โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิทธิเดียวกัน ทำไมต้องมีกฎหมายแยกสำหรับ LGBT? คำถามต่อ ‘ร่างพรบ.คู่ชีวิต’

TODAY

อัพเดต 08 ก.ค. 2563 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2563 เวลา 10.00 น. • workpointTODAY

คณะรัฐมนตรีผ่านร่างพรบ.คู่ชีวิต กำหนดให้ผู้จดทะเบียนตามพ.ร.บ.มีสิทธิและหน้าที่เหมือนคู่สมรส เพียงแต่เป็นการจดทะเบียนสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน เกิดกระแสตั้งคำถามว่าในเมื่อสิทธิและหน้าที่ไม่ต่างกัน เหตุใดจึงต้องมีกฎหมายแยกออกมา การเปลี่ยนคำในประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 1448 ว่าด้วยการสมรสจะซับซ้อนน้อยกว่าหรือไม่

วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาลแถลงว่าคณะรัฐมนตรีมีมติผ่านร่างพรบ.คู่ชีวิต โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.คำว่าคู่ชีวิต หมายความว่าบุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกันโดยกำเนิดและได้จดทะเบียนคู่ชีวิตตามพรบ.

2.ให้ศาลที่มีหน้าที่พิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิพากษา

3.การจดทะเบียนคู่ชีวิตจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายยินยอม และมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ โดยทั้งสองฝ่ายต้องมีสัญชาติไทย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย

4.กำหนดให้ในกรณีที่ผู้เยาวน์จะจดทะเบียนคู่ชีวิตจะต้องได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดา ผู้รับบุตรบุญธรรมหรือศาล

5.กำหนดให้คู่ชีวิตมีอำนาจแทนผู้เสียหายเช่นเดียวกับสามีหรือภรรยา และมีอำนาจดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปเช่นเดียวกับสามี-ภรรยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

6.กำหนดบทบัญญัติกำหนดทรัพย์สินเกี่ยวกับคู่ชีวิต โดยแบ่งเป็นสินส่วนตัวและสินร่วมกัน

7.คู่ชีวิตสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ รวมทั้งคู่ชีวิตฝ่ายหนึ่งจะจดทะเยีบนรับผู้เยาวน์ซึ่งเป็นคู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมาเป็นบุตรบุญธรรมของตนเองก็ได้ด้วย

8.เมื่อคู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย ให้คู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

9.กำหนดให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยคู่สมรส ครอบครัวและบุตรบุญธรรมใช้บังคับแก่ผู้ชีวิตได้โดยอนุโลม

นอกจากนี้จะมีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในสาระเรื่องการกำหนดให้ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสหรือคู่ชีวิตอยู่ไม่ได้ เพิ่มเหตุฟ้องหย่ากรณีสามีหรือภรรยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่ชีวิต และกำหนดให้สิทธิรับค่าเลี้ยงชีพในกรณีหย่าหมดไปถ้าฝ่ายที่รับค่าเลี้ยงดูสมรสใหม่หรือจดทะเบียนคู่ชีวิต

ระบุว่าการผ่านมตินี้เป็นไป "เพื่อให้กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการ เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี"

นักสิทธฺ LGBT : รู้สึกเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง

ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นักกิจกรรม LGBT และเลขาธิการกลุ่ม Free Youth ให้สัมภาษณ์ workpointTODAY ว่านี่ไม่ใช่ #สมรสเท่าเทียมแต่เป็นการแยก LGBT ออกจากกฎหมายอื่น

"ผมว่าการสมรสไม่ควรมีการแบ่งกฎหมายออกเป็นสองฉบับ การมันคือข้อเท็จจริงเดียวกัน สิทธิเดียวกัน มันควรแก้กฎหมายฉบับเดิมให้เกิดความเท่าเทียม"

"อีกอย่างหนึ่งที่เรารู้สึก เรารู้สึกว่าถ้ามีการออกพรบ.คู่ชีวิตแยกจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มันให้ความรู้สึกเหมือน LGBT อย่างเราเป็นพลเมืองชั้นสอง"

"เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่สมรสเท่าเทียม มันคือสมรสแบ่งแยก สมรสไม่เท่าเทียม" ทัตเทพสรุป โดยกล่าวว่าเขาต่อต้านการผ่านร่างพรบ.คู่ชีวิตครั้งนี้ และขอผลักดันการแก้ ปพพ. ม.1448 ต่อเพื่อให้เกิดการสมรสเท่าเทียมอย่างแท้จริง

ก้าวไกล: พ.ร.บ.คู่ชีวิต ≠ สมรสเท่าเทียม

ความเคลื่อนไหว #สมรสเท่าเทียม เกิดขึ้นในทวิตเตอร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดขึ้นหลังจากธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.พรรคก้าวไกล นำเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อปลดล็อกให้คู่รักเพศเดียวกันสมรสกันได้มารับฟังความคิดเห็น

"คู่ชีวิต หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Civil Partnershipไม่เท่ากับสมรส(Marriage)" 'ครูธัญ' กล่าว

"หัวใจสำคัญของมันคือคำว่าคู่สมรสนั้นอยู่ในกฎหมายอื่น ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการของราชการไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการอื่นหรือการปกป้องคุ้มครองดูแลสิทธิอื่น ๆ มันจะมีคำว่าคู่สมรสอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสมรสเท่าเทียมมันจะสร้างความเสมอภาคในทุกกฎหมายของคนทุกเพศ แต่คู่ชีวิตจะไม่มีคำนี้อยู่ในกฎหมายอื่น ๆ เลย"

ธัญวัจน์กำลังผลักดันการแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิย์ที่เกี่ยวข้องกับการสมรสให้เปลี่ยนจากการใช้คำว่า "ชาย" และ "หญิง" มาเป็นคำว่า "บุคคล" ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น และจะนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา

ส่วนพิจารณาในสภาฯ เนื่องจากกฎหมายทั้งสองฉบับที่เกี่ยวข้องกับประเด็นใกล้เคียงกันอาจถูกเสนอเข้าสภาในเวลาไล่เลี่ยกัน อาจจะ "ต้องให้ส.ส.ดูว่าจะประกบการพิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือไม่"

"ขอยืนยันว่าคนละตัวกัน และสมรสเท่าเทียมเป็นกฎหมายเดียวที่จะสร้างความเสมอภาค ขอยืนยันและขออย่าให้ประชาชนสับสน " ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...