โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กัมพูชาเปิด 3 สนามบินใหม่ “สามารถ” คว้าสัมปทานบริหารจราจรทางอากาศ 49 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2566 เวลา 14.53 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2566 เวลา 00.22 น.

“สามารถ เอวิเอชั่น” ชี้ธุรกิจการบินฟื้นตัวแรง “กัมพูชา” จ่อเปิดสนามบินแห่งชาติใหม่ 3 แห่ง “เสียมเรียบ-พนมเปญ-เกาะกง” ศักยภาพรองรับผู้โดยสารเทียบชั้นสนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ปลายปีนี้ เผยลงทุนเพิ่มอีกกว่า 300 ล้านบาทติดตั้งระบบควบคุมการจราจรทางอากาศสนามบินใหม่ พร้อมได้สิทธิขยายอายุสัญญาสัมปทานบริหารการจราจรทางอากาศเพิ่มเป็น 49 ปี มั่นใจธุรกิจการบินกัมพูชาขยายตัวสูงกว่าเทรนด์การบินโลก คาดปี’67 รายได้กลับมา 2 พันล้านบาทเท่าปี’62 ก่อนโควิด

นายธีระชัย พงศ์พนางาม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV บริษัทผู้ให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศ (air traffic management) เพียงรายเดียวในประเทศกัมพูชา ในเครือบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

ข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและชัดเจนแล้วนับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงปี 2563-2564

โดยขณะนี้ภาพรวมพลิกฟื้นกลับมาได้แล้วเกือบ 100% โดยเฉพาะตลาดในฝั่งยุโรป อเมริกา ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังชะลอตัว เนื่องจากตลาดจีนยังฟื้นกลับมาได้ไม่มานัก อย่างไรก็ตาม คาดว่าอุตสาหกรรมการบินโลกจะกลับมามีศักยภาพและเติบโตในอัตราปกติคือที่ประมาณ 4-5% ต่อปีได้อีกครั้งตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป

ธุรกิจการบิน “กัมพูชา” โตสูง

นายธีระชัยกล่าวว่า สำหรับตลาดกัมพูชา ซึ่งบริษัทได้สิทธิในการบริหารการจัดการจราจรทางอากาศ ครอบคลุมเส้นทางบินทั้งหมดของน่านฟ้าประเทศกัมพูชานั้นก็มีแนวโน้มกลับมาเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนเช่นกัน โดยคาดว่าปี 2566 นี้จะมีจำนวนเที่ยวบินทั้งหมดรวมประมาณ 1 แสนเที่ยวบิน

โดยปัจจุบันเที่ยวบินระหว่างประเทศพลิกฟื้นกลับมาแล้วประมาณ 60-70% เหลือเพียงแค่ตลาดจีนเท่านั้น และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.34 แสนเที่ยวบิน ใกล้เคียงกับปี 2562 ที่มีประมาณ 1.33 เที่ยวบิน ในปี 2567

“หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปีที่ผ่านมาเรากลับมาเติบโตกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2564 ส่วนปีนี้ประเมินว่าจะยังโตประมาณ 40-50% เมื่อเที่ยบกับปี 2565 และจะยังคงเติบโตในอัตราที่สูงต่อเนื่องได้อีก 2-3 ปีข้างหน้า หลังจากนั้นจะลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 10-12% และระยะยาวจะคงที่อยู่ที่ราว 7-8% ซึ่งยังสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการบินโลก” นายธีระชัยกล่าว

และว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรในภูมิภาคเอเชียและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารและการใช้บริการโดยสารทางอากาศและอุตสาหกรรมการบิน

3 สนามบินใหม่เทียบสุวรรณภูมิ

นายธีระชัยกล่าวว่า จากแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการบินดังกล่าว ทำให้ประเทศกัมพูชาลงทุนสนามบินนานาชาติใหม่อีก 3 แห่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการบินของกัมพูชามีการขยายตัวในอัตราที่สูงและต่อเนื่องต่อไป เนื่องจากมีศักยภาพในการรองรับสายการบินและผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ากัมพูชาได้เพิ่มมากขึ้น

โดย 3 สนามบินใหม่ดังกล่าว ประกอบด้วย 1.สนามบินแห่งชาติเสียบเรียบแห่งใหม่ เนื่องจากสนามบินเดิมมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้เพียงแค่ประมาณ 5 ล้านคนต่อปี และมีประเด็นเรื่องมลพิษทางเสียงและปัญหาเรื่องเที่ยวบินขึ้น-ลงผ่านนครวัด และรันเวย์สามารถขึ้น-ลงได้ทางเดียว ทำให้คาพาซิตี้ในการรองรับเที่ยวบินลดลง

โดยสนามบินเสียมเรียบแห่งใหม่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร เฟสแรกรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 7-8 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาเฟสต่อไปให้สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ (4F) หรือเครื่องบิน A380 ได้ และรองรับผู้โดยสารได้ถึง 40-50 ล้านคนต่อปี หรือเท่า ๆ กับสนามบินสุวรรณภูมิของไทย ซึ่งเฟสแรกจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปีนี้

2.สนามบินแห่งชาติดาราสาคร ซึ่งเป็นสนามบินใหม่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเกาะกงโดยกลุ่มทุนจีนเข้ามารับสัมปทานและลงทุนพัฒนาเป็นเมืองใหม่ สร้างสนามบิน คาสิโน ปัจจุบันการก่อสร้างเสร็จเกือบ 100% แล้ว โดยพื้นที่สามารถพัฒนาให้รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง A380 ได้ด้วยเช่นกัน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2567

