หนุ่มหึงโหด ซุกกระโปรงหลังรถจับเมียซุกกิ๊ก ก่อนกระหน่ำแทงดับ
วันที่ 8 ต.ค. 67 เฟซบุ๊กรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand รายงานข่าว ทะเลาะวิวาทจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต โดย ร.ต.อ.พิพัฒน์ชัย ปานพิมพ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ธรรมศาลา รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณท้ายซอยพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 27 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สุสิริวงษ์ ยอดวงษ์ รอง ผกก.ป.สน.ธรรมศาลา, พ.ต.ท.พรม ดาทอง สวป.ธรรมศาลา, เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ธรรมศาลา, ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บกน.7 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณท้ายซอย พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนด์ทอง กรุงเทพมหานคร จอดสตาร์ตรถและเปิดเครื่องเสียงดังกระหึ่ม ประตูหน้าเปิดทั้ง 2 บาน เบาะถูกปรับเอนนอนทั้ง 2 ฝั่ง ภายในรถฝั่งคนขับพบร่างของ นายณัฐพล อายุ 42 ปี ชาว จ.นครปฐม นอนหมดสติในลักษณะเอาขาก่ายไปบนร่างของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเบาะข้างคนขับ โดยมีบาดแผลเป็นรูที่หน้าผากจากการถูกยิงด้วยลูกเหล็กของปืนหน้าไม้ เลือดอาบใบหน้า บนลำตัวพบปืนหน้าไม้ 1 กระบอกและที่ข้อมือขวาพบมีดพกเปื้อนเลือดคล้องยางยืดติดกับข้อมมือกันหลุด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนฝ่ายหญิงทราบชื่อคือ น.ส.ชลธิชา อายุ 36 ปี อยู่บ้าน ใน ซ.เพชรเกษม 110 แยก 7 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ เป็นภรรยาของนายณัฐพล โดยอยู่ในสภาพนอนหงายจมกองเลือด แขนซ้ายห้อยมานอกรถในชุดเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดตามร่างกายกว่า 20 แผล เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลนายณัฐพล เบื้องต้นจนรู้สึกตัวก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลราชพิพัฒน์
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวน นายณัฐพล ที่พอให้การในเบื้องต้นจนทราบว่า ตนมีความระแวงว่าภรรยาแอบมีชู้ จึงเข้าไปแอบในกระโปรงหลังรถ ก่อนที่ภรรยาจะขับรถออกจากบ้านพักย่านหนองแขม โดยภรรยาทำงานเป็นคนขับรถประจำทางสาย 12 วิ่งระหว่างสนามไชย-ศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งอู่อยู่ปากซอยที่เกิดเหตุ ก่อนจะพบว่าภรรยานัดกับชายชู้ไว้ที่ร้านอาหารตามสั่งใกล้เคียงกับอู่จอดรถ ตนจึงเปิดกระโปรงท้ายออกมา แล้วออกมาขับรถเข้าไปในซอย เกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนก่อเหตุบานปลายดังกล่าว
ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถคันดังกล่าวขับเข้ามาในซอย เหมือนไม่ชินทาง เปิดเครื่องเสียงดังลั่นรถ ขับเข้าไปสุดซอยซึ่งเป็นซอยตันแล้วกลับรถออกมา โดยมีลักษณะขับส่ายไปมา ชนกำแพงทั้งซ้าย-ขวา จนกระทั่งมาจอดอยู่กลางถนน ประตูด้านซ้ายถูกเปิดออก มีเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ โดยมีผู้ชายคล่อมร่างแล้วใช้มีดแทงไม่ยั้ง ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะผู้ชายตะโกนว่าเรื่องในครอบครัว แล้วบอกอีกว่ามันมากินข้าวกับชู้ แบบนี้ต้องฆ่าให้ตาย และอีกอย่างคือ ห่างจากจุดเกิดเหตุไปเพียงแค่ไม่ถึง 20 เมตร มีกองถ่ายมาถ่ายหนัง จึงสับสนว่าเป็นการถ่ายหนังหรือเรื่องจริง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
จนกระทั่งเหตุการณ์สงบลง จึงเดินไปดูก็พบว่าเป็นเรื่องจริง สักพักก็มีบุรุษไปรษณีย์นำกระเป๋าถือของผู้หญิงคนตายมาส่งให้ตน บอกว่า ร้านอาหารตามสั่งกลางซอยเก็บได้ เพราะฝ่ายชายโยนลงจากรถไว้หน้าร้าน แล้วเห็นว่ารถคันดังกล่าวขับเข้ามาในซอย ซึ่งเป็นซอยตัน จึงเอามาฝากไว้กับตน ที่บ้านอยู่สุดซอย ฝากให้หญิงคนดังกล่าวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่สอบสวนพยานแวดล้อมทั้งหมดทราบว่า ผู้ตายได้พาชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาว มากินอาหารตามสั่งใกล้เคียงกับอู่รถประจำทางอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดคือช่วงเที่ยงของวันที่7 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่านายณัฐพล อาจระแคะระคายมานานแล้วจึงแอบมาท้ายรถ แล้วแสดงตัวจนกิ๊กของผู้ตายเห็นและหลบหนีไปได้ทัน จึงรอดตายหวุดหวิด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และรอสอบสวนนายณัฐพล ภายหลังอาการดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป