โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อนุสรณ์ ธรรมใจ : 5 ก้าวเพื่อรักษาชัยชนะประชาชน 5 ความร่วมมือเพื่อปกป้องประชาธิปไตย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 มิ.ย. 2566 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2566 เวลา 08.23 น.

อนุสรณ์ ธรรมใจ : 5 ก้าวเพื่อรักษาชัยชนะประชาชน 5 ก้าวร่วมมือ ปกป้องประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน ที่ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในงานเสวนาทางวิชาการ PridiTalk ครั้งที่ 21“เราจะรักษาชัยชนะก้าวแรกของประชาชน (และก้าวต่อๆไป) ไว้ได้อย่างไร” เนื่องในโอกาสครบรอบ 91 ปี อภิวัฒน์ประชาธิปไตยสยาม 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ กรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวนำในงานเสวนาทางวิชาการ บทเรียนจากอดีตสู่อนาคตว่าด้วย การปกป้องประชาธิปไตยและชัยชนะของประชาชน 5 ก้าวเพื่อรักษาชัยชนะของประชาชน และ 5 ความร่วมมือเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา บางประเทศประสบความสำเร็จ บางประเทศไม่ราบรื่น บางประเทศล้มเหลว สถานการณ์ในปัจจุบันจะเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อและจุดเปลี่ยนแปลงของอนาคตประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนยึดมั่นในกลไกรัฐสภาและแนวทางสันติวิธี ยอมรับความเห็นอันแตกต่างหลากหลาย เปิดโอกาสให้เสรีภาพและเจตจำนงอันแท้จริงของประชาชนได้ผลักดันให้เกิดการปฏิรูป ความเป็นธรรม ประชาธิปไตยและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า การถอดบทเรียนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคณะราษฎร ของขบวนการคนเดือนตุลา ของขบวนการประชาธิปไตยในเหตุการณ์พฤษภา 35 และ 53 ของขบวนการปฏิรูปประชาธิปไตยของเยาวชนปี 63

“บทเรียนจากขบวนการต่อสู้เหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประชาธิปไตยและชะตากรรมของประชาชนทุกคน ชัยชนะก้าวแรกของประชาชน จาก ผลการเลือกตั้ง 14 พ.ค. ที่ผ่านมา จะเปลี่ยนผ่านไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประชาชน ได้อย่างไร จะปฏิรูปประเทศที่มีความเป็นธรรมกว่าเดิม จะเปลี่ยนแปลงสังคมให้มีสันติสุขกว่าเดิม ได้อย่างไร และ สำคัญ จะปกป้องประชาธิปไตย ให้รอดพ้นจากการบ่อนทำลาย การสกัดกั้น จาก ขบวนการจารีตอนุรักษ์นิยมขวาจัดสุดโต่ง ได้อย่างไร”

รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวต่อว่า การรักษาชัยชนะของประชาชน การปกป้องประชาธิปไตย อยู่ในมือของพวกเราชาวไทยทุกคน เราทั้งหลายที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ และรับชมทางบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมนี้เพื่อรำลึกความกล้าหาญ เสียสละและอุดมการณ์ของสมาชิกคณะราษฎรที่ร่วมกันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็น ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ หรือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อ 91 ปีที่แล้ว

“พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต้องมีเอกภาพ ไม่ว่าการเลือกประธานรัฐสภาหรือนายกรัฐมนตรี ต้องอย่าแข่งขันกันเอง หากแตกแยกกัน โอกาสการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยด้วยเสียงของ ส.ว. จะเกิดขึ้นทันที มีการออกแบบรัฐธรรมนูญปิดประตูไม่ให้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับ คสช ชนะการเลือกตั้ง แต่พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยก็สามารถเอาชนะได้ในครั้งนี้จากมวลชนผู้มุ่งมั่นต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ครั้งนี้แน่นอนว่าจะมีการใช้ การยุบพรรคการเมือง การฟ้องคดีเพื่อตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเครื่องมือในการสกัดกั้นพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย จะมีการใช้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ (ที่ไม่อิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ)ในการปฏิบัติการต่อคู่แข่งขันทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรมของระบอบสืบทอดอำนาจจาก คสช เหมือนกับเผด็จการทหารเผด็จการพม่าดำเนินการต่อ “อองซาน ซูจี” และ “พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย”

