โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไขรหัส “สัญญาเช่าควบคุม” เจ้าของหอพักและนักลงทุนอสังหาฯ ควรปรับตัวอย่างไร?

TERRABKK

อัพเดต 31 พ.ค. 2561 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2561 เวลา 07.12 น. • TERRABKK
ไขรหัส “สัญญาเช่าควบคุม” เจ้าของหอพักและนักลงทุนอสังหาฯ ควรปรับตัวอย่างไร?

ไขรหัส “สัญญาเช่าควบคุม” เจ้าของหอพักและนักลงทุนอสังหาฯ ควรปรับตัวอย่างไร?

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าของหอพัก/อพาร์ทเม้นท์ และ นักลงทุนอสังหาฯทั้งหลายคงมีหนาวๆร้อนๆกันบ้าง จากการประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจการเช่าอาคาร เพื่ออยู่อาศัย เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา พ.ศ 2561 นั่นแปลว่า ต่อไปนี้ใครมี บ้านให้เช่า คอนโดให้เช่า หรือ ห้องพักให้เช่า จะมาเขียนสัญญาเอาเองไม่ได้แล้วนะคะ เพราะต่อไปนี้สัญญาเช่าเกือบทั้งหมดจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้ “สัญญาเช่าควบคุม” ที่ใช้คำว่า“เกือบทั้งหมด” เพราะไม่ได้แปลว่าทุกคนที่จะต้องอยู่ภายใต้“สัญญาเช่าควบคุม” วันนี้ TerraBKK จะมาไขรหัส “สัญญาเช่าควบคุม” ว่าใครต้องทำตามบ้าง? และจะมีวิธีรับมือกับสัญญาฉบับนี้อย่างไร?

ใครที่ต้องทำตาม “สัญญาเช่าควบคุม?

                  อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ภายใต้การบังคับนี้ แล้วใครล่ะที่ต้องทำตาม“สัญญาเช่าควบคุม”?

  • เฉพาะผู้ที่ให้เช่า อาคาร, ห้องพัก, บ้าน, อาคารชุด, อพาร์ทเม้นท์ เพื่ออยู่อาศัย (ไม่รวมหอพัก – หอพักที่จดทะเบียนและขออนุญาตกับทางราชการ)
  • เฉพาะผู้ที่มีทรัพย์ให้เช่า “เพื่ออยู่อาศัย” มากกว่า 5 หน่วยขึ้นไป (ทั้งในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคาร)
  • เฉพาะผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดา แต่ผู้ให้เช่าเป็นได้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา

                  เพราะฉะนั้นนักลงทุนท่านไหนที่ยังไม่เข้าข่าย 3 ข้อนี้ก็สบายใจได้ เพราะท่านยังไม่ถูกบังคับให้อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้นั่นเอง

ใจความสำคัญใน “สัญญาเช่าควบคุม” ที่ต้องรู้!

                  มาถึงไฮท์ไลท์ของ “สัญญาเช่าควบคุม” ที่ทุกคนอยากรู้ ซึ่งในตัวกฎหมายเองไม่ได้ระบุแค่ตัวสัญญาเท่านั้น แต่ยังระบุไปถึง “หน้าที่ของผู้ให้เช่า” และ “สิ่งต้องห้ามในสัญญาเช่า” แน่นอนว่า ใครที่เห็นราชกิจจาฉบับเต็มเข้าไปคงต้องมีงงกันแน่นอนเพราะเยอะแยะเหลือเกิน เอาล่ะ ใครงงมายืนตรงนี้ TerraBKK รวบรวมใจความประเด็นสำคัญๆที่คุณต้องรู้มาไว้ที่นี่แล้ว

หน้าที่ของผู้ให้เช่า

  • ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องส่ง“ใบแจ้งหนี้” ให้ผู้เช่ารับทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดวันจ่ายค่าเช่า
  • ผู้ให้เช่าต้องทำแบบบันทึกตรวจรับสภาพอาคาร แนบท้ายสัญญาเช่า
  • ผู้ให้เช่าต้องคืนเงินประกันผู้เช่าทันทีเมื่อหมดสัญญา (ยกเว้นรอตรวจสอบความเสียหาย แต่ถ้าไม่มีความเสียหายต้องคืนเงินภายใน 7 วัน)
  • ในกรณีที่ผู้เช่าผิดสัญญาเช่าที่เป็นส่วนสำคัญในสัญญา (ส่วนสำคัญในสัญญาจะต้องเป็นตัวหนังสือสีแดงหรือตัวดำหรือตัวเอน ที่เด่นกว่าข้อความทั่วไป) ผู้ให้เช่าต้องส่งหนังสือบอกกล่าว ตักเตือน ซึ่งถ้าภายใน 30 วันหลังจากผู้เช่าได้รับหนังสือ ผู้เช่ายังไม่ปฏิบัติตามอีก ผู้ให้เช่าก็มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา

เนื้อหาสัญญาเช่า ภายใต้กฎหมาย “สัญญาเช่าควบคุม”

