โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การประชุม FOMC วันที่ 25-26 ก.ค. 2566 คาดเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.ค. 2566 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2566 เวลา 03.09 น.

ในการประชุม FOMC วันที่25-26 ก.ค. นี้ คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 21 ปี หลังจากที่เฟดส่งสัญญาณผ่าน Fed Dot Plot ในการประชุม FOMC เดือนมิ.ย. ว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งในปีนี้ โดยแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิ.ย. 2566 ลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 3.0%YoY แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.0% อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนมิ.ย. 2566 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 4.8%YoY เช่นเดียวกับดัชนีราคาพื้นฐานจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Core PCE) ที่เฟดให้ความสำคัญนั้นยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 4.6%YoY ในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เป้าหมายของเฟดในการควบคุมเงินเฟ้อนั้นยังไม่เสร็จสิ้น ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาล่าสุด แม้จะเริ่มส่งสัญญาณลดความร้อนแรงลง แต่ตลาดแรงงานยังคงค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยยอดผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว (9-15 ก.ค. 2566) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 228,000 ราย ขณะที่อัตราว่างงานของสหรัฐฯ ก็ทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 3.6% ในเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ อัตราค่าแรงรายชั่วโมงยังคงปรับเพิ่มขึ้นที่ 4.4%YoY สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงค่อนข้างตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดยังเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในการประชุมที่จะถึงนี้ ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่เฟดอาจนำพาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไปสู่ Soft Landing หรือการที่อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงโดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยนั้นมีมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ตลาดมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมที่จะถึงนี้อาจเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในรอบวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีทิศทางชะลอลงอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิ.ย. 2566 อยู่ที่ 3.0%YoY ซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4.0%YoY ซึ่งเมื่อมองไปข้างหน้าเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องมาเข้าใกล้ระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2.0% ขณะที่ แม้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะยังค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ตัวเลขจ้างงานก็เริ่มส่งสัญญาณลดความร้อนแรงลงโดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงที่ 209,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมาซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดนับตั้งแต่ธ.ค. 2563 ทั้งนี้ ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงประกอบกับภาวะสินเชื่อที่ตึงตัวขึ้นคาดว่าจะทยอยส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะต่อไป โดยยังคงมีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสถัดๆ ไปอาจชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ตลาดส่วนใหญ่มองว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งสุดท้ายในการประชุมวันที่ 25-26 ก.ค. 2566 นี้ อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อตามที่ได้ส่งสัญญาณไว้ :ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่ออกมา โดยเฉพาะหากเงินเฟ้อพื้นฐานและค่าแรงไม่ปรับลดลงเร็ว และหากตลาดแรงงานยังไม่ลดความร้อนแรงลงเท่าที่ควร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...