โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ปลูกเมล่อน ระบบ GAP...วิถีใหม่ได้เงินแสน ที่ชัยนาท

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 04 ธ.ค. 2563 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 05.25 น.

เมล่อน…เป็นพืชเถาเลื้อยขึ้นค้าง ดอกสีเหลือง ผลกลมหรือกลมรี มีรสหวานหอมอร่อย ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่ในอันดับต้นๆ มีการปลูกเมล่อนกันแพร่หลายในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และที่อำเภอมโนรมย์มีเกษตรกรปลูกด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) ทำให้ได้ผลเมล่อนคุณภาพที่ผู้บริโภคต้องการ เป็นวิถีใหม่ที่ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนมีรายได้เงินแสนบาทและยังชีพได้มั่นคง

คุณพัชรินทร์ หวีทอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานเกษตรอำเภอมโรมย์ เล่าให้ฟังว่า เมล่อน เป็นพืชในวงศ์แตง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Cucumis meio L” ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบทวีปแอฟริกา มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แตงหอม แตงหวาน แคนตาลูป หรือแตงเทศ เมล่อนที่ปลูกเพื่อการค้ามี 3 ชนิด

  • 1. Cantaloupensis หรือ Rock Melon ผิวเปลือกแข็งขรุขระแต่ไม่ถึงกับเป็นร่างแห
  • 2. Inodorous ผิวเปลือกเรียบ และมักไม่มีกลิ่นหอม หรือนิยมเรียกกันว่า แคนตาลูป
  • 3. Reticulatus หรือเน็ทเมล่อน ลักษณะผิวเปลือกด้านนอกขรุขระเป็นร่างแหคลุมตลอดทั้งผล มีกลิ่นหอม เนื้อมีสีเหลืองหรือสีส้ม

เมล่อน เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีและวิตามินเอ มีเบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และธาตุเหล็ก มีไขมัน คอเลสเตอรอล มีแคลอรีต่ำเหมาะกับท่านที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือเสริมสร้างสุขภาพให้ท่านที่บริโภคเมล่อนแข็งแรง

การพัฒนาคุณภาพผลผลิตเมล่อน ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเมล่อนเป็นพืชผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงภัยทั้งด้านการผลิตและการตลาด ให้เกษตรกรปลูกด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ผลเมล่อนคุณภาพที่ตลาดต้องการ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ต่อเนื่องและมีวิถีมั่นคงยั่งยืน

คุณนพพร พูลแพ เกษตรกรผู้ปลูกเมล่อน หรือผู้จัดการริเช่ฟาร์ม อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ทำการเกษตร 30 ไร่ แบ่งทำการเกษตรอินทรีย์ 12 ไร่ ปลูกพืชผักหลายชนิด เช่น บวบ น้ำเต้า พริกขี้หนู และอื่นๆ รวมกว่า 10 ชนิด และได้จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกเมล่อนในโรงเรือน ขนาด กว้าง 8 เมตร ยาว 40 เมตร จำนวน 2 โรงเรือน ตามคำแนะนำของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอมโนรมย์ โดยให้ปลูกเมล่อนด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือGAP (Good Agricultural Practice) เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดความเสี่ยงภัยต่างๆ ได้เก็บเกี่ยวผลเมล่อนอินทรีย์ปลอดภัยออกสู่ตลาด ทำให้มีรายได้นำมาเป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตและมั่นคงต่อการยังชีพ

พันธุ์ปลูก ได้ปลูกเมล่อน 2 พันธุ์ คือ

พันธุ์ไข่มังกร ลักษณะผลกลมรี ผิวเปลือกสีเขียว และ

พันธุ์หยกเทพ ลักษณะผลกลม ผิวเปลือกสีเทาขาว

ทั้ง 2 พันธุ์ มีรสหวาน กลิ่นหอม อร่อย

การเพาะกล้า ได้วางเมล็ดพันธุ์คุณภาพบนผ้าขาวบางห่อแล้วนำไปแช่น้ำอุ่น 1-2 ชั่วโมง จากนั้นนำไปวางในกระติกแล้วปิดฝาบ่มไว้ 10-12 ชั่วโมง นำเมล็ดที่บ่มแล้วมาใส่ลงในถาดเพาะที่มีส่วนผสมของวัสดุเพาะกล้า วางเมล็ดด้านที่จะแตกรากลงด้านล่าง จากนั้นให้น้ำแต่พอชุ่ม ภายใน 3-4 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกเป็นต้นอ่อน แล้วนำถาดเพาะกล้าไปวางไว้ที่กลางแจ้ง เพื่อให้ต้นกล้าแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี

เตรียมแปลงปลูก เมื่อไถปรับดินให้ราบเสมอกันแล้ว ได้นำอิฐบล็อกมาวางเรียงต่อกัน 3 ก้อน ให้เป็นแนวกว้าง หรือระยะ 60 เซนติเมตร และวางอิฐบล็อกเรียงต่อกันเป็นแนวยาวของพื้นที่ปลูก (อิฐบล็อก มีความยาว สูง และหนา 40x17x7 เซนติเมตร) นำดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายใส่ลงไปเกือบเต็มหรือห่างจากขอบบนอิฐบล็อกลงมา 10-15 เซนติเมตร รองพื้นแปลงปลูกด้วยปุ๋ยคอกแห้ง เพื่อปรับสภาพให้ดินปลูกมีคุณภาพดีขึ้น ระหว่างแปลงปลูกได้ทำเป็นทางเดิน กว้าง 60 เซนติเมตร พร้อมกับปักไม้ค้างเตรียมไว้ให้ต้นเมล่อนเกาะเลื้อยเพื่อการเจริญเติบโต