  • ตัวอักษรในสัญญาเช่า “ต้องมีภาษาไทย” ขนาดตัวอักษรไม่ต่ำกว่า 2 มม. แม้ว่าคุณจะปล่อยเช่าชาวต่างชาติก็ตาม แต่ก็ต้องมีภาษาไทยกำกับไว้ด้วยเช่นกัน
  • ในสัญญาเช่าจะต้องมีรายละเอียดของทั้ง 2 ฝ่ายที่ชัดเจน ทั้งชื่อและที่อยู่ ของผู้เช่าและผู้ให้เช่า
  • ในสัญญาเช่าจะต้องมีรายละเอียดของทรัพย์ที่เช่าให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชื่อโครงการ เลขที่ สถานที่ตั้งที่ระบุได้
  • ต้องระบุระยะเวลาการเช่าที่ชัดเจน
  • ต้องระบุจำนวนเงินต่างๆให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัตราค่าเช่า, จำนวนเงินประกัน, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์, ค่าบริการต่างๆ และทั้งหมดจะต้องระบุวิธีการชำระเงินและกำหนดวันชำระให้ชัดเจน
  • อย่าลืม!! ข้อไหนที่เราคิดว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราบอกเลิกสัญญา ต้อง เป็นอักษรสีแดงหรือตัวเอียง ที่เด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป

                  และสัญญาเช่าจะต้องทำขึ้นมา 2 ฉบับ ที่มีใจความตรงกัน โดยผู้ให้เช่าเก็บไว้ฉบับหนึ่งและผู้เช่าเก็บไว้อีกฉบับหนึ่ง

ข้อห้าม ภายใต้กฎหมาย “สัญญาเช่าควบคุม”

  • ห้ามเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้า เกิน 1 เดือน
  • ห้ามเก็บเงินมัดจำหรือเงินประกัน เกิน 1 เดือน
  • ห้ามริบเงินประกันหรือค่าเช่าล่วงหน้า
  • ห้ามเข้าตรวจสอบอาคารที่เช่า โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
  • ห้ามเก็บค่าน้ำ, ค่าไฟ เกินกว่าที่การไฟฟ้าและการประปาเรียกเก็บ
  • เมื่อผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่า ผู้ให้เช่าห้ามล็อคประตูหรือเข้าไปยึดของ ขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า
  • ไม่มีสิทธิเรียกค่าต่อสัญญาจากผู้เช่ารายเดิม
  • ห้ามเรียกเก็บค่าเสียหายที่เกิดจากการใช้งานตามปกติ หรือ ความเสียหายจากการเสื่อมสภาพ หรือ ความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากผู้เช่า

ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะเกิดอะไรขึ้น??

*** จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ***

วิธีปรับตัวรับ “สัญญาเช่าควบคุม”

จากทั้งหมดที่แจกแจงมา จะเห็นว่ามีหลายข้อในนี้ที่เหล่าเจ้าของ ห้องเช่า, บ้านเช่า ทั้งหลาย ยังคิดไม่ตกว่าจะแก้ปัญหายังไง เพราะบางข้อก็ดูจะเป็นไปได้ยากเหลือเกิน หากเจอผู้เช่าดีก็ดีไป แต่ถ้าเจอผู้เช่าไม่ดี ก็อาจจะต้องหาทางแก้กันไป และนี่คือวิธีที่จะให้ท่านทั้งหลายลองปรับตัวรับมือกับ “สัญญาเช่าควบคุม” กันดู

  • ห้ามเก็บเงินประกันหรือเงินมัดจำล่วงหน้าเกิน 1 เดือน

ข้อนี้น่าจะเป็นปัญหามากที่สุดของ “สัญญาเช่าควบคุม” เพราะอย่างที่ทราบๆกันดีว่า เมื่อผู้เช่าบางรายย้ายออกไปโดยทิ้งความเสียหายไว้มากมาย บางครั้งเงินประกัน 2 เดือนก็ยังไม่พอค่าซ่อม จะเรียกเก็บเพิ่มก็ยังไม่ยอมจ่าย เกิดเป็นกรณีกันขึ้นมาอยู่เสมอ แล้วเราจะมีวิธีแก้ยังไงดี?

Solution: นำเงินประกัน 1 เดือนที่หายไป มาเฉลี่ยกับค่าเช่ารายเดือน เช่น เดิมเก็บเงินประกันเดือนละ 6,000 บาท เราอาจจะต้องเพิ่มค่าเช่าเป็นเดือนละ 6,500 บาท (500 บาทที่เพิ่มขึ้นมาคือ 6,000/12=500) หรือ อาจจะเพิ่มหลักประกันอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น มีคนค้ำประกัน เป็นต้น

  • ห้ามเก็บค่าน้ำ, ค่าไฟ เกินกว่าที่การไฟฟ้าและการประปาเรียกเก็บ

                  อีกหนึ่งข้อที่เป็นปัญหาถกเถียงกันมาอย่างยาวนานระหว่างเจ้าของอพาร์ทเม้นท์/ห้องเช่าและผู้เช่า ว่าทำไมต้องเรียกเก็บค่าน้ำ, ค่าไฟ ในอัตราที่สูงกว่าการไฟฟ้าและการประปา ซึ่งจริงๆแล้วส่วนต่างมันคือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟลิฟท์ ค่าไฟส่วนกลาง ค่าบำรุงรักษา ค่าแม่บ้าน แต่เจ้าของไม่ได้แจกแจงให้ได้ทราบอย่างทั่วถึงกัน และเมื่อเรียกเก็บค่าน้ำ, ค่าไฟที่สูงๆ ก็ดูจะเป็นการเอาเปรียบฝั่งผู้เช่า แล้วเราจะมีวิธีแก้ยังไงดี?

