โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พิษโควิด "ถุงมือยาง" ราคาพุ่งขึ้นเท่าตัว ตลาดป่วน รพ.ขาดแคลน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ค. 2564 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 08.55 น.
(Photo by Mohd RASFAN / AFP)

พิษโควิดทำตลาดถุงมือยางปั่นป่วน รพ.โอดหาซื้อยาก-ราคาพุ่งเท่าตัวหวั่นซ้ำรอยหน้ากากอนามัย ร้องกระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแล สกัดเก็งกำไร ด้านร้านขายยาแจงไทม์ไลน์ “ราคาขาขึ้น” ล่าสุดทะลุ 220 บาท/กล่อง ด้านโรงงานผู้ผลิตแจง ดีมานด์พุ่ง-ราคาเพิ่ม ตามกลไกตลาด

การโจมตีของโควิด-19 รอบล่าสุด ที่กระจายเป็นวงกว้างและยังไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน เริ่มส่งผลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่างเริ่มขาดตลาด และมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะถุงมือยาง ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าอาจจะเกิดเป็นปัญหาซ้ำรอยคล้าย ๆ กับกรณีหน้ากากอนามัย สินค้าจำเป็นที่คนทั่วไปต้องใช้ แต่กลับกลายเป็นของหายากและมีราคาแพง

ถุงมือยางราคาพุ่ง

แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลศูนย์ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กระจายเป็นวงกว้างในขณะนี้ และมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาครัฐต้องมีการสร้างโรงพยาบาลสนาม เตียงสนามในหลาย ๆ พื้นที่เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

อีกด้านหนึ่งก็ส่งผลให้อุปกรณ์ทางการแพทย์หลาย ๆ อย่างมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงสถานการณ์ปกติ โดยเฉพาะถุงมือยางที่ขณะนี้เริ่มมีไม่พอกับความต้องการ หากสังเกตจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งเริ่มประกาศรับบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นระยะ ๆ

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ขณะนี้แม้ว่าโรงพยาบาลรัฐจะซื้อถุุงมือยางผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากขณะนี้ปริมาณการใช้ถุงมือยางในแต่ละวันมีเพิ่มเป็นจำนวนมาก บางช่วงสต๊อกที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอ โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งต้องการหาซื้อเพื่อสำรองไว้ใช้อีกทางหนึ่ง ทั้งพยายามซื้อตรงจากบริษัทผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย แต่ปัญหาคือราคาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

หลังจากการระบาดระลอก 2 ช่วงนั้นราคาขยับมาแล้วครั้งหนึ่ง จากนั้นพอโควิดคลี่คลายราคาก็เริ่มนิ่ง แต่พอเกิดรอบ 3 มีการระบาดหนักและกระจายไปทั่วประเทศ ทำให้ทุกโรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่โซนสีแดงที่มีการระบาดมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ต้องใช้ถุงมือยางเพื่อป้องการกันแพร่ระบาด

นี่ยังไม่รวมถึงพ่อค้า แม่ค้าตามตลาดสด พนักงานในร้านขายอาหาร ร้านค้า ฯลฯ ต่างก็มีความจำเป็นต้องใช้  ความต้องการถุงมือยางจึงมีมากขึ้น

สอดคล้องกับผู้บริหารโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) หลายแห่ง ในเขตสำนักงานสุขภาพที่ 2 และ 6 ที่กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ความต้องการใช้ถุงมือยางของบุคลากรทางการแพทย์ และโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเขตที่โควิด-19 มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และราคาที่โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่งทยอยซื้อเพื่อสต๊อกไว้ใช้เริ่มมีราคาสูงขึ้นเป็นเท่าตัว และได้รับคำชี้แจงจากผู้ขายว่า ของมีน้อย เพราะความต้องการมีมาก ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น

“เป็นเรื่องน่าแปลก ทั้ง ๆ ที่เมืองไทยมีโรงงานผลิตถุงยางเพื่อส่งออกจำนวนมาก แต่ในประเทศกลับมีของน้อย ราคาแพง ซึ่งเกรงว่าเรื่องนี้จะเกิดปัญหาซ้ำรอยกับเรื่องของหน้ากากอนามัยที่เคยเกิดปัญหามาแล้วเมื่อช่วงที่โควิดระบาดระลอกแรก

นอกจากนี้ ปัญหาที่ถุงมือยางมีราคาสูงขึ้น หายากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากปัญหาการกักตุนสินค้าเพื่อทำกำไรของยี่ปั๊วซาปั๊ว ที่อาศัยจังหวะที่ตลาดมีความต้องการสูงกักตุนสินค้าเพื่อทำกำไร ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ควรจะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย”

