โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โอ๋ ภัคจีรา ใจเด็ด อดทนเพื่อลูกไม่ได้ ยันอดีตสามีเป็นคนดี ไม่คาดคิดชีวิตคู่พัง

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 พ.ค. 2566 เวลา 05.46 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2566 เวลา 05.41 น. • The Bangkok Insight

โอ๋ ภัคจีรา ยิ้มให้ลูก ร้องไห้กับตัวเอง เคยคิดรักต้องอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อเปิดใจคุย #เราทำสิ่งนี้เพื่อลูก สุดท้ายลงตัวในแบบของมัน

เมื่อนางร้ายสุดฮอตในตำนาน โอ๋ ภัคจีรา มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษในรายการ Club Friday Show พร้อมเปิดเรื่องราวความรักแบบทุกซอกทุกมุมของหัวใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต

คิดว่าโอ๋เป็นคนเจ้าชู้ไหม ?

"มันก็มีช่วงเวลาที่ซ่าอย่างนี้มันก็มีเหมือนกัน"

เคยคบซ้อนไหม ?

"ก็มีค่ะ อายเลย (ยิ้ม) ก็คบซ้อนด้วยความซ่าอะไรอย่างนี้ ฉันยังไม่แต่งงานฉันก็มีสิทธิ์เลือก โดนแฟนจับได้ก็ไปเลิกกับทางนั้นแล้วก็เลือกแฟน แต่ส่วนตัวเราก็เป็นคนขี้หึงนะ พูดจริง ๆ ก็หึงค่ะ โอ๋จะเป็นคนที่แบบเหมือนมีกฎ โอ๋จะไม่ชอบ สมมติรู้จักพี่อ้อย โอ๋จะไม่มีทางยุ่งกับแฟนพี่อ้อย แม้กระทั่งเลิกแล้วนะ เราก็จะมีกฎของเราว่าไม่ชอบ คนที่เป็นแฟนเก่า โอ๋จะพูดว่า โอ๋เป็นไม้หนึ่ง (หัวเราะ) โอ๋จะรู้สึกว่าความสัมพันธ์อย่างนี้ มันมองหน้ากันไม่ติดเพื่อนก็คือเพื่อนเลย ถามว่าเคยเจอคนขี้หึงไหม ก็มีค่ะ เพราะว่ามันก็ต้องหึงแหละ ด้วยความสวยของเราอะไรอย่างนี้ บางทีก็มีหึงแบบไม่อยากให้เราทำนี่ทำนั่น อย่างถ่ายวัยน่ารักใช่ไหมคะ เราก็ต้องใส่ชุดข้างในเป็น Body Glove แบบเอวลอยเหมือนอีกี้ สมัยนี้ แต่งตัวเปรี้ยว ๆ ข้างใน เราก็ต้องเปลี่ยนชุด เมื่อก่อนถ่ายแดนเนรมิต ถ่ายสวนอัมพรก็จะมีแค่อะไรบัง ๆ เราก็จะไปอยู่ที่รูแล้วก็เปลี่ยนชุด ก็จะมีผู้ชายมาสะกิดว่า บอกแล้วไงว่าไม่ให้ถ่ายแบบนี้ ซึ่งเขาไม่ได้มาเฝ้าเรานะคะ เขามาเป็นผี คนขี้หึงจะมาเป็นผีอย่างนี้ เขาแอบมาเช่นแบบ .. นอนแล้วนะ แต่สักพักมาเคาะประตู ซึ่งพ่อแบบ พ่อเปิดไปพ่อก็จะตกใจนิดหนึ่ง"

แรงถึงขนาดที่มีใครปารองเท้าตอนที่เราถ่ายแบบอยู่ ?

"ใช่ค่ะ (หัวเราะเบา ๆ) ก็นี่แหละค่ะ เพราะว่าเขาจะมาเป็นผี ตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอก เพราะว่าพี่ผู้ชายคนหนึ่งที่เราสนิทอย่างนี้ เขาเดินออกมาจากห้องน้ำเราก็เดินออกมาจากห้องน้ำ โอ๋ก็จับหน้าพี่เขาแล้วถามว่าอะไรติดหน้า รองเท้ามันลอยมาเลยพี่ รองเท้า !! อ้าว … แฟนเรานี่ แต่ตอนนั้นเรายังเป็นเด็ก เราอายมากเลย หน้าชาว่าแบบ โอ้โฮ !! แฟนเราเขาปารองเท้ามาเลย เสื้อสายเดี่ยวไม่เคยได้ใส่ เพราะเขาตัดเสื้อสายเดี่ยวของเราหมด คือทำลายก่อนที่เราจะได้ใส่"

เคยรถไฟชนกันไหม ?

