โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โหมโรงประมูลจุดพักรถมอเตอร์เวย์ 3 สาย บิ๊กค้าปลีก-ค่ายน้ำมันแห่ลงทุนศรีราชา-บางละมุง

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 29 มี.ค. 2562 เวลา 03.23 น.
จุดพักรถมอเตอร์เวย์ - กรมทางหลวงเตรียมเดินหน้าประมูล PPP หาเอกชนมาพัฒนาโครงการจุดพักริมทางบนมอเตอร์เวย์ 3 สายใหม่ ในปีนี้จะเริ่มสายชลบุรี-พัทยาและพัทยา-มาบตาพุด ที่บริเวณศรีราชาและบางละมุง เพื่อรองรับการเปิดบริการในปี 2563

กรมทางหลวงเร่งเครื่องมอเตอร์เวย์สายใหม่ เปิดใช้สมบูรณ์แบบ จ่อประมูลจุดพักรถ หลัง ครม.ปลดล็อกกฎกระทรวง ปีนี้ประเดิมสายตะวันออก ปักหมุดศรีราชา 100 ไร่ และบางละมุง 50 ไร่ เผยบิ๊กปั๊มน้ำมัน ค้าปลีก ทุกแบรนด์สนใจลงทุน ปีหน้าลุยต่อ 21 แห่ง สายบางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจน์ ดึงเอกชนร่วม PPP แลกสัมปทาน 30 ปี ดันปากช่องแลนด์มาร์กใหม่ จับตาขาใหญ่ผนึกต่างชาติชิงเค้กระบบเก็บเงิน 6.1 หมื่นล้าน

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติให้กรมดำเนินการพัฒนาที่พักริมทางได้ตามกฎกระทรวงกำหนดคุณลักษณะที่ยกร่างขึ้นมา กรมจะเร่งเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนตามขั้นตอน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

เร่งจุดพักรถศรีราชา-บางละมุง

พร้อมจะเปิดประมูลในปีนี้ คือ จุดพักรถที่ศรีราชาทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งละ 50 ไร่ รวม 100 ไร่ ในเส้นทางมอเตอร์เวย์พัทยา-ชลบุรี กม.ที่ 93+500 มูลค่าโครงการรวมที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท ส่วนจุดพักรถเส้นทางมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี จะเริ่มดำเนินการในปี 2563 เนื่องจากงานก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จและระบบเก็บเงินยังอยู่ระหว่างคัดเลือกเอกชนมาดำเนินการในรูปแบบ PPP gross cost

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงกล่าวอีกว่า สำหรับโครงการพื้นที่ศูนย์บริการทางหลวงและจุดพักรถในโครงการพัฒนาศูนย์บริการทางหลวง (service center) และจุดพักริมทาง (rest area) จะประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน ทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ ลานจอดรถ สถานีบริการน้ำมัน ห้องน้ำ ร้านค้า และร้านอาหาร

ดึงเอกชนลงทุนสัมปทาน 30 ปี

โดยกรมจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP net cost ระยะเวลา 20-30 ปี ซึ่งเอกชนจะร่วมลงทุนและบริหารจัดการที่พักริมทาง โดยรัฐจัดหาพื้นที่ก่อสร้างและอนุญาตให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ พร้อมทั้งจำหน่ายสินค้าและบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางที่แวะพักเข้ามาใช้บริการ มีเงื่อนไขต้องเสนอผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้แก่รัฐ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในรูปแบบค่าสัมปทานหรือส่วนแบ่งรายได้ตลอดอายุสัญญา

“จะเร่งประมูลในปีนี้ คือ จุดพักรถมอเตอร์เวย์พัทยา-ชลบุรี 100 ไร่ ใกล้ทางเข้าสวนเสือศรีราชา มีพื้นที่ว่างอยู่ฝั่งละ 50 ไร่ ให้เอกชนดำเนินการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และบริการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้ทางซึ่งจุดนี้จะมีสะพานลอยเดินเชื่อม 2 ฝั่งเข้าด้วยกัน จะใช้เวลาสร้าง 1 ปี ปลายปีนี้ประมูล เร่งสร้างปีหน้าและเปิดใช้ในปี 2564”

