โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

6 Checklist เปิดเทอม! เฟรชชี่ ปี 1 ควรทำอะไรบ้าง

Dek-D.com

เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 06.42 น. • DEK-D.com
รวมลิสต์สิ่งควรทำสำหรับนิสิตนักศึกษา

สวัสดีค่ะน้อง ๆ Dek-D โดยเฉพาะน้องๆ ม.6 #dek68 ท่ี่กำลังอยู่ในสนาม TCAS68 ขณะนี้ วันเวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ ค่ะ อีกไม่นานน้องๆ ก็จะเดินออกจากรั้วโรงเรียนเตรียมจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยกันแล้ว ช่วงนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับ dek68 ที่ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางอนาคตของตัวเอง แล้วก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะเป็นนิสิต/นักศึกษาใหม่อีกด้วย

สำหรับน้อง ๆ ปี 1 การต้องเริ่มใช้ชีวิตในสถานที่และสังคมใหม่อาจดูเป็นเรื่องยากจนพาลให้กังวลใจ วันนี้พี่กระแตได้รวบรวม ‘6 Checklist เปิดเทอม ‘เฟรชชี่ ปี 1’ ควรทำอะไรบ้าง’ไว้เป็นแนวทางให้น้อง ๆ แต่ต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะคะว่าเนื้อหาส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ของพี่เองในฐานะ dek64 คนหนึ่ง จะมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ!

เช็กลิสต์ 6 สิ่งที่น้องใหม่ควรทำ!

1. เช็กเส้นทางการเดินทางไปคณะ

แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากมาสายในวันแรกของการเรียนใช่ไหมล่ะคะ แต่การจราจรในวันเปิดเทอม มักจะแน่นหนาเสมอ ดังนั้นจะต้องศึกษาวิธีเดินทางเอาไว้ก่อนออกจากบ้าน ‘มีวิธีเดินทางไปเรียนแบบไหนบ้าง? ใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่? วิธีไหนเหมาะกับตัวเอง?’คำตอบที่ได้ก็ต่างกันออกไป บางคนอยากประหยัดเงิน บางคนต้องการประหยัดเวลา หรือบางคนต้องเดินทางหลายต่อ แต่ส่วนตัวแล้วพี่ขอแนะนำให้เลือกวิธีที่ประหยัดเวลาที่สุดค่ะเราจะได้ไม่เสียเวลาพักผ่อนไปกับการเดินทางมากนัก เพราะในบางวิชาก็ต้องเรียนคาบเช้าอย่างเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ

แต่ไม่ว่าน้อง ๆ จะเลือกวิธีเดินทางแบบไหนแต่ยังไงก็อย่าลืมเผื่อเวลาเดินทางเอาไว้ด้วยนะคะ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่เดินทางด้วยรถบนท้องถนน ทางที่ดีควรจะลองเดินทางไปคณะดูสักครั้งก่อนเปิดเทอมจริงเพื่อให้คุ้นชินกับเส้นทางค่ะ

2. เช็คตารางเรียน แต่ละวิชาเรียนตึกไหนกันนะ?

น้อง ๆ เฟรชชี่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับเส้นทางภายในมอ พี่ขอแนะนำให้น้อง ๆ โหลดแผนที่อาคารต่าง ๆ ของมหาลัยติดมือถือเอาไว้ก่อนกันหลงในบางวิชาเราอาจต้องไปเรียนที่อาคารเรียนของคณะอื่นหรือไปใช้อาคารเรียนรวม เช่นเดียวกับการเดินทางมาคณะน้อง ๆ ควรเผื่อเวลาหากต้องเปลี่ยนตึกเรียนค่ะ เพราะพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนั้นกว้างมากจริง ๆ

วิธีเดินทางในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะมีรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยให้ใช้ เป็นรถฟรีค่ะ ซึ่งหากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนอย่างช่วงเช้า ช่วงเที่ยง หรือช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเนี่ยเป็นช่วงเวลาที่คนมาใช้บริการรถโดยสารภายในฯ กันเยอะมาก ๆ ชนิดที่ว่าแทบจะต้องขี่คอกันเลยทีเดียว ตัวอย่างคือ รถ ปอพ. ของจุฬาฯ, รถตะลัย ของ ม.เกษตรฯ

