‘ซีอีโอ’ สะท้อน 3 เทรนด์เปลี่ยนโลก นโยบายการค้า-สวล.-เทคโนโลยี
‘ซีอีโอ’สะท้อน3เทรนด์เปลี่ยนโลก
นโยบายการค้า-สวล.-เทคโนโลยี
สมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (Thailand Management Association : TMA) จัดสัมมนาครบรอบ 60 ปี ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีภาคธุรกิจ นักวิชาการ ทั้งไทยและต่างประเทศ แบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งได้โฟกัสถึงปัจจัยเสี่ยงที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของโลก ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการค้าของโลก จากตลาดเสรี หรือเศรษฐกิจแบบโลกาภิวัตน์ เป็นการค้าแบบทวนกระแสโลกาภิวัตน์ ขณะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ กระทบต่อการใช้ชีวิตและกดดันภาคธุรกิจ ไปทั่วโลก
เวทีนี้ ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆ แสดงความเห็นและเตือนถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงไว้มากมาย จึงนำมาเสนอที่นี่เพียงส่วนหนึ่ง
⦁อิทธิพลต่อการเปลี่ยนโลก
ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน กล่าวว่า แนวคิดขับเคลื่อนเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน ต้องให้ความสำคัญกับการประหยัดจากขนาด เพื่อดึงดูดการค้าการลงทุนกลับเข้ามา รวมถึงความเร็วในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จนถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงขอบเขตการทำธุรกิจ ระบบที่มีการตัดพ่อค้าคนกลาง การวางระบบ Supply Chain ที่เหมาะสม คำนึงถึงสภาพแวดล้อม จริยธรรมและ
ธรรมาภิบาลทำธุรกิจ หรือ ESG ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการค้าจากเดิมให้ความสำคัญเรื่องการค้าเสรี สู่แนวทางการค้าแบบลดทอนการค้าเสรี หรือ Deglobalization มีการกีดกันทางการค้าระดับภูมิภาค ระดับประเทศมากขึ้น ป็นประเด็นที่ผู้บริหารประเทศ และภาคธุรกิจต้องกลับมาทบทวน
บรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้กรอบกติกาของโลกที่เปลี่ยนไป ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือระดับภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งไทยมีความร่วมมือในหลายกลุ่มทั้งอาเซียน อนุภูมิภาค ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือ ACMECS เป็นต้น
วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีการกีดกันทางการค้ามากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจโดยขยายขอบข่ายการลงทุนไปในต่างประเทศ เพื่อลดทอนแรงกดดันจากการกีดกันทางการค้าที่เกิดจากความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างเบทาโกร เข้าไปลงทุนในเมียนมา ลาว แล้ว
⦁ทุ่มแสนล้านสู่ธุรกิจสีเขียว
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำไปสู่ข้อตกลงปารีส เป้าหมายลดการทำธุรกรรมที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ในปี 2593 และมีแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20-25% ต่อปี คิดเป็นมูลค่าเกินแสนล้านบาทแล้ว เป็นอีกปัจจัยกำลังเปลี่ยนโฉมธุรกิจโลกในทศวรรษหน้า และกดดันให้ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องลงทุนเปลี่ยนกระบวนการผลิต ปัจจุบันรัฐบาลหลายประเทศ โดยเฉพาะเขตการค้าสำคัญ อย่างยุโรป และสหรัฐ ออกกฎหมาย ระเบียบต่างๆ ในการนำเข้าสินค้าต้องมีกระบวนการผลิตที่ลดก๊าซเรือนกระจก กลายเป็นเกณฑ์หนึ่งกดดันธุรกิจเร่งปรับกระบวนการผลิตทั้งหมด
โธมัส ลูอิส Senior Partner บริษัท เบน แอนด์ คัมพานี จำกัด เซาธ์อีสท์ เอเชีย กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อก้าวสู่ Net Zero เพราะตั้งเป้าสูงเกินไป เพราะปัจจุบันตลอดห่วงโซ่อุปทานยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อเนื่อง เป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2573 และสู่ NET ZERO ปี 2593 เป็นความท้าทายอย่างมาก เช่นเดียวกับการพัฒนาพลังงานสะอาด เช่น เพิ่มสัดส่วนใช้พลังงานจากการชาร์จไฟให้ได้ 10 เท่า หรือธุรกิจชิปปิ้ง ต้องมีสัดส่วนการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างน้อย 10% ขณะที่ปัจจุบันการใช้เชื้อเพลิงอย่างยั่งยืนทั่วโลกมีสัดส่วนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่สามารถแทนที่ฟอสซิลได้ ซึ่งขณะนี้หลายอุตสาหกรรมเร่งปรับกระบวนการผลิต อย่างโลจิสติกส์ บริษัทยักษ์ใหญ่นำกลไกปรับกระบวนการและวิธีการทำงานลดก๊าซเรือนกระจก โดยลดระยะทางการขนส่ง ใช้ AI เข้ามาช่วย อาทิ เนสท์เล่ ปรับเส้นทางขนส่งโคคาโคล่า เปลี่ยนรถบรรทุกเป็นรถไฟฟ้า ยูนิลีเวอร์ ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น
เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท DHL Express ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า DHL ปรับเปลี่ยนกระบวนการขนส่ง เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยลดระยะเวลาส่งสินค้าถึงบ้านลูกค้าให้ได้ 60% เพิ่มรถไฟฟ้า ออกแบบอาคารปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลง และยังตกลงร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 300 ราย นำเสนอแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจาก เริ่มต้นแผนการลดก๊าซเรือนกระจกมาตั้งแต่ปี 2559 ตลอด 10 ปี ใช้งบลงทุนกว่า 60,000 ล้านบาท ปรับกระบวนการผลิตภายใน รวมไปถึงการลงทุนในพลังงานทางเลือก เป้าหมายลดคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2593
ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจปูนซิเมนต์ไทยเป็นอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก จึงเป็นอุตสาหกรรมต้องปรับตัวและพัฒนากระบวนการผลิตให้เป็นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยกำลังทำอยู่ คือ ปรับกระบวนการผลิตเริ่มต้นจากใช้พลังงานในการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เริ่มต้นจากเป้าลด 25% ไปจนเป็นกลาง และเป็นศูนย์ในที่สุด
ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมว่า ยอมรับว่าภาคอสังหาฯเป็นภาคธุรกิจปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงคิดเป็นสัดส่วนถึง 60% ซึ่งเราเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการพัฒนาโครงการและร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้า ใช้เวลา 2-3 ปีพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่ใช้คาร์บอนต่ำ ในการทำให้โครงการวัน แบงค็อก เป็นโครงการที่พัฒนาโดยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยเรานำผงคอนกรีตมาใช้ในการสร้างอาคารอเนกประสงค์
⦁เทคโนโลยีAIเปลี่ยนโลก
นายทิล อเล็กซานเดอร์ ลีโอพอร์ด Hard of Work Wages and Job Creation, Forum’Center For New Economy and Society และ World Economic Forum ฉายภาพศักยภาพของงานดิจิทัลว่า ข้อมูลอินไซด์จาก World Economic Forum ด้านแรงงาน ช่วงปี 2566-2567 หลายองค์กรขับเคลื่อนเรื่องการทรานส์ฟอร์มกันมากใน 3 เรื่องหลัก คือ การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว การให้ความสำคัญกับ AI และสถานการณ์และโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ กิจกรรมต่างๆ ต้องลดความเสี่ยง ไซเบอร์ ซิเคียวริตี้ และเตรียมพร้อมเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน
ศาสตราจารย์ อาร์ทูโร บริส Director IMD World Competitiveness Center กล่าวว่า เทคโนโลยี AI มีบทบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และหลายอาชีพถูกทดแทนด้วย AI ทำให้ผู้คนเริ่มเกิดความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาทดแทนการทำงานของคน ซึ่งเป็นเรื่องยากจะคาดเดาได้ว่าเกิดได้จริง และเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลขนาดไหน ก็มีตัวอย่างครั้งเกิดวิกฤตโควิด-19 ระบาด ทำให้หลายอาชีพหายไป หลายงานเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนคน ส่วนไทยจะไปในทิศทางไหน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์ทิศทางและเป้าหมายการเติบโตของประเทศในอนาคต
ขณะที่ มาร์ติน วีโซสกี้ Chief Futurist & Head of the Future Hub SAP, Germany กล่าวว่า อนาคต เทคโนโลยีจะมาทดแทนคนทั้งหมดหรือไม่ สิ่งที่เราทำได้ในการวิเคราะห์และมองเห็นอนาคตใน 10 ปีข้างหน้า ต้องมาดูว่าเรามีกลยุทธ์และยุทธวิธีอย่างไร เทคโนโลยี AI มีประสิทธิภาพในการทำงานหลายอย่าง แต่ผมไม่เคยเห็นหุ่นยนต์คุยเรื่องธุรกิจ เครื่องยนต์ช่วยทำงานของเราแต่ทำธุรกิจแทนเราไม่ได้ ดังนั้น การทำงานต้องวางกลยุทธ์ให้ชัดเจน