กลุ่มน้ำมัน-ค้าปลีกสนใจพรึ่บ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากการที่กรมได้เปิดรับทดสอบความสนใจเอกชน มีหลายกลุ่มธุรกิจที่แสดงความสนใจทั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน กลุ่มค้าปลีก เช่น ปตท. บางจาก เชลล์ พีที บ้านปู เซ็นทรัล เดอะมอลล์ คิงเพาเวอร์ สยามพิวรรธน์ ทีซีซีแลนด์ และผู้ประกอบการจุดพักรถบริเวณทางด่วนด่านประชาชื่น

“อีกจุดที่กำลังเร่งรัด คือ บริเวณบางละมุง พื้นที่ 50 ไร่ มารองรับการเปิดใช้มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด ที่อยู่ระหว่างดำเนินก่อสร้าง จะแล้วเสร็จในปี 2563 ซึ่งจุดนี้มีมูลค่าการลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท”

ปีหน้าลุยมอเตอร์เวย์ 21 แห่ง

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบจุดพักรถในเส้นทางมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี มี 3 รูปแบบ คือ ที่พักริมทางหลวง (rest area) ขนาด 15 ไร่ สถานที่บริการทางหลวง (service area) ขนาด 20 ไร่ และศูนย์บริการทางหลวง (service center) ขนาด 50 ไร่ จะเปิดให้เอกชนร่วม PPP net cost ระยะเวลา 20-30 ปี ตั้งเป้าจะเปิดประมูลภายในปี 2563

โดยสายบางปะอิน-นครราชสีมา มี 15 แห่ง ได้แก่ วังน้อย 2 แห่ง, หนองแค 2 แห่ง, สระบุรี 2 แห่ง, ทับกวาง 2 แห่ง, ปากช่อง 2 แห่ง, ลำตะคอง 1 แห่ง, สีคิ้ว 2 แห่ง และขามทะเลสอ 2 แห่ง

ปางช่องแลนด์มาร์กใหม่

ซึ่งจุดพักรถที่ปากช่องมีพื้นที่ 50 ไร่ ตั้งเป้าเป็นศูนย์บริการทางหลวงใหญ่ที่สุด ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน ทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ ลานจอดรถ สถานีบริการน้ำมัน รองลงมาเป็นจุดพักรถสระบุรีและสีคิ้ว พื้นที่ 20 ไร่ พัฒนาเป็นสถานที่บริการทางหลวง ส่วนที่เหลือมีพื้นที่แห่งละ 15 ไร่ พัฒนาเป็นสถานีพักริมทาง ใช้เงินลงทุนแห่งละ 1,220 ล้านบาท คาดว่ามีรายได้เฉลี่ย 460 ล้านบาท/ปี มีปริมาณจราจรเฉลี่ย 43,500 เที่ยวคัน/วัน

สายบางใหญ่-กาญจนบุรี มี 6 แห่ง ได้แก่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 2 จุด, อ.เมืองนครปฐม 2 จุด, อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 2 จุด โดยจุดพักรถนครชัยศรีและนครปฐมพัฒนาเป็นสถานที่บริการทางหลวง ส่วนท่ามะกาพัฒนาเป็นที่พักริมทางหลวง เงินลงทุนแห่งละ 860 ล้านบาท คาดว่ามีรายได้เฉลี่ย 260 ล้านบาท/ปี มีปริมาณจราจรเฉลี่ย 37,100 เที่ยวคัน/วัน

แห่ซื้อซองระบบมอเตอร์เวย์

นายอานนท์ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการขายซองประมูลการดำเนินงานและบำรุงรักษา (operation and maintenance : O&M) มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี รูปแบบ PPP gross cost ระยะเวลา 30 ปี มูลค่าโครงการ 6.1 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.-27 มี.ค. 2562 ณ วันที่ 22 มี.ค. มีเอกชนไทยและต่างชาติสนใจ 18 ราย

ประกอบด้วย 1.บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ซื้อ 2 โครงการ 2.บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ซื้อ 2 โครงการ 3.บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ซื้อ 2 โครงการ

4.บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ซื้อ 2 โครงการ 5.บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ซื้อ 2 โครงการ 6.บมจ.ชีวิลเอนจีเนียริ่ง ซื้อ 2 โครงการ 7.บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ซื้อ 2 โครงการ

8.บมจ.สี่แสงการโยธา (1979) ซื้อ 2 โครงการ 9.บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ซื้อ 2 โครงการ 10.บมจ.ช.การช่าง ซื้อ 2 โครงการ 11.Metropolitan Expressway Company Limited จากญี่ปุ่น ซื้อสายบางปะอิน-โคราช 12.Japan Expressway Internatioal Company Limited จากประเทศญี่ปุ่น ซื้อสายบางปะอิน-โคราช