ส่วนใครที่ไม่ชอบเบียดอาจจะต้องลองวิธีอื่น เช่นวินมอเตอร์ไซค์ หรือรถจักรยานให้เช่า(มีบางที่) แต่เราก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วยนั่นเอง หรือใครที่ไม่ได้เร่งรีบมาก การเดินเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ ได้ออกกำลังกายแถมได้สำรวจมหาวิทยาลัยไปในตัวด้วย น้อง ๆ ไม่ต้องกลัวจะเขินค่ะ เพราะคนเดินมีเยอะแยะไม่เหงาแน่นอน แต่อย่าลืมสิ่งสำคัญที่สุดคือไปให้ทันเวลาเริ่มเรียนนะคะ อาจารย์บางท่านอาจมีคะแนนเช็คชื่อให้ ถ้าไปสายมาก ๆ ระวังคะแนนจะหายนะ

3. เช็กรหัสวิชาให้ถูกต้อง

ในบางครั้งอาจมีหลายรหัสวิชาที่ใช้ชื่อวิชาเหมือนกันเป๊ะ โดยส่วนมากจะไม่ค่อยเจอในวิชาของปี 1 ที่เป็นพวกวิชาพื้นฐาน แต่จะไปเจอในวิชาที่เรียนร่วมกับชั้นปีอื่น ๆ อย่างพวกวิชาเลือกค่ะ ดังนั้นในหัวข้อนี้จึงเอาไว้เผื่อน้อง ๆ ได้ไปเจอในตอนที่ขึ้นปีสูงนะคะ เพราะคณะอาจมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนทำให้หลักสูตรที่เราใช้เรียนกับหลักสูตรของรุ่นพี่/รุ่นน้องไม่เหมือนกัน จึงทำให้มีรหัสวิชาที่แตกต่างแม้ว่าจะชื่อวิชาเดียวกันนั่นเอง

ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเช็กดูให้ดีว่ารหัสวิชาใดที่อนุญาตให้เราลงเรียนบ้างทำได้โดย

  • เทียบดูรหัสวิชาที่ลงเรียนกับรหัสวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตรของเราในกรณีที่เป็นวิชาในคณะ หลักสูตรมีความสำคัญในฐานะที่เป็นสิ่งกำหนดว่าตลอดการเรียน 4 หรือ 5 ปี เราต้องเรียนอะไรบ้าง การอ่านทำความเข้าใจหลักสูตรไว้แต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เราจัดตารางเรียนได้ง่ายขึ้นและหากมีคำถามขึ้นมาก็สามารถสอบถามจากทะเบียนคณะฯ ได้ทันท่วงทีนั่นเองค่ะ
  • เช็คในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยค้นหาตารางสอนของรหัสวิชานั้น ๆ จะมีรายละเอียดของวิชาให้ เช่น ตอนเรียน, เวลาเรียน, อาจารย์ผู้สอน, รวมถึงเงื่อนไขรายวิชา การเช็คผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมีข้อดีคืือ สามารถเช็กได้ทุกรายวิชา

โดยทั่วไปใน 1 เทอมจะสามารถลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกิน 22 หน่วยกิต เราสามารถเลือกวิชาเรียนเองได้จากในหลักสูตรหรือจะหาวิชาเสรีนอกคณะก็ได้เช่นกัน สำหรับปี 1 ทางคณะอาจจะจัดตารางเรียนเอาไว้ให้แล้ว พี่แนะนำให้ลงทะเบียนเรียนตามตารางที่คณะจัดให้ไปก่อนเพราะนั่นคือตารางที่พิจารณามาแล้วว่าเหมาะสมที่จะทำให้เราเรียนจบได้พอดีกับระยะเวลาตามหลักสูตร เรียนไปสักระยะเราจะเริ่มคุ้นชินและประเมินตนเองได้แล้ว ก็จะสามารถจัดตารางเรียนที่เหมาะกับเราในเทอมถัด ๆ ไปได้ดีขึ้นค่ะ

อย่างไรก็ดี มหาวิทยาลัยมักจะเปิดให้ลงทะเบียนเรียนหลายรอบถ้าเราเช็กดูแล้วพบว่ารหัสวิชาผิดแต่ยังอยู่ในช่วงที่ลงทะเบียนเรียนก็ถือว่าเป็นโชคดีค่ะ เพราะว่าเราสามารถลดรหัสวิชาที่ลงผิดและลงเรียนใหม่อีกครั้งได้ แต่ถ้าพ้นช่วงลงทะเบียนเรียนไปแล้วล่ะก็บันเทิงเลยค่ะทีนี้ ดีไม่ดีอาจจะต้องลดรายวิชาแล้วไปลงเรียนใหม่ในเทอมถัดไปก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าลืมตรวจเช็กความถูกต้องของรหัสวิชาก่อนพ้นช่วงลงทะเบียนเรียนนะคะ

4. เช็กอุปกรณ์การเรียน วิชาไหนใช้อะไรบ้าง?

สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่ขาดไม่ได้เลย คือ เอกสารประกอบการเรียน (ที่อาจารย์ส่งให้) และอุปกรณ์สำหรับจดบันทึกสามารถเป็นได้ทั้ง iPad, Tablet, Notebook, สมุด-ปากกา แล้วแต่จะสะดวกใช้ ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้เพียงพอแล้วสำหรับวิชาเรียนที่เป็นเลคเชอร์ ในรายวิชาอื่น ๆ เช่น บางคณะต้องเรียนวิชา Drawing ก็สามารถเตรียมอุปกรณ์เพิ่มเติมตามลักษณะวิชาที่เราเรียนได้เลยค่ะ

5. เช็กเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม

แม้ว่าปัจจุบันนี้ หลายคณะในหลายมหาวิทยาลัยได้อนุญาตในนักศึกษาใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้แล้ว แต่หากน้อง ๆ เองยังไม่มั่นใจสามารถใส่ไปรเวทไปเรียนได้จริงรึเปล่า พี่ขอแนะนำให้ใส่ชุดนักศึกษาตามระเบียบไปในคาบแรกของการเรียนการสอนค่ะเนื่องจากว่ายังมีอาจารย์บางท่านที่ประสงค์ให้นักศึกษาในรายวิชาของตนแต่งกายอย่างถูกระเบียบอยู่ด้วย ดังนั้นน้อง ๆ ควรสอบถามกับอาจารย์โดยตรงว่าวิชานี้สามารถใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้หรือไม่ หรือจะขอรีวิวจากรุ่นพี่ที่เคยเรียนกับอาจารย์ท่านนั้น ๆก็ได้เหมือนกันค่ะ ซึ่งถ้ามั่นใจแล้วว่าเรานั้นสามารถใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ ก็จัดการแต่งกายตามสไตล์ของเราได้เลยค่ะ อาจารย์บางท่านอาจเป็นคนชิล ๆ ไม่ซีเรียสกับเครื่องแต่งกายนัก แต่อย่างไรก็ดี เราควรจะแต่งกายให้เหมาะสมตามกาลเทศะเอาไว้ก่อนนะคะ

6. เช็กโซเชียลบ่อย ๆ จะไม่พลาดแจ้งเตือนสำคัญ!

อาจารย์จะมีวิธีติดต่อสื่อสารกับนักศึกษาในชั้นเรียนที่แตกต่างกันไปค่ะ เช่น ติดต่อผ่านทางอีเมล, Google classroom, Line group, Facebook หรือแอปพลิเคชันเฉพาะที่มหาลัยนั้น ๆ ใช้ อาจารย์จะพูดคุยและมักจะแจกสื่อการสอนผ่านช่องทางเหล่านี้ ซึ่งปัญหาที่นักศึกษาอย่างเราอาจประสบพบเจอกันก็คือ การที่แอปพลิเคชันไม่แจ้งเตือนนั่นเองค่าทำให้กว่ารู้เรื่องเนี่ยก็สายเกินไปซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเปลี่ยนเวลาเรียน, เปลี่ยนสถานที่เรียน, เปลี่ยนรูปแบบการเรียน หรือแม้แต่แจ้งยกคลาส ซึ่งถ้าเราพลาดแจ้งเตือนพวกนี้ก็อาจทำให้เราไปผิดที่ผิดเวลา พี่กระแตเองก็เคยมีประสบการณ์ไปเรียนในวันที่อาจารย์แจ้งยกคลาสเพราะไม่แจ้งเตือนอยู่บ้าง บอกเลยว่าทำเอารู้สึกเซ็งไปทั้งวันเลยค่า เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้เนี่ยก็อย่าลืมเช็กแจ้งเตือนเสมอ ๆ นะคะ

ครบแล้วสำหรับ ‘เช็กลิสต์ 6 สิ่งที่ควรทำ จะได้ไม่พลาดเปิดเทอมใหม่!’ หวังว่าจะพอเป็นแนวทางให้น้อง ๆ ใช้ตรวจทานตัวเองกันได้ ใครมีทริคดี ๆ สำหรับชีวิตมหาวิทยาลัยที่อยากบอกต่อก็คอมเมนต์กันเข้ามาได้นะคะ! อย่างไรก็ดี ชีวิตมหาวิทยาลัยไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใดและการเริ่มต้นใหม่ก็ไม่ใช่สิ่งไม่ดีี พี่กระแตหวังว่าน้อง ๆ จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองเฝ้ารอและขอให้มีชีวิตมหาลัยที่สนุกสนานนะคะ Have fun ค่ะ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...