โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตาวัย 72 แจ้งจับหลานวัย 15 เตะแขนเลือดสาด ยายโต้ เกลียดพ่อแล้วไม่ชอบหลาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 ม.ค. 2568 เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2568 เวลา 11.03 น.

ตาวัย 72 แจ้งจับหลานวัย 15 เตะแขนเลือดสาด ยายโต้ เกลียดพ่อแล้วไม่ชอบหลาน ตร.เป็นกาวใจ อบรมสั่งสอน จนตาให้อภัย ลั่นจะไม่ทำอีก

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ขณะที่ ร.ต.อ.วิฆเนศ ซื่อตรง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุหลานทรพีอาละวาดทำร้ายคุณตา เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในชุมชนบ้านม่วง เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงนำกำลังสายตรวจ 191 ออกไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายสมนึก อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน กำลังโวยวายว่า ถูกนายธนวัต หลานชายทำร้ายร่างกาย ด้วยการเตะที่แขนซ้าย ซึ่งมีบาดแผลเก่า ทำให้เลือดไหลออกมา โดยนายสมนึกเล่าว่า ตนอยู่บ้านหลังนี้กับภรรยา 2 คน ภรรยาได้ไปเช่าบ้านที่อยู่ติดกันไว้ทำขนมขาย และให้ นายสิงโต อายุ 15 ปี หลานชายซึ่งเป็นลูกของลูกสาวอยู่อาศัย

ซึ่งนายสิงโตหลานชายเป็นคนเกเร เรียนอยู่ชั้น ม.2 แต่ถูกพักการเรียนเพราะสูบบุหรี่ไฟฟ้า และยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด วันนี้หลานชายตื่นขึ้นมาก็เดินเข้ามาในบ้านจะมาทำลายข้าวของในบ้าน และหลานไม่พอใจเตะตนที่แขนซ้าย ไปถูกแผลเก่าที่โดนเมียใช้ด้ามไม้กวาดตีซึ่งแผลกำลังจะหาย ทำให้เลือดไหลอีก ตนจึงแจ้งตำรวจ

ส่วน นายสิงโต หลานชาย เล่าว่า ตนไม่รู้ว่าทำไมตาถึงไม่ชอบตน โดยก่อนหน้านี้ตนอยู่บ้านกับพ่อแม่ที่ จ.อำนาจเจริญ ต่อมาพ่อแม่แยกทางกัน ตนเลยมาอยู่กับตาและยาย เมื่อปี 2559 แต่ตาไม่ชอบตน ตนทำอะไรก็ผิด ก่อนเกิดเหตุ หลังจากตื่นเช้าตนเดินมาบ้านยายเพื่อจะหาข้าวกิน แต่ตามากระชากแขนไม่ให้ตนเข้าไปในบ้านหาว่าจะมาอาละวาดทำลายข้าวของ แถมใช้มือกำคอทำร้ายตนด้วยความโมโหจึงเตะคุณตาไป 1 ครั้ง

ทางด้าน นางพิกุล อายุ 67 ปี เมียนายสมนึก และยายนายสิงโต เล่าว่า ลูกสาวมีสามีคนแรก ได้ลูกชาย 1 คน จากนั้นก็แยกทางกัน ต่อมาลูกสาวได้สามีคนที่สอง ซึ่งนายสมนึกไม่ชอบลูกเขย ลูกสาวจึงได้ไปอยู่กับสามีที่ จ.อำนาจเจริญ และได้ลูกชายอีก 1 คน คือนายสิงโต ต่อมาลูกสาวก็แยกทางกับสามีอีก ลูกสาวไปทำงานอยู่ร้านนวดที่ภูเก็ต ตนและนายสมนึกจึงได้เลี้ยงหลานชายทั้งสองคน

นางพิกุลเล่าต่อว่า ตนรักหลานชายทั้งสองคนเท่ากัน แต่นายสมนึกไม่ชอบพ่อนายสิงโต มีอคติกับลูกเขย ก็พาลไม่ชอบนายสิงโตไปด้วย หาว่านายสิงโตสูบบุหรี่ไฟฟ้า และยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนพี่ชายนายสิงโตนายสมนึกกลับรักมาก จะหาเรื่องทะเลาะกับนายสิงโตตลอด ทำให้ชาวบ้านถามตนว่าทำไมนายสมนึกรักหลานไม่เท่ากัน ตนก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ซึ่งตอนนี้โรงเรียนได้พักการเรียนหลาน เพราะสูบบุหรี่ไฟฟ้า ตนก็พยายามสอนหลานให้เลิกสูบ และเอาใจหลาน แต่ก็มาเกิดเหตุทะเลาะกันอีก

“วันนี้หลานตื่นนอนจะเข้ามากินข้าว ตาก็มากระชากแขนหลาน มือกำคอเสื้อแล้วเหวี่ยงออกจากบ้าน หาว่าหลานจะมาทำลายข้าวของ และด่าหลานอีกหลายอย่าง หลานจึงโมโหประกอบกับกำลังหิวข้าว หลานจึงเตะเข้าที่แขนตาไปถูกแผลเก่าที่ตาล้มเอง เมียไม่ได้ใช้ไม่ตี ทำให้เลือดไหล”

ร.ต.อ.วิฆเนศ ซื่อตรง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้นำตากับหลานมาปรับทัศนคติที่โรงพัก เรียกอาสากู้ภัยส่งเสริมธรรม มาปฐมพยาบาลทำบาดแผลให้นายสมนึก ทำให้นายสมนึกใจเย็นลง และตรวจปัสสาวะนายสิงโตไม่พบสารเสพติด จากนั้นได้อบรมสั่งสอนนายสิงโต ว่าคุณตาและคุณยายเป็นผู้มีพระคุณ เพราะเลี้ยงดูนายสิงโตมา ถึงแม้ว่าคุณตาจะบ่นหรือต่อว่า ก็เพราะอยากให้หลานเป็นคนดี ตากับยายรักหลานทุกคนเท่ากัน การทำร้ายผู้มีพระคุณจะเป็นบาปกรรมติดตัวตลอดไป ทำให้นายสิงโตสำนึกผิด ก้มลงกราบเท้านายสมนึกพร้อมกับพูดว่า “ผมจะเป็นคนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่เสพยาอีก”

ซึ่งนายสมนึกก็พร้อมให้อภัยนายสิงโต หากสำนึกผิดและไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ยืนยันว่ารักหลานทั้งสองคนเท่ากัน อย่าไปสูบบุหรี่ในโรงเรียน จนโดนพักการเรียน

จากนั้นนายสิงโตก็ไปสัญญากับ ร.ต.อ.วิฆเนศ ซื่อตรง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ว่าจะเป็นคนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่ทำร้ายตาอีก หากทำผิดสัญญา ให้ตำรวจจับไปดำเนินคดีได้เลย ตำรวจจึงให้สองตาหลานกลับบ้าน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตาวัย 72 แจ้งจับหลานวัย 15 เตะแขนเลือดสาด ยายโต้ เกลียดพ่อแล้วไม่ชอบหลาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...