"ไม่มีแบบจะ ๆ นะคะ มีแต่ในโทรศัพท์แบบขอ อีกฝ่ายหนึ่งขอว่าให้ โอ๋มาเป็นแฟนเขาอย่างนี้มี สวยเนอะดูดิ อายจังเลย"

บางคนถึงขั้นดีลเป็นงานพิเศษ ?

"อันนั้น !! ในช่วงที่เราพีค ๆ อย่างนี้ก็จะมีคนโทรมาเป็นผู้หญิงแล้วก็แบบขอติดต่องานคุณโอ๋หน่อยค่ะ พอดีเจ้านายชื่นชอบคุณโอ๋ เราก็นึกน่าจะเรียกไปเป็นพิธีกร อ๋อค่ะ ขอบคุณนะคะ แล้วเขาก็บอกเราว่างานนี้อ่ะค่ะ คือเขาอยากจะให้คุณโอ๋ไปต่างประเทศ แล้วก็จะเรียกเท่าไหร่ก็ได้ แต่ว่าต้องไปต่างประเทศเท่านั้น โอ๋ก็ถามว่าแล้วไปทำอะไร ก็คือไปกับคุณเขาก็ไปค้างด้วย"

บางครั้ง โอ๋ ภัคจีรา ก็รู้สึกเศร้าจนไม่มีแรง ?

"ใช่ค่ะ พอมันเศร้าแล้วมันก็ไม่มีแรงมันเหมือนแบบ ฉันจะมันต้องยิ้มกับลูก ลูกจะกินอะไร คือช่วงเวลาที่โอ๋เลี้ยงลูกเอง คือ 1-6 ปีค่ะ ทุกวันคือลูก มันก็เลยเหมือนแบบทุกอย่างมันช็อก พอเวลาที่เราตื่นมาอยู่กับลูก มันไม่มีแรง เวลาเรารู้อะไรมันช็อกไปเลย ถูกไหม แล้วเราไม่สามารถบอกกับลูกได้มันเหมือนแค่เราช็อกเอง ก็…ดูจากคนอื่นด้วยนะคะ เรายังมาเปรียบเทียบว่า ฉันไม่มีทางเป็นแบบนี้ได้คนเรารักกัน มันต้องอยู่ด้วยกันสิ รักกันมันต้องเป็นแพตเทิร์นเดิม มันต้องเป็น พ่อ แม่ ลูก ถ้าเปลี่ยนแล้วเราจะมองหน้ากันอย่างไร ตอนแรกก็คิดภาพไม่ออกแต่พอมันถูกจัดการ และคุยมาถึงตอนนี้นะคะ โอ๋ว่ามันโอเค

มันอยู่ได้ถ้าตั้งมั่นสิ่งนี้เราทำเพื่อลูกเรา มันก็จะลงตัวในแบบของมัน ถึงวันนี้เราก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน เราคุยกันแบบชัดเจนเลย แต่ตอนแรกถึงบอกว่าเรามันมองภาพไม่ชัดแต่พอตอนนี้มันโอเคมาก ๆ โอ๋ก็เพิ่งกลับมาจากออสเตรเลียด้วยกัน ซึ่งลูกเขาก็รักพ่อแล้ว โอ๋เลิกกับพี่เฟี๊ยต มันเป็นเรื่องของคนสองคนจริง ๆ ไม่ได้มีใคร มีคนอื่นนอกใจใด ๆ หรือไม่ได้มีใครแย่ง อันนี้ในพาร์ตนะคะ สถานภาพของเราอาจจะเปลี่ยนไป แต่ความเป็นพ่อแม่มันไม่เปลี่ยนนี่ เขาไม่เคยขาดตกบกพร่องกับลูกเลย เขาเป็นคนดี เป็นพ่อที่ดีที่ โอ๋ยังเคารพเขาเลยว่าเขาดีเสมอ เพราะฉะนั้นถ้าเรารักลูกเราก็อยากเห็นลูก อันนี้คือโอ๋ปรึกษาหมอเลยนะคะ หมอบอกว่าถ้าเรายังทำแบบนี้ได้ ลูกเราก็จะมีผลกระทบน้อยที่สุด"

เราจะได้ยินคำหนึ่งบ่อยมากเลยว่า อดทนเพื่อลูก ?

"เคยคิดนะคะ แต่ว่าพอได้ใช้ชีวิตคู่หรือว่า เอาตัวโอ๋คนเดียวนะ โอ๋รู้สึกว่าโอ๋ทำไม่ได้หรอกถ้าอดทนมาก ๆ เพื่อลูก ขนาดพี่เฟี๊ยตเป็นคนดีนะคะ แต่เราก็ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีภาพนี้ออกมา พอเรารู้สึกว่ามันทำได้นี่ ไม่เหนือบ่ากว่าแรง แต่ความรักมันอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้จริง ๆ นะ แต่ลูกเราจะทำอย่างไร ถ้าเราเอาลูกไปลูกอยู่กับพ่อ 3 วัน อยู่กับแม่ 3 วัน สู้เรานำตัวเราออกมาดีกว่า ให้ชัดเจนแล้วก็เราจะไปไหนหรือทำอะไรก็เรื่องของเรา แต่ว่าความสัมพันธ์พ่อลูกเขาดีเราก็จัดการในรูปแบบนี้ดีกว่าไป"

โอ๋พูดว่าภูมิใจในความอดทนของตัวเอง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ?

