแพรรี่ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว

ส่วนเรื่องการแจ้งความหมิ่นประมาทคณะสงฆ์ จะต้องหมายถึงสองคนขึ้นไป จึงแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ไป จากวันนั้นตนทราบเพียงว่ามีการมาร้องมรรยาทนายความ ก็เหมือนกับตนที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นเจ้าพนักงาน ที่สน.ทองหล่อ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับทนายคนนี้เลย กรณีนี้ตำรวจก็มาขอโทษแล้ว ซึ่งพระชาตรี ก็มีการขอโทษคุณแพรรี่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวอะไรกับทนายท่านนี้เลยมันเหมือนเป็นการส่งเสริมให้เกิดความ

ขณะที่แพรรี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อปี 2565 เคยมาร้องแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งถือว่ายาวนานกว่าจะเข้าสู่กระบวนการ วันนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีและดีใจที่ผ่านมา 2 ปีได้เข้าสู่กระบวนการสอบสวนเสียที ยุคนี้มีโซเชียลทนายความก็มีแอ็คชั่น หลายคนก็ให้ความรู้แต่ บางคนมีพฤติกรรมที่ชอบแซะหรือดูหมิ่นเหยียด เป็นอย่างที่ทนายอนันต์ชัย บอกว่าทนายความเป็นคนที่จะต้องมีเกียรติ เป็นคนที่ประชาชนต้องพึ่งพาได้ แต่กลับเป็นคนที่มากระทำพฤติกรรมบางอย่างที่คนทั่วไปที่มีศึกษายังไม่เลือกทำ

นอกจากนั้นสื่อได้มีการสอบถามทนายอนันต์ชัย ถึงประเด็นที่มีการโพสต์หน้า Facebook ในลักษณะคดีเชื่อมจิต ไม่มีความคืบหน้าทนายอนันต์ชัย มองว่าเรื่องนี้ ไม่ได้น้อยใจหรือท้อใจแต่รู้สึกสังเวชใจ ว่าทำไมรัฐถึงไม่ดำเนินการให้เด็ดขาด ทั้งทั้งที่เป็นศาสนาหลัก มีประชาชนนับถือมาก

"ตลอดชีวิตการเป็นทนายผมเกือบเฉียดตายมาแล้ว ดังนั้นการมาโลดแล่นในวงการนี้ เราจะท้อถอยไม่ได้เลย แต่หน่วยงานของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นสำนักพุทธหรือคณะสงฆ์ไทยไม่เอาใจใส่ เกี่ยวกับลัทธิเชื่อมจิตเท่าที่ควร ปล่อยให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน และพุทธศาสนิกชน ก็พูดถึงมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ที่ออกมาเคลื่อนไหวและต่อต้านลัทธิดังกล่าวอย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย เรียกว่าโดนคดีกันทุกคน ขณะที่รัฐลอยตัว ไม่เคยออกแอ็คชั่นเลย ทุกวันนี้แม้มีมติเถระสมาคม มีพระโอวาทของสมเด็จพระสังฆราช ว่าลัทธินี้เป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา แต่เขาก็ไม่เคยเกรงกลัว แต่ทุกคนกลับดำเนินการเผยแพร่ลัทธิดังกล่าวนี้อยู่อีก และวันที่ 22 กันยายนนี้จะไปสัมมนาที่ห้างดังแถวเลียบด่วน หน่วยงานรัฐก็ยังเพิกเฉย จนตอนนี้ใจเราก็สู้ไม่ถอย และสู้ต่อไป เราภูมิใจที่ได้รักษาสถาบันหลักของชาติ" ทนายอนันต์ชัย กล่าว

ด้านทนายธรรมราช สาระปัญญา กล่าวว่า วันนี้เป็นการถามค้านในพยานหลักฐานที่คู่กรณีเอามา ซึ่งแยกส่วนข้อพิพาทส่วนตัว และมารยาทนาย ประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าตนอวดอ้างสรรพคุณ ตนต้องปฏิเสธในกรณีนี้ เพราะไม่เคยบอกใครว่าเก่งกว่าคนอื่น เพียงแค่ไปทำคดีและถ่ายรูปโพสต์บอกเล่าเรื่องราว ซึ่งกลุ่มบุคคลที่มาเป็นพยาน เป็นกลุ่มเดียวกัน ที่มีข้อพิพาทกันอยู่ในหลายๆเรื่อง อาจจะเป็นการกระทำเพื่อหวังผล ในทางคดีอื่นก็เป็นได้ ดูแล้วไม่มีอะไรเป็นกังวล หรือหนักใจ เพราะไม่ได้เป็นไปตามที่เขากล่าวหาและยืนยันว่าไม่ได้บูลลี่ใคร เป็นเพียงการตั้งคำถามตามปกติ บางอย่างไม่ได้เกี่ยวข้องกันก็เอามาโยง มองว่าเป็นปรากฏการณ์สายโยง

ที่ผ่านมาตนถูกร้องมรรยาทนายความ 2 ครั้ง ที่ผ่านมามี "อี้ แทนคุณ" และ "ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง" แต่กรณีของต้นอ้อเป็นหนึ่งตนฟ้องกลับ ในข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท เพราะตนมองว่าข้อที่มาร้องเรียนนั้นเป็นเท็จ เลื่อนเป็นวันที่ 17 กันยายนจะมีการไต่สวนมูลฟ้อง กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน หากยังยืนยันที่กล่าวหาตนในลักษณะนี้ก็จะต้องดำเนินคดีกลับเพื่อรักษาสิทธิ์

ขณะที่อยู่ระหว่างการให้สัมภาษณ์ด้านแพร์รี่ไพวัลย์ ก็เดินมาตาม ทนายธรรมราชเข้าไปห้องสอบปากคำต่อว่า "เขาเรียกแล้วค่ะ พี่ธรรมราช เชิญค่ะ ไม่ใช่เวลาที่จะให้สัมภาษณ์" จากนั้นทนายธรรมราชก็เดินเข้าห้องสอบสวนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...