โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ก้าวไกล”เตรียมลงพื้นที่ เก็บข้อมูล เด็กรหัสจี ห่วงสามเณร ไร้รัฐไร้สัญชาติไม่ได้เรียน

Khaosod

อัพเดต 29 ส.ค. 2566 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2566 เวลา 03.52 น.
“ก้าวไกล”เตรียมลงพื้นที่ เก็บข้อมูล เด็กรหัสจี ห่วงสามเณร ไร้รัฐไร้สัญชาติไม่ได้เรียน

“ก้าวไกล”เตรียมลงพื้นที่ เก็บข้อมูล เด็กรหัสจี “ปารมี”รับห่วงเด็ก 126 คน ถูกส่งกลับพม่า พระอาจารย์ มจร. ห่วงสามเณรไร้รัฐไร้สัญชาติไม่ได้เรียน

วันที่ 29 ส.ค.2566 ปารมี ไวจงเจริญ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อพิจารณาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ว่าใน วันที่ 3-4 ก.ย.2566 พรรคก้าวไกลและเครือข่ายภาคประชาสังคม จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลเด็กนักเรียน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการออกรหัส G (Generate Code) แก่เด็กไร้สถานทางทะเบียนราษฎรทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมไปถึงสามเณรที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ โดยในระหว่างที่กำลังรอสภาผู้แทนฯบรรจุวาระก็ได้เร่งศึกษาและรวบรวมข้อมูลเด็กกลุ่มนี้เพิ่มเติม

ปารมี กล่าวว่า สำหรับกรณีเด็กนักเรียนในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จำนวน 126 คน ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและถูกส่งกลับประเทศพม่านั้น เท่าที่ทราบนั้นมีการส่งกลับไปเกือบหมดทั้งหมดแล้ว แม้ว่าทางพรรคก้าวไกลจะมีช่องทางในติดต่อผู้ปกครองของเด็กได้ แต่ยังมีความหวั่นใจอย่างยิ่ง เพราะไม่เห็นมีหน่วยราชการไทยติดตามเด็กเหล่านี้เลย ซึ่งน่ากังวลว่าเด็กจะตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก

“เราไม่รู้เลยว่าพวกเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร จริงๆแล้วควรเร่งนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่ใช่แค่กรณีของเด็กนักเรียน 126 คนที่จ.อ่างทองเท่านั้นที่เราต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะยังมีกรณีสามเณรไร้รัฐไร้สัญชาติที่กำลังประสบปัญหาไม่สามารถออกรหัส G ได้และไม่มีโรงเรียนรองรับสามเณรที่ต้องการเรียน ป.1-6 สามเณรบางรูปต้องนำชื่อไปฝากไว้กับโรงเรียนประถมศึกษาภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

เนื่องจากเวลาถ่ายรูปติดบัตรสามเณรต้องเปลี่ยนจีวรให้เป็นชุดเครื่องแบบนักเรียน เรามองว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่สบายใจสำหรับบุคคลที่ต้องการที่จะศึกษาเรียนรู้ทางพระธรรมวินัย ถือว่าการกระทำนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะการเอาชื่อเข้าไปไว้อีกโรงเรียนหนึ่ง แต่เด็กเหล่านี้ไม่ได้ศึกษาในโรงเรียนที่มีชื่อนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ผิดกฎระเบียบของกระทรวงการศึกษาได้ พวกเขาควรได้เรียนโรงเรียนที่มุ่งเน้นหลักสูตรของตนเอง”ปารมี กล่าว

ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า แม้แต่โรงเรียนปริยัติธรรมศึกษาแผนกสามัญศึกษา ก็เปิดรับเฉพาะมัธยมศึกษาเท่านั้น ทั้งๆที่สามเณรที่เรียนชั้นประถมควรมีโอกาสได้เรียนด้วย ซึ่งเรื่องนี้หลายฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา เพราะว่าไม่ใช่แค่สามเณรที่ไร้รัฐไร้สัญชาติเท่านั้นที่กำลังประสบปัญหา สามเณรที่มีสัญชาติไทยเองก็ประสบปัญหาในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

เรามองว่ากฎหมายและกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาหรือมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะออกรหัส G เพื่อจะรองรับสิทธิและให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนไร้สถานทางทะเบียนเพื่อเข้าเรียนนั้นมีอยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาหลัก ๆในขณะนี้คือขาดการติดต่อประสานงานและขาดศูนย์ดำเนินงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่กล้าตัดสินใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่ไม่มีการประสานงานและทำงานร่วมกัน

ทำให้ใช้ระยะเวลานานกว่าจะแก้ไขปัญหาออกรหัส G ในบางกรณีกว่าจะสามารถออกได้ เด็กนักเรียนบางคนเรียนจบไปแล้ว และมีเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทับซ้อน จึงทำให้ปัญหานั้นสะสมไปเรื่อย ๆ และเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต

ขณะที่ พระวิสิทธิ์ ฐิตวิสิทฺโธ (วงใส) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) วิทยาเขตเชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังจังหวัดเชียงตุง รัฐฉานตะวันออก ประเทศพม่า เพื่อไปศึกษาประเด็นปัญหาสามเณรไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ลูกเณรเข้ามาพึ่งพาอาศัยลี้ภัยสงคราม

เมื่อได้ลงพื้นที่ปรากฏว่าในประเทศพม่าก็มีการจัดการศึกษาให้กับสามเณรเช่นเดียวกัน เพียงแต่พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้เลขระบุสถานะทางทะเบียน และการจัดการศึกษาก็เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ สามารถสื่อสารกันและกันได้เท่านั้น เพราะเป็นที่เข้าใจกันดีว่าประเทศพม่ามีหลากหลายชาติพันธุ์และพูดคุยกันคนละภาษา

พระวิสิทธิ์ กล่าวว่า สามเณรสามารถแบ่งประเภทได้ 3 ส่วน คือ 1.สามเณรที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เข้ารับการศึกษาโดยไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลพม่า และอยู่ในพื้นที่เงียบสงบ 2.สามเณรที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ารับการศึกษาโดยมีรัฐบาลพม่าสนับสนุน 3.สามเณรกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต่อต้านรัฐบาลพม่าและอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้ปกครอง พ่อแม่ของสามเณรบางส่วนเป็นผู้อพยพลี้ภัยทางการเมือง และนำลูกมาบวชเพราะต้องการปกป้องลูกให้อาศัยร่มกาสาวพัสตร์จากภัยสงคราม

“มีเด็กผู้หญิงบางคนที่จำเป็นต้องโกนผมเพื่อเข้าเรียนเช่นเดียวกัน หลายคนเป็นเด็กกำพร้าและหากสงครามยุติลงก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีโอกาสได้พบครอบครัวหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หากสามเณรไร้รัฐไร้สัญชาติที่อยู่ในประเทศไทยไม่ได้รับการแก้ปัญหา และหากถูกส่งตัวกลับไปยังพื้นที่ต้นน้ำที่เป็นพื้นที่อันตรายนั้น ก็ไม่รู้ชะตาชีวิตของพวกเขานั้นจะเป็นอย่างไร”พระวิสิทธิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...