การปลูก เมื่อเตรียมดินพร้อมแล้ว นำต้นกล้าที่สมบูรณ์ อายุ 10-15 วัน มาปลูกบนแปลง หลุมละ 1 ต้น แล้วเกลี่ยดินกลบ ปลูกเป็น 2 แถว ให้ระหว่างต้นและแถวห่างกัน 30×50 เซนติเมตร แล้วให้น้ำพอชุ่ม

คุณนพพร พูลแพ เกษตรกรผู้ปลูกเมล่อน เล่าให้ฟังอีกว่า การบำรุงต้น ได้นำปุ๋ยอินทรีย์น้ำหรือน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตได้จากการย่อยสลายเศษซากวัสดุจากพืชหรือสัตว์ ผสมกับน้ำในถังตามอัตราส่วน แล้วปล่อยปุ๋ยน้ำไปตามท่อประธาน ผ่านท่อแขนงไปออกที่หัวปล่อยน้ำลงสู่แปลงปลูก ใส่ปุ๋ยทุกวันในช่วงเช้าและเย็น นาน 30 นาที ต่อครั้ง และหยุดใส่ปุ๋ยก่อนการเก็บเกี่ยว 20 วัน

การให้น้ำ ได้จัดการให้น้ำด้วยระบบน้ำหยด ส่วนประกอบระบบน้ำหยดจะมีคือ ถังกรองน้ำ (filter tank) ทำหน้าที่กรองน้ำให้สะอาด ป้องกันปัญหาการอุดตันที่หัวปล่อยน้ำ เชื่อมต่อท่อประธาน (mainline) ขนาด ¾-1 นิ้ว เข้ากับถังกรองน้ำเพื่อรับน้ำจากแหล่งน้ำ นำปลายท่อแขนงด้านหนึ่งมาเชื่อมต่อเข้ากับท่อประธาน ปลายท่อแขนงอีกด้านหนึ่งเชื่อมต่อเข้าหัวปล่อยน้ำแล้วจัดวางหัวปล่อยน้ำไว้ระหว่างต้นเมล่อน ได้ให้น้ำทุกวัน เช้าและเย็น นาน 30 นาที ต่อครั้ง ทั้งนี้การให้น้ำเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ จากการสังเกตดูความชุ่มชื้นของดินด้วย

การเก็บแขนง เมื่อต้นเมล่อนเจริญเติบโต ต้องเด็ดแขนงที่แตกออกมาบริเวณ ข้อที่ 1-8 ออก และเก็บแขนง ข้อที่ 9-12 ไว้เพื่อรอการผสมเกสร หลังจากปลูกต้นเมล่อน 25-30 วัน แขนงในข้อที่ 9-12 จะมีดอกตัวเมียบาน ต้องช่วยผสมเกสร ก่อนเวลา 10 โมงเช้า เมื่อผสมเกสรได้ 7 วัน ต้นเมล่อนเริ่มติดผลขนาดไข่ไก่ เลือกผลดีที่สุดไว้เพียง 1 ผล เมื่อผลมีขนาดใหญ่ ต้องแขวนด้วยเชือกบ่วง นำปลายเชือกไปผูกยึดไว้กับไม้ค้างให้ขนานกับพื้น

การเก็บเกี่ยว หลังจากปลูกได้ 65-70 วัน ผลเมล่อนแต่ละสายพันธุ์จะทยอยแก่สุก ผิวผลสีเข้ม ตาข่ายขึ้นนูนชัดเจน ใช้กรรไกรตัดที่ขั้วผลเป็นรูปตัวที (T) จากนั้นตัดแต่งขั้วและใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดที่ขั้วผล คัดขนาดพร้อมกับหุ้มด้วยโฟมเพื่อป้องกันผลเมล่อนถูกกระแทกเสียหาย จัดบรรจุใส่กล่องสวยงามพร้อมนำออกขาย

ตลาด ขนาดผลเมล่อนที่ตลาดต้องการ จะมีน้ำหนัก 2-3 กิโลกรัม ต่อผล ที่นี่ขาย 100-150 บาท ต่อกิโลกรัม ใช้ต้นทุนการผลิต 200,000-300,000 บาท ต่อปี การตัดเก็บขายแต่ละรุ่นจะมีรายได้เฉลี่ย 200,000 บาท ตัดเก็บ 3 รุ่น ต่อปี จะมีรายได้เฉลี่ย 600,000 บาท ต่อโรงเรือน ทำให้มีรายได้นำมาเป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตและเพื่อการยังชีพที่มั่นคง

การปลูกเมล่อน ระบบ GAP…วิถีใหม่รายได้เงินแสนบาท เป็นการปลูกเมล่อนในโรงเรือน ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหรือน้ำหมักชีวภาพในการผลิต ได้ผลผลิตคุณภาพ การยังชีพมั่นคง

สอบถามเพิ่มได้ที่ คุณนพพร พูลแพ 107/1 หมู่ที่ 1 ตำบลคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โทร. 061-979-7254 หรือ คุณพัชรินทร์ หวีทอง สำนักงานเกษตรอำเภอมโนรมย์ โทร. 096-858-9108หรือ คุณชมพูนุช หน่อทอง สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท โทร. 056-476-720 ก็ได้ครับ

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปี (24 ฉบับ) ลดราคาทันที 15% พร้อมแถมฟรีอีก1เดือน สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...