รู้หรือไม่: หมาป่าที่พบได้บ่อยในไทยคือ 'หมาจิ้งจอก' และ 'หมาใน'
สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เผยข้อมูลว่าผืนป่าอนุรักษ์ของไทยนั้น มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม วงศ์หมาป่า (Canidae) อยู่ด้วยกัน 2 ชนิด นั่นคือ…
1. หมาจิ้งจอก หรือ Golden Jackal (Canis anureus)
2. หมาใน หรือ Dhole (Cuon alpinus)
ทั่วโลกมีสัตว์ในวงศ์หมาป่าถึง 34 ชนิด แต่ด้วยธรรมชาติของสัตว์ในวงศ์นี้ จะนิยมดำรงชีพด้วยการล่าเหยื่อในทุ่งหญ้าโล่งกว้าง แต่ผืนป่าไทยส่วนใหญ่เป็นป่ารกทึบ ดังนั้น จึงมีอยู่เพียง 2 ชนิดนี้เท่านั้น
หลายคนอาจยังสับสนและแยกไม่ออกระหว่างหมาจิ้งจอกกับหมาใน เพราะมีลักษณะค่อนข้างคล้ายคลึงกันอยู่มาก จากการเฝ้าติดตามของทีมวิจัยสัตว์ป่า พบการกระจายตัวของทั้งคู่ และมีความแตกต่างกัน ดังนี้
1. หมาจิ้งจอก พบการกระจายตัวอยู่ในทุกกลุ่มป่าทางภาคเหนือ กลุ่มป่าตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มป่าตะวันตก แต่ไม่พบในกลุ่มป่าตะวันออก บริเวณปลายขนช่วงหัวไหล่ จะมีสีดำ แลดูคล้ายลักษณะหมาหลังอาน หมาจิ้งจอก กินเหยื่อได้หลากหลายกว่า ตั้งแต่แมลงไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก
2. หมาใน พบการกระจายตัวมากที่สุดในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ รองลงมาเป็นกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว และกลุ่มป่าตะวันออก แต่ไม่พบในกลุ่มป่าภาคใต้ โดยหมาใน จะเลือกดำรงชีพในกลุ่มป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่หมาจิ้งจอกสามารถดำรงชีพอยู่ได้ในป่าเสื่อมโทรม หมาใน กินเหยื่อเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น กวางป่า เก้ง หมูป่า
ด้วยสองปัจจัยการกินที่หลากหลายกว่าของหมาจิ้งจอกนี้ จึงทำให้ผืนป่าไทยมีประชากรหมาจิ้งจอกมากกว่าหมาในนั่นเอง
โดยวันที่ 13 สิงหาคม ของทุกปี คือวันหมาป่าโลก “International Wolf Day” เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของพวกเขาในระบบนิเวศธรรมชาติ
ที่มา สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า Wildlife Conservation Office, Thailand
https://www.facebook.com/prhotnews02/posts/2769986859813449
ตัวอย่างคอนเท้นเก่า
https://www.facebook.com/1523107561151019/posts/4289219237873157/