โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อสงสัย! สระผมทุกวันดีไหม มีผลเสียหรือไม่ แล้วควรสระบ่อยแค่ไหน

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 13 มิ.ย. 2566 เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2566 เวลา 08.00 น. • Bright Today

ไม่ว่าจะ ผู้หญิง ผู้ชาย หลายคนคงสงสัยว่า! สระผมทุกวันดีไหม มีผลเสียอะไรต่อผมหรือไม่ แล้วควรสระบ่อยแค่ไหน

หลายคนอาจสงสัยว่า “สระผมทุกวันดีไหม” บางคนก็บอกต้องสระผมทุกวัน บางคนก็บอกสระวันเว้นวัน หรือ บางคนที่อยู่ในวัยเรียน / ทำงาน อาจจะมีกิจกรรมที่ต้องอยูากลางแจ้ง และอากาศบ้านเราก็เเสนจะร้อน เหงื่อก็ออกง่าย บางคนอาจจะตัวเปียก หัวเปียก เพราะเหงื่อออกมากเกินไปแล้วแบบนี้เราควรสระผมทุกวันไหม มาดูเลย

young-woman-applying-anti-dandru

สระผมทุกวันดีไหม

อาจไม่จำเป็นต้องสระผมทุกวัน เพราะการสระผมบ่อยจนเกินไป จะชะล้างน้ำมันบนเส้นผมออกไปหมด ทำให้ผมสูญเสียความชุ่มชื้น แห้งแข็ง แตกหักง่าย ทั้งยังอาจทำให้หนังศีรษะแห้งตกสะเก็ด คัน และระคายเคืองได้ นอกจากนี้ การสระผมทุกวันยังอาจยิ่งไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันบนหนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมาเคลือบเส้นผมมากขึ้น จนส่งผลให้ผมมันได้ง่ายและเร็วกว่าเดิม

โดยทั่วไป ควรสระผมทุก ๆ 2-3 วัน และควรใช้ครีมนวดผมหรือทรีตเมนต์ผมด้วยทุกครั้ง เพื่อช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงและให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม ทั้งนี้ ความถี่ในการสระผมอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผมของแต่ละคน

ปัจจัยที่ทำให้ผมหรือหนังศีรษะมัน

  • อายุ
    เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแอนโดรเจนน้อยลง จนส่งผลให้ต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะผลิตน้ำมันลดลงตามไปด้วย ผู้ที่อายุเยอะ เช่น หญิงวัยหมดประจำเดือน จึงควรเว้นระยะการสระผมนานกว่าคนที่อายุน้อยกว่าเนื่องจากเส้นผมจะมันได้ช้ากว่า
  • ความยาวของเส้นผม
    ผมทั่วศีรษะของคนผมสั้นมักมันเร็วกว่าคนผมยาว เนื่องจากน้ำมันจากต่อมไขมันจะเคลือบผมตั้งแต่โคนจรดปลายได้เร็วกว่าคนผมยาว คนผมสั้นจึงอาจต้องสระผมบ่อยกว่าคนผมยาว ส่วนคนผมยาวมักมีปลายผมแห้งกว่า จึงอาจไม่จำเป็นต้องสระผมบ่อยนัก แต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับความหนาของเส้นผมด้วย คนผมยาวที่ผมหนามาก ต่อมไขมันก็อาจหลั่งน้ำมันออกมาเคลือบผมเยอะ ส่งผลให้ผมมันง่าย และต้องสระผมบ่อยขึ้น
  • สภาพเส้นผม
    ผู้ที่มีหนังศีรษะมันอาจรู้สึกเหนอะหนะ ไม่สบายศีรษะ ทำให้ต้องสระผมบ่อยกว่าคนหนังศีรษะแห้งที่ใช้เวลาหลายวันกว่าผมจะเริ่มมันจนต้องสระผม
  • กิจกรรมและสภาพอากาศ
    หากออกกำลังกายเป็นประจำ ทำกิจกรรมทางน้ำ หรือเผชิญอากาศร้อนจนเหงื่อออกมาก อาจต้องสระผมบ่อยขึ้นเพื่อลดการหมักหมมของเหงื่อและสิ่งสกปรกที่อาจทำให้คันและระคายเคืองหนังศีรษะได้

เคล็ดลับการดูแลเส้นผม

  • เลือกแชมพูที่เหมาะสมกับสภาพเส้นผม เช่น คนผมแห้ง ผมอาจขาดง่าย จึงควรใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำมันและซิลิโคนที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในเส้นผม คนผมมันเร็วควรหลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผมมันง่าย เช่น น้ำมัน ซิลิโคน พาราเบน
  • ผู้ที่มีปัญหารังแค ควรใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ซีลีเนียมซัลไฟด์ (Selenium sulfide) ซิงค์ ไพริไธโอน (Zinc pyrithione) เพราะอาจช่วยบรรเทาอาการหนังศีรษะแห้ง คัน และตกสะเก็ดเนื่องจากการติดเชื้อยีสต์หรือเชื้อราได้
  • ควรสระผมโดยเน้นชโลมและนวดคลึงแชมพูที่หนังศีรษะเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและลดความมันส่วนเกิน เมื่อชำระล้างแชมพูจากหนังศีรษะ แชมพูจะไหลไปตามเส้นผม และช่วยทำความสะอาดเส้นผมด้วย ไม่ควรลงแชมพูที่เส้นผมโดยตรง เพื่อไม่ให้เส้นผมสัมผัสสารเคมีมากเกินไปจนผมแห้งและขาดความชุ่มชื้น โดยเฉพาะบริเวณปลายผม
  • หลังสระผมทุกครั้ง ควรใช้ครีมนวดผมหรือทรีตเมนต์เพื่อบำรุงเส้นผมให้ชุ่มชื้น โดยเฉพาะคนผมยาวที่อาจมีน้ำมันมาหล่อเลี้ยงผมน้อย โดยเฉพาะปลายผม
  • ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ทำผม เช่น สเปรย์จัดแต่งทรงผม เจลแต่งผม เซรั่มผม เพราะอาจสะสมอยู่ที่หนังศีรษะและเส้นผม และดักจับสิ่งสกปรกไว้จนทำให้รูขุมขนและหนังศีรษะระคายเคือง อักเสบ และอาจทำให้ผมมันเร็วขึ้น หรือหากใช้ ควรทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะให้ดี
  • หลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น โดยเฉพาะคนผมแห้งหรือชี้ฟู เนื่องจากอาจทำให้หนังศีรษะสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติที่ให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม และทำให้สภาพผมแย่ลงได้

แหล่งที่มา hellokhunmor

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...