และ 3.สนามบินแห่งชาติพนมเปญ (Techo International Airport) แห่งใหม่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ลงทุนมากกว่าสนามบินแห่งชาติเสียมเรียบแห่งใหม่เท่าตัว มีขนาดใหญ่และมีคาพาซิตี้รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2568 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า

ลงทุนกว่า 300 ล้านติดตั้งระบบ

นายธีระชัยกล่าวด้วยว่า จากแผนการเปิดให้บริการ 3 สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ดังกล่าว ทำให้บริษัท SAV ในฐานะผู้ให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศ (วิทยุการบิน) เพียงรายเดียวในประเทศกัมพูชา ต้องลงทุนเพิ่มสำหรับติดตั้งอุปกรณ์สำหรับระบบ air traffic management ในสนามบินใหม่ โดยปัจจุบันได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์และทดสอบระบบในส่วนของสนามบินแห่งชาติเสียมเรียบไปเรียบร้อยแล้ว

โดยหลักการบริหารการจราจรทางอากาศ (air traffic management) ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ 1.aerodrome control การให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศสำหรับการจราจรในสนามบิน เช่น การจัดลำดับขึ้น-ลง ให้คำอนุญาตในการขับเคลื่อนและให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในเขตพื้นที่ขับเคลื่อน

2.approach control การให้บริการสำหรับเครื่องบินที่กำลังทำการบินเข้า-ออกระหว่างสนามบินกับเส้นทางที่กำหนดไว้ในแผนการบิน และ 3.area control การให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศตามเส้นทางบินภายในอาณาเขตแถลงข่าวการบินสู่จุดหมาย โดยระบบจะจับสัญญาณทันทีที่มีเครื่องบินเข้าน่านฟ้าของกัมพูชา

นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการบริหารห้วงอากาศ (airspace management) เป็นการบริหารเส้นทางการบินบนน่านฟ้า และส่วนของการบริหารความคล่องตัวและความสามารถในการรองรับการจราจรทางอากาศ (air traffic flow and capacity management) เป็นการบริหารความคล่องตัว การประสานงานระหว่างน่านฟ้ากับประเทศอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อกับกัมพูชา เพื่อให้สามารถจัดช่วงเวลาขึ้น-ลงได้สะดวก ไม่เสียเวลาบินวนบนน่านฟ้านาน

ถือครองสัมปทานยาว 49 ปี

นายธีระชัยกล่าวอีกว่า SAV เป็นบริษัทรับสัมปทานบริหารการจราจรทางอากาศ (air traffic management) เพียงรายเดียวในประเทศกัมพูชาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งเป็นช่วงที่สนามบินของกัมพูชายังไม่ได้รับการพัฒนาตามาตรฐานสากล ดังนั้นในเงื่อนไขสัญญาสัมปทานจึงระบุไว้ว่า เมื่อบริษัทลงทุนเพิ่มจะสามารถเจรจาเพื่อขยายอายุสัมปทานได้ ทำให้บริษัทได้รับการต่อสัญญาสัมปทานมาเป็นระยะ ปัจจุบันมีอายุสัมปทานรวม 49 ปี (2545- 2594) และยังเหลืออายุสัมปทานอยู่ 28 ปี

“ตอนที่เราได้สัมปทานมาในปี 2545 นั้นเป็นการเจรจาเพื่อขอเข้าไปยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการจราจรทางอากาศ ไม่ได้ประมูลแข่ง ช่วงแรกได้สัมปทานมา 15 ปี หลังจากนั้นธุรกิจการบินของกัมพูชามีการขยายตัวสูง การเจรจาทางอากาศเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีการขยายสนามบินมาอย่างต่อเนื่อง และมีเรื่องการลงทุนเพิ่ม ทำให้เราได้ต่อสัมปทานมาอีก 3 ครั้งโดยครั้งล่าสุดเมื่อกลางปีที่แล้วที่มีเรื่องการลงทุนในสนามบินเสียมเรียบและพนมเปญแห่งใหม่” นายธีระชัยกล่าว

ปี’67 รายได้กลับมา 2 พันล้าน

นายธีระชัยกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมากัมพูชามีเที่ยวบินรวม 68,390 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเส้นทางบินภายในประเทศ (domestic landing) สัดส่วน 9% เส้นทางบินระหว่างประเทศ (international landing) สัดส่วน 18.8% และเส้นทางบินผ่าน หรือ overflight สัดส่วน 72.2% โดยบริษัทมีรายได้จากการให้บริการประมาณ 1,200 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 165% เมื่อเทียบกับปี 2564

และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 1,700-1,800 ล้านบาทในปี 2566 และเพิ่มขึ้นได้ถึง 2,000 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งจะกลับมาใกล้เคียงกับรายได้ปี 2562 ที่มีรายได้รวม 2,057 ล้านบาท

“ลูกค้าหลักของเราคือสายการบินทั้งที่เป็นเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินแบบชาร์เตอร์ไฟลต์ที่ขึ้น-ลงในสนามบินของกัมพูชา รวมถึงเที่ยวบินที่บินผ่านน่านฟ้าของกัมพูชา หรือ overflight หมายความว่าถ้าอุตสาหกรรมการบินของประเทศเพื่อนบ้านโต มีสายการบินบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชามากขึ้นก็จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน” นายธีระชัยกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...