โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจ จอดรถหน้าบ้านตัวเอง โดนด่า-โดนขู่ เผยอยู่มา 12 ปี เพิ่งจอดครั้งแรก

Khaosod

อัพเดต 02 ก.ย 2567 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2567 เวลา 07.49 น.

เปิดใจ จอดรถหน้าบ้านตัวเอง โดนด่า-โดนขู่ เผยอยู่มา 12 ปี เพิ่งจอดครั้งแรก เหตุเพราะถอยรถเข้าจอดในบ้านไม่ได้ มีรถจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านหลายคัน งงคนทั้งซอยจอดได้ ทำไมตัวเองถึงจอดไม่ได้

วันที่ 2 ก.ย. 2567 ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยวัดลาดปลาดุก จ.นนทบุรี นายศิลา อายุ 53 ปี เปิดใจกับ 'ข่าวสดออนไลน์' หลังจากไม่สามารถถอยรถเข้าออกบ้านของตัวเองได้ จึงตัดสินใจจอดรถหน้าบ้าน แต่ถูกด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมกับถูกข่มขู่

นายศิลา กล่าวว่า ตนกลับบ้านมาถึงที่บ้านประมาณสี่ทุ่ม ปรากฏว่ามีรถจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านหลายคัน คันหนึ่งเป็นของท้ายซอย แต่มาจอดที่กลางซอย และตนไม่สามารถตีวงเพื่อถอยรถเข้าบ้านได้ จึงตัดสินใจจอดหน้าบ้าน โดยในวันนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ตนจึงคิดว่าทำไมตนต้องจอดอยู่ในบ้านคนเดียวด้วย

ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหากันว่าหน้าบ้านเขา ทำไมเขาถึงจอดรถไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจจอดรถหน้าบ้านบ้าง วันต่อมาตนจึงรีบกลับบ้านมาเร็วเพื่อที่จะจอดรถหน้าบ้าน จะได้ไม่มีปัญหาว่าอีกฝั่งมาจอดแล้วเข้าบ้านไม่ได้ จนสุดท้ายบ้านข้างในสุดไม่สามารถขับรถเข้าออกได้ จึงอัดคลิปโพสต์เฟซบุ๊ก ด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย บอกว่า "กูทำให้อยู่ดีๆ กันไม่ชอบ จอดรถเหี้ยๆ แบบนี้ เดี๋ยวกูจะระเบิดให้หมดเลย"

ตนจึงรู้สึกว่าทำไมคนทั้งซอยจอดได้และทำไมตนถึงจอดไม่ได้ ซึ่งอยู่บ้านนี้มา 12 ปี ไม่เคยจอดรถหน้าบ้านมาก่อนเลย แต่มาจอดได้ 2 วันกลับมีปัญหา ตนต้องการให้มันเกิดมาตรฐาน ถ้าหากจอดได้ก็ควรจะจอดได้ทุกหลัง แต่ถ้าหากจอดไม่ได้ ก็ไม่ควรมีบ้านหลังไหนที่จอดได้เหมือนกัน

ซึ่งในซอยมีเพียงแค่บ้าน 2 หลังคือบ้านของตนและบ้านของคุณป้าที่มีอายุคนหนึ่ง ซึ่งบ้านท้ายซอยอ้างว่า เดี๋ยวนี้เขาจอดรถในบ้านแล้วซึ่งถ้าดูกล้องวงจรปิดก่อนหน้านี้ 2 วัน เขาก็ยังจอดรถหน้าบ้านอยู่เลย ตอนที่ตนมาอาศัยอยู่ที่นี่ตนก็เห็นว่าบ้านหลังนี้จอดรถอยู่หน้าบ้านมานานแล้ว

นายศิลา กล่าวต่อว่า ต่อมาตนจึงโทรไปเคลียร์กับอีกฝ่ายเนื่องจากว่าเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊ก แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะอีกฝ่ายบอกว่า "อย่ามายุ่งกับเขาเดี๋ยวจะเจ็บหนัก" เราจึงไม่ได้มีการเผชิญหน้ากัน มีแต่คุยผ่านทางโซเชียลเท่านั้น มองว่าอีกฝ่ายเลือกด่าเฉพาะบ้านคนพิการบ้านคนแก่

ตนไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้แล้วเพราะว่าจอดในบ้านตนก็โดน ต่อว่าอีกเพราะว่ามีหน้าบ้านเอารถมาจอดด้านหน้า แล้วตนก็ไม่สามารถถอยรถจอดได้ เวลาที่ถอยออกรถ ตนก็จะบีบแตร เพื่อให้เจ้าของรถมาเลื่อนรถให้

ซึ่งก็ยอมรับว่าทุกครั้งที่เป็นแบบนั้น มันก็อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับคนที่ต้องออกมาเลื่อนรถ แต่เราไม่ได้ทะเลาะกัน และเมื่อเป็นแบบนั้นบ่อย ๆ บ้านหลังนั้นก็ไม่ได้เอารถมาจอดแล้ว แต่ให้เอารถบ้านด้านในสุดมาจอดแทน

นอกจากนี้ มีอยู่วันหนึ่งที่ตนขับรถเข้ามาในซอยบ้านพอดีแล้วก็ได้ยินกลุ่มเพื่อนบ้านคุยกันว่า บ้านของตนนั้นมีปัญหา ตนจึงบอกว่ามีอะไรก็ให้เดินมาคุยหน้าบ้านเลย เพราะว่าบ้านของคนที่กำลังต่อว่าอยู่นั้นคือบ้านของตน

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คุยกัน ส่วนประเด็นเรื่องการ ตากผ้าหน้าบ้านนั้น ตนยอมรับว่าบ้านของตนก็ตากผ้าหน้าบ้านเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้กินพื้นที่ถนน จนไม่สามารถให้รถเข้าออกได้

หลังจากที่เกิดเรื่องราวนี้ขึ้น ตนก็ได้ไปแจ้งความไว้แล้ว ที่ สภ.ไทรน้อย เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้เวลามีปัญหาอะไรกันเรื่องที่จอดรถ ตนก็ได้บอก ตำรวจที่อยู่แถวบ้าน เขาก็ตอบกลับมาว่า"เจอแบบเดียวกัน ก็ไปซื้อบ้านใหม่"

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนอยากจะทำให้มันเกิดขึ้นคือ อยากให้หน่วยงานภาครัฐมองเห็นปัญหาเรื่องที่จอดรถของคนที่ซื้อบ้านในราคาถูก ว่าควรจะมีกฎหมายที่บ่งบอกชัดเจน เรื่องของการจอดรถหน้าบ้านว่าควรจอดรถได้หรือไม่ได้

เนื่องจากว่าที่ผ่านมาก็เห็นปัญหาเพื่อนบ้านทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถมามากมาย ซึ่งบอกตามตรงว่าตนก็ไม่ได้อยากมีปัญหาเรื่องนี้เลย จึงหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเห็นถึงปัญหาเรื่องนี้และรีบช่วยกันแก้ไข

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดใจ จอดรถหน้าบ้านตัวเอง โดนด่า-โดนขู่ เผยอยู่มา 12 ปี เพิ่งจอดครั้งแรก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...