Solution: เปลี่ยนเป็นเก็บค่าบริการอื่นๆที่เกิดขึ้นจริง โดยท่านจะต้องแจกแจงอย่างโปร่งใสว่า มีค่าใช้จ่ายใดบ้าง เช่น ค่าแม่บ้านทำความสะอาดส่วนกลาง, ค่าไฟส่วนกลาง, ค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง เป็นต้น

  • ห้ามริบเงินประกันหรือค่าเช่าล่วงหน้า

                  โดยปกติแล้วเมื่อผู้เช่าทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งหรือย้ายออกก่อนกำหนด สิ่งที่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์/ห้องเช่าทำก็คือ “ยึดเงินประกันทั้งหมด” แต่ต่อไปนี้จะยึดเงินประกันไม่ได้แล้ว เพราะหากผู้เช่ามีเหตุอันจำเป็นจริงๆ เช่น ต้องย้ายงานไปต่างจังหวัด หรือ ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นระยะเวลานาน ผู้เช่าก็ต้องเสียเงินก้อนนั้นไปเปล่าๆ แล้วเราจะมีวิธีแก้ยังไงดี?

Solution: ในกรณีที่ผู้เช่าย้ายออกก่อนกำหนด เราอาจจะต้องคิดเป็น“ค่าเสียโอกาส” ที่ห้องต้องว่างและรอผู้เช่าใหม่ ค่าเสียโอกาส ณ ที่นี้ เราจะต้องคิดว่าโดยปกติแล้วเราใช้เวลาหาผู้เช่าใหม่กี่วัน แล้วคิดเป็นจำนวนเงินต่อวันแทน ซึ่งจะเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยค่าเสียโอกาสนี้ หมายถึง โอกาสที่หากเป็นคนอื่นมาเช่า (ที่ไม่ใช่ผู้เช่าที่ย้ายออกไป) เขามีโอกาสที่จะเช่ากับเราครบตามสัญญา

  • เมื่อผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่า ผู้ให้เช่าห้ามล็อคประตูหรือเข้าไปยึดของ ขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า

สำหรับข้อนี้จริงๆแล้วเราไม่มีสิทธิ์ทำมาแต่ไหนแต่ไร เพราะถือว่าเป็นการบุกรุกทรัพย์สินให้เช่า โดยยังมีผู้เช่าเป็นผู้ครอบครอง เพราะฉะนั้นการปีนเข้าบ้านตัวเองหรือการงัดบ้านตัวเองที่กำลังให้เช่าอยู่นั้น ถือว่าผิดกฎหมายนะคะ อีกทั้งเป็นการละเมิดทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เช่าด้วย (แม้เขาจะไม่จ่ายค่าเช่าเราก็ตาม) แล้วเราจะมีวิธีแก้ยังไงดี?

Solution: อย่าลืมว่าเราจะต้องส่ง“ใบแจ้งหนี้” ล่วงหน้า 7 วันก่อนถึงวันกำหนดชำระ ให้เขียนแนบท้ายไปว่าหากไม่ชำระภายใน 7 วันหลังได้รับใบแจ้งหนี้ ให้ถือว่าใบแจ้งหนี้เป็นใบบอกเลิกสัญญา นั่นก็เท่ากับว่าผู้เช่าจะต้องย้ายออกทันทีที่ค้างชำระค่าเช่า

                  ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทีมงานTerraBKK ได้ไปฟังบรรยายจาก อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพทย์-ที่ปรึกษากฎหมาย และ คุณรวิโรจน์ อัมพลเสถียร-นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นำมาบอกเล่าและช่วยผู้ประกอบการหรือนักลงทุนทั้งหลายให้มีทางออกที่ดีที่สุด ไม่ขัดต่อกฎหมาย และไม่เอาเปรียบผู้เช่า สุดท้ายแล้ว TerraBKK คิดว่ากฎหมายฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ก็คือ “ผู้เช่า” บางข้อนั้นถือเป็นเรื่องดีที่นำสัญญาเช่ามาขัดเกลาเสียใหม่ เพราะบางครั้งต้องยอมรับว่าผู้ให้เช่าบางรายก็ร่างสัญญาเอารัดเอาเปรียบผู้เช่ามากเกินไป แทบจะขูดเลือดขูดเนื้อกันเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้สัญญาทั้งฉบับก็จำเป็นที่จะต้องเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายเช่นกัน

*บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้ *

TerraBKK ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...