โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ททท. นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยร่วมงาน Outbound Travel Mart (OTM) 2025 รุกตลาดอินเดีย ทะยานสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยวอินเดียทะลุ 2.3 ล้านคน ในปี 2568

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 19.28 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2568 เวลา 02.58 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมงาน Outbound Travel Mart (OTM) 2025 จัดขึ้นในวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Jio Convention Centre นครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย เดินหน้ารุกตลาดท่องเที่ยวอินเดีย เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพ เพื่อต้อนรับปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 พร้อมทั้งผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียทะลุเป้าหมาย 2.3 ล้านคนในปี 2568
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า งาน Outbound Travel Mart (OTM) 2025 เป็นงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีคูหาจัดแสดงกว่า 1,600 คูหา จากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 12 ที่ ททท. ได้เข้าร่วมงาน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะเจรจากับผู้ซื้อในตลาดอินเดีย โดย ททท. จัดคูหาประเทศไทยขนาด 156 ตารางเมตร นำเสนอแบรนด์ Amazing Thailand ชูเอกลักษณ์เสน่ห์ไทย 5 Must Do in Thailand และนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมงาน จำนวน 30 ราย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว 9 ราย ผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก 14 ราย ผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยว 6 ราย และผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ 1 ราย ซึ่งการเข้าร่วมงานในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย กระตุ้นให้เกิดการเดินทางครั้งแรกของนักท่องเที่ยวอินเดีย (First Visitor) พร้อมทั้งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดอินเดีย ได้แก่ กลุ่ม Family, Incentive, Wedding & Celebrations,Lady Travelers, Active Senior, Millennials, Luxury Leisure และ Golf ให้เกิดความสนใจท่องเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดย ททท. จะเดินหน้าส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ผลักดันนักท่องเที่ยวอินเดียทะลุเป้าหมาย 2.3 ล้านคน ในปี 2568

พิธีเปิดคูหาประเทศไทยในวันที่ 30 มกราคม 2568 ได้รับเกียรติจาก นายดนย์วิศว์ พูลสวัสดิ์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. นางสาวสัญฉวี พัฒนจักร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ และนางสาวณคริศร คล้ายแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ เมืองมุมไบ เข้าร่วม โดยสำหรับคูหาประเทศไทย สร้างสรรค์ด้วยแนวคิด “Sustainable and Luxury” นำภูมิปัญญางานหัตถกรรมและการละเล่นวิถีไทย“ว่าวไทย” มาสร้างแรงบันดาลใจและเชิญชวนนักท่องเที่ยวอินเดียรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่างและน่าจดจำ พร้อมนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ทันสมัย มีคุณค่า ควบคู่กับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายในคูหาจัดกิจกรรม ประกอบด้วย การเจรจาธุรกิจทางการท่องเที่ยวระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจทางการท่องเที่ยวไทยกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวต่างประเทศและสื่อมวลชนรายใหญ่ในพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน อาทิ การจัด Special Promotion Scheme สำหรับกลุ่ม Wedding และกลุ่ม Corporate/ Incentive รวมถึงการทำ Joint Sale Promotion เป็นต้น การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสินค้าทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย กิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับเทรนด์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวอินเดีย รวมถึงกิจกรรมสาธิตศิลปวัฒนธรรมไทย ได้แก่ กิจกรรมการตัดพวงมโหตร และกิจกรรมการทำธุงใยแมงมุม เพื่อเผยแพร่แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปในสาธารณรัฐอินเดียที่เข้าร่วมงาน

ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูง โดยตลอดปี 2567 มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 2,129,149 คน ถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในประวัติการณ์ นับเป็นตลาดที่น่าจับตามองและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอินเดีย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง หรือ FIT ถึงร้อยละ 77 และรูปแบบทัวร์ ร้อยละ 23 รวมทั้งเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยครั้งแรกถึงร้อยละ 68 โดยมีจำนวนวันพักเฉลี่ย 6.58 คืน และมีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่อทริปโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 34,920 บาทต่อคนต่อทริป นิยมเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ชื่นชอบการทำกิจกรรมชายหาด รับประทานอาหารไทย ชมแสงสียามค่ำคืน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี กระบี่ ภูเก็ต และสุราษฏร์ธานี โดยในปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1-29 มกราคม 2568 มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 176,600 คน อยู่ใน TOP 5 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยมากที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ททท. เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้าง

40 นาทีที่แล้ว

ททท. จับมือ กรุงศรี ออโต้ สานต่อโครงการเที่ยวในประเทศเป็นปีที่ 3 ยกระดับบริการ GO Travel หนุนเส้นทาง EV เพื่อการเดินทางที่ยั่งยืน

1 วันที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

เงินกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม รับเงินเดือนมีนาคม 69 เช็กวันเงินเข้าบัญชีได้ที่นี่

sanook.com

ตะวันออกกลางระอุ กระทบเศรษฐกิจโลก สู่ความเสี่ยงไทย พลังงาน-สินค้าอุปโภค-บริโภค ราคาพุ่ง!

Thai PBS

ททท. เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้าง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

วันหยุดธนาคาร เดือนมีนาคม 2569 ธนาคารหยุดไหม อัปเดตได้ที่นี่

sanook.com

AOT อัปเดต กระทบแล้ว 134 เที่ยวบิน สถานการณ์”อิสราเอล-อิหร่าน” ร่วมมือสายการบินดูแลผู้โดยสารตกค้างเต็มที่

Manager Online

จับชีพจรก่อนยกแก้ว! บาร์แพทย์แผนจีนที่มี ‘หมอแมะ’ มาสั่งค็อกเทลให้ เอาใจคนรุ่นใหม่จีนที่เครียดจัด

SME THAILAND ONLINE
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...