13.Far Eastern Electronic Toll Collrction Coltd ซื้อ 2 โครงการ 14.บมจ.ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จากประเทศจีน ซื้อ 2 โครงการ 15.บมจ.ไชน่า คอมมูนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น ซื้อ 2 โครงการ 16.Vinci Concessions จากประเทศฝรั่งเศส ซื้อ 2 โครงการ 17.บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ซื้อ 2 โครงการ และ 18.บมจ.มารุบินี จากประเทศญี่ปุ่น ซื้อสายบางใหญ่-กาญจนบุรี

“ทั้ง 2 โครงการ รัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เอกชนลงทุนก่อสร้างรวมถึงรายได้ทั้งหมดจากค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยเอกชนได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินค่าก่อสร้างระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ค่าบำรุงรักษา และค่าบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียมรวมทั้งงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนด กรอบวงเงินการร่วมทุนไม่เกิน 61,038 ล้านบาท”

จ้าง 30 ปี 6.1 หมื่นล้าน

การลงทุนโครงการมี 2 ระยะ ระยะที่ 1 เอกชนออกแบบ ลงทุนก่อสร้างงานระบบและอื่น ๆ โดยบางปะอิน-โคราช ลงทุน 7,965 ล้านบาท บางใหญ่-กาญจนบุรี 6,089 ล้านบาท ระยะที่ 2 เอกชนจะจัดเก็บค่าผ่านทางและบำรุงรักษาตลอด 30 ปีรายได้ค่าผ่านทางจะนำส่งคลัง โดยจ่ายค่าจ้างให้เอกชนเป็นรายปี มีค่างานระบบ ค่าบำรุงรักษาของบางปะอิน-นครราชสีมา ไม่เกิน 33,258 ล้านบาท ส่วนบางใหญ่-กาญจนบุรี 27,828 ล้านบาท รวม 2 โครงการ 61,086 ล้านบาท เอกชนที่เสนอระบบที่ดีที่สุดและราคาต่ำสุดจะเป็นผู้ชนะประมูล

คาด 6 รายยื่นซอง 27 มิ.ย.นี้

“จะเปิดรับข้อเสนอ 27 มิ.ย.นี้ จากนั้นเดือน ก.ค.-ธ.ค. จะพิจารณาข้อเสนอเอกชน และต่อรองสัญญา และเสนอขออนุมัติพร้อมลงนามสัญญาร่วมทุน ในเดือน ธ.ค. 2562 เริ่มดำเนินการในปี 2563 ใช้เวลาดำเนินการ 3 ปี แล้วเสร็จในปี 2565”

รายงานข่าวแจ้งว่า คาดว่าจะมีเอกชนเข้าร่วมยื่นซองประมูลประมาณ 5-6 ราย อาทิ 1.BEM ร่วมกับ บมจ.ช.การช่าง 2.BTS ร่วมกับ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง และอาจจะมีบริษัทต่างชาติร่วมจากฮ่องกงและยุโรป 3.โทลล์เวย์ จะร่วมกับรัฐวิสาหกิจจากญี่ปุ่น 4.บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จะร่วมกับจีนและสิงคโปร์ 5.บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จะร่วมกับจีนและสิงคโปร์ 6.รัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนจากจีน

อีกกลุ่มน่าจะเป็นกลุ่ม บมจ.เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม (เครือ ซี.พี.) ซึ่ง ณ วันที่ 25 มี.ค. ยังไม่มีชื่อซื้อซอง แต่ที่ผ่านมาก็ออกข่าวสนใจจะเข้าร่วมประมูล โดยจะร่วมกับบริษัท วินซี จากฝรั่งเศส

นายสมบัติ พานิชชีวะ ประธานกรรมการ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ผู้รับสัมปทานโทลล์เวย์ กล่าวว่า บริษัทซื้อทีโออาร์ประมูล 2 โครงการอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด จะต้องร่วมทุนกับต่างชาติด้วยหรือไม่ เนื่องจากเป็นโครงการที่น่าสนใจจะสามารถต่อยอดกับโทลล์เวย์ได้ โดยเฉพาะสายบางปะอิน-โคราช ซึ่งบริษัทสนใจจะลงทุนสร้างส่วนต่อขยายโทลล์เวย์จากรังสิต-บางปะอินในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...