เพิ่ม ‘โรคจากรังสีแตกตัว’ หลังเกิด ‘ซีเซียม-137’ พร้อมประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุด PM 2.5
The Bangkok Insight
อัพเดต 05 พ.ค. 2566 เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2566 เวลา 01.52 น. • The Bangkok Insightคณะกรรมการควบคุมโรคฯ เห็นชอบประกาศเพิ่ม "โรคจากรังสีแตกตัว" หลังเกิด ซีเซียม-137 พร้อมประกาศพื้นที่เขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ฝุ่น PM 2.5
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีการหารือถึงการดำเนินงานในปี 2566 ที่ได้วางกรอบยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีอนุบัญญัติที่มีผลบังคับใช้แล้ว 16 ฉบับ ช่วยยกระดับการเฝ้าระวังดูแลสุขภาพประชาชน และยังมีกฎหมายที่อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี 4 ฉบับ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำอีก 3 ฉบับ
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้ให้ความเห็นชอบ 2 เรื่อง คือ
1. การประกาศกำหนดชื่อหรืออาการสำคัญของโรคจากการประกอบอาชีพ และโรคจากสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม โดยเพิ่มโรคจากรังสีแตกตัว เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์เรื่องสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ทำให้สังคมเกิดความกังวล
การกำหนดไว้ตามกฎหมาย จะทำให้มีแนวทางจัดการสารกัมมันตรังสี และการตอบโต้ได้ทันสถานการณ์ หากพบผู้ที่มีอาการเข้าได้กับนิยามอาการสำหรับการเฝ้าระวัง เช่น มีตุ่มน้ำ มีผื่น มีเรื่องของมะเร็งต่างๆ เป็นต้น จะได้เกิดการเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ แต่ย้ำว่าไม่ใช่อาการสำหรับวินิจฉัยขั้นสุดท้ายว่าเป็นโรค
สำหรับการเฝ้าระวังมีความสำคัญ เพราะบางครั้งการเกิดโรคขึ้นมาคนเดียวจะไม่ผิดสังเกต แต่หากเกิดพร้อมกันหลายคนในช่วงเวลาเดียวกัน มีปัจจัยเสี่ยงเดียวกัน จะเป็นความสำคัญทางระบาดวิทยา ที่ต้องไปหาสาเหตุจบพบต้นตอ
ส่วนการที่ต้องแยกมาเป็นโรคจากการประกอบอาชีพฯ ก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการชดเชยและทดแทน ในส่วนของกฎหมายด้านแรงงานด้วย โดยหลังจากนี้ จะออกเป็นร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อหรืออาการสำคัญของโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมต่อไป
2. การประกาศเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคจากประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม กรณีฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 แบ่งกลไกการออกประกาศเป็น 2 ส่วน คือ
- การใช้มาตรา 14 (2) คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจในการเสนอเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม เป็นการเฉพาะต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเฝ้าระวังในภาพรวมระดับประเทศหรือหลายจังหวัดรวมกัน
- การใช้มาตรา 35 เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเกิดหรือก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของประชาชนในเขตพื้นที่
ทั้งนี้ ให้อธิบดีกรมควบคุมโรค หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมโรคมอบหมาย โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพฯ จังหวัด/กทม. มีอำนาจประกาศเขตพื้นที่ที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง ป้องกัน หรือควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพหรือโรคจากสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประกาศยกเลิกเมื่อมีเหตุอันสมควรหรือสภาวการณ์ของโรคนั้นสงบลง
ในส่วนของการประกาศกำหนดเขตพื้นที่ ให้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเฝ้าระวังการป้องกัน หรือการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพหรือโรคจากสิ่งแวดล้อม ที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรวดเร็วหรือกว้างขวาง เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการสำหรับเขตพื้นที่นั้นเป็นการเฉพาะ หรือกำหนดมาตรการอื่นใดที่เหมาะสมแก่สภาพของพื้นที่นั้นเป็นการเฉพาะได้
ขณะเดียวกัน ยังสามารถประกาศกำหนด ประเภท ขนาด และลักษณะของแหล่งกำเนิดมลพิษ และประเภทหรือกลุ่มของประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือตัวเลขค่าฝุ่น PM 2.5 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ของการประกาศว่าเป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวัง เขตพื้นที่ควบคุม หรือเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด
อ่านข่าวเพิ่มเติม