โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แรงงานไทยในอิสราเอลถึงไทยอีก 90 คน 'พิพัฒน์' ย้ำเร่งพาแรงงานที่เหลือกลับ

VoiceTV

อัพเดต 15 ต.ค. 2566 เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2566 เวลา 04.50 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

แรงงานไทย 90 คนเดินทางกลับมาตุภูมิ 'พิพัฒน์' ย้ำเร่งพากลับอีก 7 พันคน ชี้รัฐบาลเป็นห่วงเพราะทุกคนเพราะช่วยพัฒนาประเทศ บอกอนาคตใครอยากกลับไปทำงานจะพาหรือหาประเทศอื่นที่ได้ค่าแรงใกล้เคียง เผยได้รับรายงานตายเพิ่มเป็น 28 คน - ด้าน 'แพทองธาร' วันนี้ช่วยดูแลเรื่องที่พักให้หากยังไม่สะดวกกลับภูมิลำเนา

วันที่ 15 ต.ค. ที่โรงแรม SC Park แรงงานไทยอีก 90 คน ที่เดินทางกลับมาจากอิสราเอล ภายหลังจากลงเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยอง เมื่อช่วงเช้า ได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ,พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ,พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกมนตรี , จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และครอบครัวของแรงงาน มารอต้อนรับ

พิพัฒน์ กล่าวต้อนรับว่า ในนามรัฐบาลไทยดีใจที่ทุกคนกลับมาถึงประเทศเรียบร้อย ขณะนี้เรากำลังเร่งช่วยเหลือคนไทยอีกเกือบ 7,000 คนที่แจ้งความประสงค์เดินทางกลับไว้ รวมถึงช่วยเหลือผู้ที่ถูกจับตัวอยู่

ทั้งนี้ในนามรัฐบาลไทยโดย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความห่วงใยกับชาวแรงงานทุกคน เพราะทุกท่านสร้างคุณูปการ เพราะเป็นกำลังหลักส่วนหนึ่งให้กับประเทศไทย ในการช่วยพัฒนาประเทศ

รมว.แรงงาน ระบุอีกว่า ทุกคนในประเทศไทยเข้าใจดีว่าทุกคนอยู่ในสภาวะเครียดภายใต้สถานการณ์สงคราม และสองประเทศที่มีปัญหากันก็ไม่อยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วทุกคนก็ต้องดูแลตัวเองในเบื้องต้นและรัฐบาลไทยก็จะคอยช่วยเหลือ โดยขณะนี้กองทัพอากาศไทย ก็ได้ส่งเครื่องบินไปช่วยเหลือแล้ว รวมถึงจะมีเครื่องบินพาณิชย์ไปรับกลับมา ซึ่งหลังจากนี้ก็คาดว่าจะมีแรงงานไทยเดินทางมาไม่น้อยกว่าวันละ 200 - 400 คน แล้วก็หวังว่าจะสามารถนำกลับมาสู่ประเทศไทยอย่างปลอดภัยให้มากที่สุด ส่วนคนที่ยังไม่กลับมาตอนนี้ หากอนาคตเกิดวิกฤตจริงๆก็จะต้องนำกลับมาทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม คนที่อยากจะกลับไปใหม่อีกครั้งนึง กระทรวงแรงงานได้แจ้งนายกฯ ว่าหากใครยังทำงานไม่ครบสัญญา และอนาคตอยากกลับไปทำงานในต่างประเทศต่อ ขอให้สบายใจได้กระทรวงแรงงานจะทำหน้าที่ประสาน เมื่อเหตุการณ์สงบจะนำท่านกลับไปในอิสลาเอล หรืองานในประเทศอื่นๆ ที่มีรายได้ใกล้เคียงหรือน้อยกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อให้ไปทำงานต่อ เพราะรัฐบาลเข้าใจว่าทุกคนที่ไปก็มีหนี้สิน ฉะนั้นหากประสงค์ก็ขอให้แจ้งกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานได้ ส่วนใครที่จ่ายค่าตัวเองก็ขอให้เก็บตั๋วไว้รัฐบาลจะรับผิดชอบดูแล

ส่วนวันนี้ใครเมื่อกลับมาแล้ว ยังไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ แจ้งไว้ว่า หากใครยังไม่สะดวกเดินทางกลับก็แจ้งความประสงค์ แพทองธาร จะดูแลเรื่องที่พักให้ในเบื้องต้น อย่างไรตนขอให้กำลังใจทุกคนและหากมีอะไรขาดเหลือก็ขอให้ประสานไปที่กระทรวงแรงงาน เพื่อให้การช่วยเหลือ

พร้อมย้ำว่ารัฐบาลเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้สูญเสีย ซึ่งขณะนี้เมื่อเช้าได้รับเพิ่มเติมว่า ได้รับการพิสูจน์อัตลักษณ์พบว่ารายงานแรงงานไทยเสียชีวิตเพิ่มรวมเป็น 28 คน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องให้กำลังใจกับคนที่อยู่ภายหลัง

ด้าน ไชยะ บุญสังข์ แรงงานไทย อายุ 39 ปี เมื่อพบคริบครัวได้สวมกอดลูกชายวัย 11 ปี และผู้เป็นแม่ทันที พร้อมเปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาเจอหน้าลูกชายและครอบครัว เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาตนหลบอยู่ในโรงงานนาน 3 วัน โดยไม่มีอาหารและห้องน้ำ เนื่องจากถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายปิดล้อมต้องปีนไปหลบอยู่บนหลังคา รอจนทหารอิสราเอลเข้ามาช่วยหนีออกมายังจุดที่ปลอดภัย ก่อนที่จะได้เดินทางกลับไทย ซึ่งที่ผ่านมาตนไปเป็นแรงงานรับจ้างในสวนเกษตรใกล้ฉนวนกาซา มานานกว่า 1 ปี

"ที่ผ่านมามักจะมีเหตุปะทะยิงกันอยู่ตลอด แต่ไม่เคยรุนแรงขนาดนี้ ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด ทำให้รู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก และส่วนตัวคงไม่กลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกแล้ว" ไชยะกล่าว

ขณะที่ มยุรี บุญใหญ่ อายุ 40 ปี ภรรยาของ สมชาย บุตรศรี อายุ 45 ปี แรงงานไทยในอิสราเอล ชาวจังหวัดชัยภูมิ เล่าว่า สามีทำงานในพื้นที่ฉนวนกาซา ติดรั้วชายแดนใกล้กับค่ายทหาร ซึ่งสามีเดินทางไปทำงานครบกำหนดสัญญา 5 ปีแล้ว แต่นายจ้างให้ทำงานต่อ โดยที่ที่ผ่านมาสามีไม่ค่อยเล่าเหตุการณ์ความรุนแรงให้ฟัง เพราะกลัวครอบครัวเป็นห่วง และเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมวันที่เกิดเหตุ ตนไม่สามารถติดต่อกับสามีได้ ยอมรับว่าจิตตกและเป็นห่วงมาก เพราะติดต่อสามีไม่ได้ประมาณ 3 วัน จนกระทั่งสามีติดต่อกลับมาในวันพุธที่ 11 ตุลาคม บอกว่าปลอดภัยดี พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ให้ฟังจึงคลายความกังวลขึ้น

"อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็ไม่อยากให้สามีกลับไปทำงานอีกแล้ว แม้ว่าสามีอยากกลับไปอยู่ก็ตาม เพราะตนห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะอยากให้สามีมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวมากกว่า" มยุรีกล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...