เชาวลิต รัตนกรไกรศรี รองกรรมการผู้จัดการ สายงานโซลูชันองค์กร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยี AI เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมี 2 ภารกิจหลัก คือ การทำอย่างไรพัฒนาเทคโนโลยี ที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคนและสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ และการสร้างความไว้วางใจในการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย
⦁3เทรนด์สู่ความยั่งยืน
ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จํากัด กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลง การค้า เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจแบบเดิม เน้นกำไร สู่ยุคใหม่ คำนึงถึง 3 ส่วน คือ ผลกำไร ผู้คน และโลก เป็นกลไกการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงวิธีการเติบโตเพื่อรวม คนและโลก ในการขับเคลื่อน คือกุญแจสำคัญนำโลกไปข้างหน้า แนวคิด Sustainomy เป็นโมเดลใหม่ที่สร้างขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่ทุนนิยมสร้างไว้ ด้วยการปรับตัวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
บุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความยั่งยืน เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำคนเดียวไม่ได้ต้องร่วมมือทำทั้งโลก ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เมื่อพูดถึงความยั่งยืนต้องควบคู่นวัตกรรมที่ดีขึ้น ปตท.ทำธุรกิจด้านพลังงานสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน สิ่งที่ ปตท.ทำไม่ใช่แค่มีพลังงานให้เพียงพอ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าพลังงานที่ใช้นั้นดีต่อโลกหรือไม่ ต้องเป็นพลังงานสีเขียวไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และราคาไม่แพงเกินไป ซึ่ง ปตท.เริ่มปรับตัวด้วยการขยายเข้าไปสู่ธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนทั้งสองด้าน โดยเข้าลงทุนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ เกี่ยวกับยา
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า ปีนี้ทุกคนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าถ้าสังคมอยู่ไม่ได้ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้ แม้ธุรกิจก้าวหน้าไปมาก แต่หากไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม การขยายก็ทำได้ยาก และยิ่งสภาพแวดล้อมเปลี่ยนเกิดภัยธรรมชาติหลัก เช่น น้ำท่วมใหญ่ ทุกอย่างหยุดชะงัก ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ESG จำเป็น เกิดกฎกติกาใหม่ๆ ซึ่งการปรับตัวต้องทำไปด้วยกันทั้งระบบนิเวศของธุรกิจ อีโค่ซิสเต็ม โดยเอไอเอสลงทุนกับเรื่องนี้ประมาณ 1 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจโตยั่งยืนระยะยาว ต้องเป็น Tone from the Top คือระดับหัวสั่งการว่าทุกอย่างต้องเติบโตและยั่งยืน
พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า สิ่งที่ให้ความสำคัญ คือ การศึกษา ด้านการเกษตรกร และเอสเอ็มอี ธุรกิจนอกจากกำไรต้องได้สิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยของเสียจัดการให้เป็นศูนย์ ผู้บริโภคต้องการสินค้าที่กรีน จึงเป็นโจทย์ให้ทุกบียูคิดและทำแผน
ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนองค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า ทุกอุตสาหกรรมเน้นเรื่อง ESG ซึ่งกระทบซัพพลายเชนจำนวนมาก และเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พูดคุยกันมาหลายปี แต่ใน 2-3 ปีนี้พบปัญหาจริง อากาศร้อนขึ้นทุกปีทำสถิติใหม่ตลอด และอุทกภัยรุนแรงขึ้น การผลิตกระทบหมด เป็นเรื่องต้องช่วยกันแก้ไข แต่ไม่สามารถทำคนเดียวได้ เรื่องนี้เป็นทั้งปัญหาและเป็นโอกาส ซึ่งเมืองไทยต้องเริ่มคิดถ้าลดไม่ได้ 100% จะทำได้แค่ไหน ยุโรป อเมริกา ทำ carbon capture โดยรัฐบาลสนับสนุน
ข้างต้นเป็นเรื่องส่วนหนึ่ง ที่ย้ำเตือนให้ทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่แค่ในที่ทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน บนวิถีโลกในปัจจุบันและอนาคตที่กำลังเกิดขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ซีอีโอ’ สะท้อน 3 เทรนด์เปลี่ยนโลก นโยบายการค้า-สวล.-เทคโนโลยี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th