“ท่านรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ เคยให้ข้อเสนอแนะไว้ว่า ในการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการและซากแห่งพลังโต้อภิวัฒน์ชนิดต่าง ๆ ที่ยังมีอยู่ อาจารย์ปรีดี แนะว่า…ไม่อาจหวังพึงบุคคลใดคนเดียวหรือคณะใดคณะเดียวเท่านั้น นอกจากพึ่งพลังของประชาชน ซึ่งเป็นพลังอันแท้จริง โดยต้องมีศูนย์การจัดตั้งที่มีวินัยและเข้มแข็ง เป็นกองหน้าต่อสู้ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามช่วงชิงเอามวลชนไปเป็นพวกเขาได้ และจะต้องกุมความคิดให้มั่นคง บนรากฐานแห่งทรรศนะ ประชาธิปไตยสมบูรณ์”

รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวอีกว่า อาจารย์ปรีดีเคยให้สัมภาษณ์กับ แอนโทนี พอล แห่งเอเชียวีค ว่า “ข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทำการอภิวัฒน์ แต่ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีอำนาจ” ได้สะท้อนความผิดพลาดของคณะราษฎรที่สำคัญ คือ ไม่สามารถรักษาชัยชนะก้าวแรกไว้ได้ กล่าวคือเมื่อชนะแล้วก็ต้องรักษาชัยชนะไว้ด้วย เมื่อรักษาชัยชนะไว้ไม่ได้ก็ไม่อาจพัฒนาประชาธิปไตยได้ ไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน และ ประเทศชาติตามอุดมคติได้ ไม่มีโอกาสในการแก้ปัญหาต่างๆและสร้างความเจริญก้าวหน้าด้วยอำนาจการเมืองได้

สมาชิกคณะราษฎรบางส่วนขาดความจัดเจนทางการเมือง และ เกิดความขัดแย้งแตกแยกกันในขบวนการ และไม่ได้ระวังป้องกันการโต้อภิวัฒน์ ทำให้พลังตกค้างแห่งระบอบเก่า สามารถฟื้นกลับมามีอำนาจและทำลายล้างประชาธิปไตยได้ในที่สุด อาจารย์ปรีดีได้ยกตัวอย่างประวัติศาสตร์สมัยศักดินาที่เคยมีคณะบุคคลหนึ่งต่อสู้ผู้ครองอำนาจรัฐได้สำเร็จแล้วภายในคณะพรรคนั้นเอง ก็มีบุคคลที่มีความโลภและความริษยาซึ่งเกิดจากรากฐานแห่งความเห็นแก่ตัว (Egoism) ใช้วิธีทำลายคนในคณะเดียวกันเพื่อตัวเองเป็นศูนย์กลางแห่งกิจการทั้งหลาย (Egocentralism) หลังจากที่ได้ชัยชนะต่อระบบเก่าแล้ว “ภายในขบวนการนั้นก็เกิดความขัดแย้งระหว่างส่วนที่ก้าวหน้ากับส่วนที่ถอยหลังเข้าคลอง” นั่นเอง

ปัญหาสำคัญอยู่ที่พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่ชนะการเลือกตั้งจะสามารถจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในให้ลดน้อยลงและจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคได้อย่างไร และสามารถรักษาอุดมการณ์และสัญญาประชาคมได้หรือไม่ กรณีคณะราษฎรได้ให้บทเรียนกับเราแล้ว

รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวข้อเสนอในช่วงท้ายของการกล่าวนำว่า ขอเสนอ 5 ก้าวเพื่อรักษาชัยชนะของประชาชน และ 5 ความร่วมมือเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ดังนี้

ก้าวแรก จัดตั้งรัฐบาลพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้ เพื่อยุติระบอบสืบทอดอำนาจจาก คสช และ สถาปนา “ประชาธิปไตยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ให้หยั่งรากลึกในสังคมไทย สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมประชาธิปไตยกลายเป็นกระแสหลักในสังคมไทย
ก้าวที่สอง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน ทำให้ประเทศไทยปกครองโดยกฎหมาย ไม่ใช่ปกครองโดยคนหรือคณะบุคคล ทบทวนยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นยุทธศาสตร์แบบมีส่วนร่วมและอยู่บนหลักการประชาธิปไตย
ก้าวที่สาม รัฐบาลใหม่ต้องบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใสปลอดทุจริต
ก้าวที่สี่ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ลดการผูกขาด เพิ่มการแข่งขัน
ก้าวที่ห้า สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ร่วมกันสร้างสังคมสันติธรรม

