โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แสงของโลกที่สะท้อนบนดวงจันทร์ ทำให้รู้ว่าโลกมีพลังงานเข้าออกแค่ไหน

Environman

เผยแพร่ 04 ส.ค. 2567 เวลา 12.00 น.

#SPACESUNDAY ‘Earth’s Reflections on the Moon’ ภาพโลกที่สะท้อนอยู่บนดวงจันทร์โดย NASA Earth Observatory

นับตั้งแต่มนุษย์ได้ไปลงจอดบนดวงจันทร์ในภารกิจ Apollo 11 เมื่อปี 1969 ดวงจันทร์ก็ได้กลายเป็นสิ่งที่เราเอื้อมถึงและได้รับการศึกษามากยิ่งขึ้น ดาวบริวารของเราดวงนี้มีบทบาทกับโลกมากมายทั้งการส่งแสงในกลางคืน ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง และอาจเป็นฐานให้กับมนุษยชาติในอนาคต

ภาพนี้จึงมีความหมายพิเศษสำหรับ NASA ที่ถ่ายไว้ในเดือนพฤษภาคม 2024 โดยเป็นภาพของดวงจันทร์ในช่วงข่างขึ้น ซึ่งเรืองแสงขึ้นจากแสงอาทิตย์ที่จะท้อนออกมาจากพื้นโลก โดยนักวิทยาศาสตร์เรียกปราฏการณ์นี้ว่า ‘Earthshine’

เมื่อแสงจากดาวฤกษ์ของเราส่องกระทบโลก มันจะถูกสะท้อนออกไปสู่ชั้นบรรยากาศส่วนหนึ่ง ซึ่งในระหว่างทางนั้นพวกมันก็กระทบเข้ากับชันบรรยากาศของโลก กลายเป็บขอบฟ้าที่อยู่ด้านล่างของภาพ โดยแสดงออกมาให้เห็นเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ชั้นโทรโพสเฟียร์สีส้มที่อยู่ล่างสุดไปจนถึงชั้นสตราโตสเฟียร์สีฟ้าอ่อนที่อยู่ชั้นบน

จากนั้นก็ไปยังดวงจันทร์ ปรากฏการณ์ดังกล่าวช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ติดตามความสว่างของโลกหรือที่เรียกว่า Albedo ได้ ข้อมูลนี้มีความสำคัญที่ว่ามันบ่งบอกถึงปริมาณพลังงานที่เข้าและออกจากระบบของโลก ไม่ว่าจะจากน้ำแข็งปกคลุม เมฆ มลภาวะทางอากาศ และพื้นดินที่ถูกปกคุลม จากนั้นสร้างแบบระบบโดยรวมของโลกขึ้นมา

“การสังเกตแสงของโลกที่ทำโดยนักวิทยาศาสตร์ที่หอดูดาวบิ๊กแบร์โซลาร์ตั้งแต่ปี 1998 ถึง 2017 ชี้ให้เห็นว่า Albedo โดยรวมลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว” เว็บไซต์ของ NASA ระบุ “ตามการศึกษาในปี 2021 ผู้เขียนได้ตั้งข้อสังเกตว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น ทำให้เมฆระดับต่ำที่สะท้อนแสงได้สูงนั้นลดลง โดยเฉพาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก อาจมีส่วนสนับสนุนให้เกิดแนวโน้มดังกล่าว”

หมายความได้อย่างง่าย ๆ ว่า โลกสะท้อนแสงออกไปน้อยลง ซึ่งหมายความต่อไปว่า โลกมีอัตราการ ‘ดูดกลืน’ พลังงานจากดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้น และนั่นทำให้ความสมดุลมีความเสี่ยง

ทางโปรเจ็กต์ CERES (Clouds and the Earth’s Radiant Energy System) ได้วัดพลังงานแสงอาทิตย์ที่โลกดูดซับและสะท้อนกลับ ความร้อนที่โลกแผ่ออกสู่อวกาศ และบทบาทของเมฆในกระบวนการดังกล่าว โดยระบุว่าความไม่สมดุลของพลังงานของโลกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2004 ถึง 2019 ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น

ที่มา

https://earthobservatory.nasa.gov/…/earths-reflections…

Photo : NASA Earth Observatory

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...