"พรุ่งนี้ จะไปทำงานวันนี้เศร้า พรุ่งนี้จะต้องมีชีวิตใหม่เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราอดทนมาวันนี้มันคงเห็นผลบ้างแหละ โอ๋ก็รู้สึกว่า ณ วันนี้ เราอดทนทุกอย่างแล้วมันประสบความสำเร็จมันก็ดีใจกับตัวเองเหมือนกันนะคะ ว่ามันได้สิ่งดี ๆ กลับมาเสมอ"

ทุกครั้งที่มาสัมภาษณ์แบบนี้ มองย้อนกลับไปโอ๋มาไกลมาก ?

"ใช่ค่ะ มันมาไกลเหมือนเด็กคนนั้นไม่รู้อะไรเลย ไม่มีพ่อแม่สอน เราทั้งนั้นที่จะต้องดูแลเขาอะไรอย่างนี้ หรือว่าน้องอีก หนังสือเราก็เรียนน้อย ต้องส่งน้องเรียน อยากให้น้องเก่งภาษาอังกฤษ เพราะเรารู้สึกว่าโอกาสของเรามันน้อย แทนที่พิธีกรจะได้พิธีกรภาษาอังกฤษบ้าง เราเรียนน้อยเราก็รู้สึกว่าเราอยากให้คนอื่นในอาณัติของเรา มีโอกาสเราทำดีที่สุกแล้ว โอ๋คือไม่เสียใจอะไรเลยที่ผ่านมา"

ไหน ๆ พูดถึงเรื่องของการมองตัวเองของโอ๋ กับความภูมิใจจากวันนู้น ที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝนกับร่มคันเดียวที่ป้ายรถเมล์มาจนถึงวันนี้ เธอเดินมาได้ไกลขนาดนี้ น่าภูมิใจขนาดไหนลองมาฟังมุมของความน่าภูมิใจในสายตาของ น้องของโอ๋บ้าง

สัมภาษณ์น้องสาว (โอ๋ ภัคจีรา) : พี่โอ๋ เป็นคนเสียสละนะคะ เขาคิดถึงครอบครัวก่อนเสมอแล้วก็พยายามทำให้ทุกคนมีความสุข แล้วก็ความสุขของเขาก็จะมาทีหลัง ขอบคุณแทนทั้งครอบครัวของเราด้วยนะคะ เพราะว่าพี่โอ๋ก็เป็นหัวหน้าครอบครัวแล้วก็ดูแลพวกเราในทุก ๆ เรื่องให้ทุกคนได้รับความสุขมากที่สุด (โอ๋ซับน้ำตา) เราแค่อยากขอให้พี่โอ๋มีความสุขขึ้นไปอีก มีความสุขกับตัวเองใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แล้วก็พักผ่อนเยอะ ๆ ดูแลสุขภาพค่ะ

มาถึงวันนี้แล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ดูคลับฟรายเดย์โชว์อยู่ จะรู้จัก โอ๋ ภัคจีรา ในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่นางร้ายที่แว้ด ๆ อย่างเดียว โอ๋ยังเคยบอกเลยว่าบางทีบทร้ายของเราเหมือนกับดูไม่ค่อยมีเหตุผล แต่จริง ๆ เบื้องหลังทุกครั้งบางทีการแสดงตรงนั้นเนี่ย อาจจะต้องผ่านการเอาชนะโจทย์หลาย ๆ โจทย์ที่มาจากบ้าน คือแก้ปัญหาที่บ้านไป แสดงไปยากขนาดไหน ในวันนั้น

"เฮ้อ !! ก็ยากนะคะ มันเหมือนอาชีพเรามันใช้อารมณ์ แล้วคนที่มองเราบางทีเขาอาจจะเขาไม่รู้ว่าเราผ่านอะไรมา หรือเกิดอะไรขึ้นบางคนก็ตัดสินเราไป หมายถึงว่า เธอคงเป็นลูกคุณหนูหรือว่าดังแล้ว หรือมีแฟนคนนั้นคนนี้ เขาตัดสินเราไปแล้ว เพราะฉะนั้นถึงวันนี้ ในวัยนี้โอ๋เลยบอกว่าแบบ โอ๋จะไม่ตัดสินใครแล้ว โอ๋ดีใจที่โอ๋เป็นคนแบบนี้"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...