ความร่วมมือในการปกป้องประชาธิปไตย
ความร่วมมือข้อแรก ร่วมกันรับมือกับ “นิติสงคราม” และ การตัดสิทธิ การยุบพรรคขององค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช ด้วยความรัดกุมรอบคอบ ไม่ตกหลุมพรางที่เครือข่ายปรปักษ์ประชาธิปไตยขุดล่อเอาไว้โดยเฉพาะการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง กระบวนการในการยุบพรรคที่ไม่เป็นธรรม เป็นความพยายามในการสร้างชัยชนะชั่วคราวของฝ่ายปรปักษ์ประชาธิปไตย สิ่งนี้จะนำมาสู่ชัยชนะถาวรของประชาธิปไตย เมื่อเกิดพลังใหม่ของประชาชนผู้ตื่นรู้ที่กว้างขวางและใหญ่กว่าเดิม
ความร่วมมือข้อสอง ร่วมกันลดความเสี่ยง ลดเงื่อนไขอันก่อให้เกิดการเผชิญหน้า ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง
ความร่วมมือที่สาม ร่วมกันต่อต้านการรัฐประหารในรูปแบบต่างๆ ทั้งรัฐประหารโดยกระบอกปืน รัฐประหารโดยกฏหมาย อันอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ ขอให้ท่านทั้งหลายไปศึกษา Theory of Nonviolent Resistance ผลงานของ ดร. ยีน ชาร์ป และ ร่วมมือกันตามแนวปฏิบัติเพื่อต่อต้านการแทรกแซงระบอบประชาธิปไตยโดยฝ่ายตรงข้าม ประเทศไทยมีรัฐประหารสำเร็จมาแล้ว 13 ครั้ง ติดอันดับประเทศที่มีรัฐประหารแถวหน้าของโลก เป็นรองเพียงประเทศซูดาน 14 ครั้ง และขณะนี้ประชาชนต้องหนีออกนอกประเทศและยากลำบากอย่างแสนสาหัสจากสงครามกลางเมืองของสองนายพล
ความร่วมมือที่สี่ ร่วมมือในการปฏิรูประบบความยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย
ความร่วมมือที่ห้า ร่วมมือในการปฏิรูปกองทัพให้เป็น กองทัพของทหารอาชีพ กองทัพของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และ กองทัพต้องมีเอกภาพเพื่อรักษาความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ทางการเมืองในหลายประเทศที่นำไปสู่ สงครามกลางเมืองต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ มักเป็นผลมาจาก กองทัพไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แต่ทำเพื่อบุคคลหรือคณะบุคคลกลุ่มเล็กๆ ทั้งที่ ทหารทั้งหมดมาจากประชาชน การทำให้ กองทัพ เป็น ทหารอาชีพ จะลดความเสี่ยงของสงครามกลางเมืองที่ต่อสู้กันด้วยกำลังอาวุธ และ เราเห็นตัวอย่างความสูญเสีย ความเสียหาย ความย่อยยับ ความยากลำบากของประชาชนในหลายประเทศ เช่น เมียนมา ซีเรีย ซูดาน กินีบิสเซา กาบอง และประเทศแอฟริกาอื่นๆ และ ประเทศของเราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาวิกฤตการณ์รุนแรงเหล่านี้ได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม “อำนาจไม่ได้อยู่ที่ผู้ถือปืนที่กดขี่ อำนาจไม่ได้อยู่ที่นักกฎหมายหรือผู้พิพากษาที่ไม่ยึดถือความยุติธรรม อำนาจไม่ได้อยู่ที่จารีตประเพณีล้าหลังที่ครอบความคิดท่านอยู่ แท้จริงแล้ว อำนาจอยู่ที่ประชาชน เพราะผู้ปกครองมีอำนาจเมื่อราษฎรเชื่อมั่นศรัทธาเท่านั้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...