โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภรรยาร้องสายไหมต้องรอด สามีเซียนพระทำร้ายร่างกาย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 ก.ย 2567 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2567 เวลา 05.48 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

2 ก.ย. – ภรรยาร้องสายไหมต้องรอด สามีเป็นเซียนพระชื่อดังย่านฝั่งธนฯ ติดการพนันจนหมดตัว ทำร้ายร่างกายถึงขั้นนอน รพ. ยื่นคำขาดขอหย่า และขอเลี้ยงลูก 2 คน เพียงคนเดียว

น.ส.เกตุสิริ อายุ 30 ปี ผู้เสียหาย เข้าร้องทุกข์ กับเพจสายไหมต้องรอด ว่าตนและสามีมีลูกด้วยกัน 2 คน ลูกคนเล็ก เป็นเด็กออทิสติก ซึ่งตนต้องทำงานหาเงินเพียงคนเดียว จึงทนไม่ไหว สามีติดพนันออนไลน์หนักจนเกิดมีปากเสียงกัน เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ตัดสินใจขอกลับบ้านไปอยู่กับแม่จึงเข้าไปเก็บเสื้อผ้าสามีกลับไม่ยอมให้ออกจากห้อง พร้อมทำร้ายร่างกาย ต่อยที่หน้า และบีบคอจนตนล้มลง ตนยกมือไหว้ขอให้พอ แต่สามีกลับกระทืบต่อ และหยิบกระทะมาฟาดไม่ยั้งจนเลือดออก พร้อมกลับข่มขู่ไม่ให้ออกจากบ้าน จากนั้นตนขอให้สามีพาไป รพ. เพราะเจ็บบริเวณซี่โครง แต่สามีไม่พาไป ตนจึงแกล้งหลับ เพื่อหลบหนีออกมาไปหาเจ้าหน้าที่นิติของที่พัก และขอยืมโทรศัพท์โทรหาแม่ให้พาไป รพ.

โดยนอนรักษาตัว 2 วัน แต่ตนเองนอนเพียงวันเดียว กลัวไม่ปลอดภัย โดยสามีให้พี่สามีโทรหา พี่ชายของเธอไปแจ้งความที่ สน.บางขุนเทียน แต่ตำรวจแจ้งว่า แจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ได้เนื่องจากเป็นสามีภรรยากัน ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายแจ้งได้ ตำรวจแจ้งว่าต้องรอเรียกทุกฝ่ายเข้ามาสอบวันนี้อีกครั้ง ยืนยันว่า หากมีการมาขอโทษขอคืนดี จะไม่กลับไปคบหาอีก คบหากับสามีมา 12 ปี ที่ผ่านมาเป็นคนดี ทำอาชีพเป็นเซียนพระหาเงินเข้าบ้านเสมอ แต่หลังติดการพนัน สามีไม่ทำงาน ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วเสียพนันออนไลน์ 1.6 ล้านบาท ต้องขายบ้าน รถ โทรศัพท์มือถือ และยังยืมเงินของแม่ของตนเองด้วย พอทวงถามก็ไม่ให้ .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...