JMT โบรกฯ ชี้ราคา downside จำกัด กำไร Q2/66 ฟื้น เร่งตัวขึ้นใน 2H66
#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ ส่องหุ้น JMT หากไม่รวมยอดเก็บหนี้ของ JKAMC พบว่ายอดตามเก็บหนี้จากพอร์ตของ JMT ทรงตัวในช่วง 4-5 ไตรมาสที่ผ่านมา แม้จะมีการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนเป็นกังวลเกี่ยวกับการที่บริษัทไม่สามารถเก็บหนี้ที่ขาดอายุความ 10 ปีไปแล้ว
ส่วนนอกเหนือจากความเสี่ยงและความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มยอดเก็บหนี้ ราคาหุ้นที่ตกลงมาแรงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้ราคาหุ้นมี downside จำกัด จึงยังคงคำแนะนำซื้อและคงราคาเป้าหมายปี 2566F เอาไว้เท่าเดิมที่ 60 บาท
ทั้งนี้ สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความทำให้นักลงทุนเป็นกังวลกับการเติบโตของยอดเก็บหนี้ JMT ชี้แจงข้อกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความสามารถในการเพิ่มยอดเก็บหนี้ของสิทธิเรียกร้องที่มีอายุเกิน 10 ปี ทั้งนี้ ในการตามเก็บหนี้ บริษัทเลือกใช้วิธีเจรจา และทำข้อตกลงปรับโครงสร้างกับลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระมากกว่าจะดำเนินคดีในชั้นศาล
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของบริษัทปฏิเสธที่จะเปิดเผยยอดหนี้ที่ขาดอายุความ แต่ให้ข้อมูลว่าเป็นข้อมูลที่ทั้งบริษัท และลูกหนี้ทราบดีอยู่แล้ว ซึ่งจากสถิติในอดีต บริษัทยังสามารถตามเก็บหนี้ที่ขาดอายุความได้อยู่
ตั้งเป้าเก็บหนี้ 9 พันลบ. (+40%) ในปี 66
จากการที่บริษัทเข้าไปซื้อสินทรัพย์มากถึง 6 หมื่นล้านบาทใน Q2/66 ทำให้ยอดซื้อสินทรัพย์ในงวด 1H66 อยู่ที่ 7 หมื่นล้านบาท บริษัทจึงคาดว่าจะเก็บหนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งเป็น 9 พันล้านบาทในปี 2566 (+40%) ซึ่งรวมยอดเก็บหนี้ของ JKAMC ด้วย
ทั้งนี้ เพื่อรักษาระดับการเก็บหนี้ในระยะยาว บริษัทต้งเป้าจะซื้อหนี้เพิ่มเข้าพอร์ตอีกใน 2H66 โดยงบซื้อหนี้เข้าพอร์ต JMT ในปีนี้อาจจะขึ้นไปถึง 1.5 หมื่นล้านบาท (จากที่ใช้ไป 7-8 พันล้านบาทใน 1H66)
ผลงานฟื้นตัวอย่างอ่อนๆ ใน Q2/66F
ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรของ JMT ใน Q2/66F จะอยู่ที่ 531 ล้านบาท (+17% QoQ, +23% YoY) จากยอดเก็บหนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 15% QoQ และ 66% YoY (ภายใต้สมมติฐานว่ายอดเก็บหนี้ของ JKAMC ช่วยกระตุ้นการเติบโต) และรายได้ equity income จาก JKAMC ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 145 ล้านบาท (จาก 133 ล้านบาทใน Q1/66)
นอกเหนือจากความเสี่ยงและความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการตามเก็บหนี้เพิ่มแล้ว ฝ่ายวิจัยคิดว่าการซื้อหนี้เสียก้อนใหญ่ในปี 2566-2567 และการอัดฉีดสินทรัพย์ก้อนใหญ่เข้ามาใน JKAMC จะช่วยหนุนให้ยอดตามเก็บหนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตในระยะสั้นจะไม่หวือหวา แต่โมเมนตัมจะเร่งตัวขึ้นใน 2H66
ทั้งนี้ เนื่องจากราคาหุ้นลดลงมาอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จึงมองว่าราคาหุ้นมี downside จำกัด โดยยังคงคำแนะนำซื้อ และคงราคาเป้าหมายปี 2566F เอาไว้เท่าเดิมที่ 60 บาท
ด้านความเสี่ยง ยอดตามเก็บหนี้ และ margin ลดลง, ต้นทุนการดำเนินการทางกฎหมายสูงกว่าที่คาดไว้.
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1