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการร้านขายยาเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ไปในทิศทางเดียวกันว่า ขณะนี้ราคาถุงมือยางปรับตัวขึ้นมาก จากความต้องการในกลุ่มผู้บริโภค หรือประชาชนทั่วไปที่มีมากขึ้น ซี่งเป็นผลกระทบมาจากความตื่นกังวลการแพร่ระบาดของโควิด โดยตอนนี้ในแง่ของการสั่งออร์เดอร์จากยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ทำได้ยากขึ้น ของมาครบบ้าง ไม่ครบบ้าง หรือบางครั้งออร์เดอร์ไปก็ไม่ได้ของ

เมื่อก่อนขายที่ราคา 150 บาท/กล่อง (50 ชิ้น ชนิดมีแป้ง) ตอนหลังต้องปรับราคาเป็น 160 บาท/กล่อง แต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ที่มีการแพร่ระบาดระลอก 2 คลัสเตอร์แพกุ้ง สมุทรสาคร ราคาขยับขึ้นเป็น 195 บาท/กล่อง ล่าสุดตอนนี้หลังจากมีการระบาดระลอก 3 ราคาวิ่งอยู่ที่ประมาณ 220-230 บาท/กล่อง

ปรับราคาถุงมือยางขึ้น

นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 โดยเฉพาะในช่วงปีแรกที่เกิดโควิด-19 ช่วงนั้นซัพพลายอาจจะขาดบ้าง แต่ตอนนี้มีการผลิตอย่างเพียงพอ โดยกลุ่มผู้ผลิตอุตสาหกรรมถุงมือยางมีการใช้กำลังผลิตกันเต็ม 100%

ส่วนในด้านราคาทราบว่า “มีการปรับราคาสูงขึ้น” ตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ทั้งถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์ เป็นไปตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นด้วย

“แนวโน้มภาพรวมอุตสาหกรรมปีนี้น่าจะเติบโตต่อเนื่อง การขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นก็มีบ้าง แต่ยังไม่ค่อยเห็นนักลงทุนรายใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นรายเดิมที่ขยายกำลังการผลิต อาจจะเป็นเพราะว่าการผลิตถุงมือยางทางการแพทย์จะลงทุนเลยไม่ได้ ต้องขอใบอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และต้องผ่านมาตรฐานด้วย”

นายหลักชัย กิตติพล ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) และบริษัทซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาถุงมือยางปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2563 โดยเฉลี่ยถุงมือยางธรรมชาติปรับขึ้น 150%

ส่วนถุงมือยางสังเคราะห์ (ไนไตรล์) ปรับขึ้น 200% ทำให้ราคาถุงมือยางธรรมชาติปัจจุบันอยู่ที่กล่องละ 6-7 เหรียญสหรัฐ ส่วนถุงมือยางไนไตรล์กล่องละ 10 เหรียญ เป็นผลมาจากดีมานด์เพิ่มขึ้นและซัพพลายวัตถุดิบลดลง โดยเฉพาะยางธรรมชาติ และมีต้นทุนสูงขึ้นด้วย

“ในส่วนของบริษัทได้มีการลงทุนสร้างโรงงานถุงมือยางในนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง 2 โรงงาน จากแผนทั้งหมด 4 โรงงาน โดยแห่งแรกเริ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมนี้ กำลังผลิต 10 ล้านกล่อง ส่วนแห่งที่ 2 เตรียมจะผลิตในเดือนมิถุนายน กำลังการผลิต 25 ล้านกล่อง เป้าหมายของเราคือส่งออก 100% เพราะปัจจุบันสัดส่วนถุงมือยางที่ผลิตในประเทศไทยจะใช้ส่งออกสัดส่วน 99% ตลาดใช้ภายในประเทศน้อยมาก แค่ 1% เท่านั้น” นายหลักชัยกล่าว

ศรีตรังเปิด โรงงานใหม่

ขณะที่นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก กล่าวว่า ในปี 2564 บริษัทวางเป้าหมายขายถุงมือยางรวม 32,000 ล้านชิ้น หรือเติบโต 14% จากปี 2563 ที่มีปริมาณการขายเกือบ 30,000 ล้านชิ้น จากภาพรวมตลาดถุงมือยางทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 4.2 แสนล้านชิ้น หรือเพิ่มขึ้น 17% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

โดยมีแผนเดินเครื่องจักรโรงงานใหม่อีก 4 แห่งในปีนี้ ได้แก่ โรงงาน SR2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มเดินเครื่องจักรเต็มทุกไลน์การผลิตแล้ว โรงงาน SR3 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คาดว่าเริ่มเดินเครื่องจักรภายในไตรมาส 2 นี้ โรงงานที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา คาดว่าเดินเครื่องจักรในไตรมาส 3 และโรงงานจังหวัดตรังคาดว่าจะเดินเครื่องจักรได้ในไตรมาส 4 นี้

ดร.สมบูรณ์ วราห์บัณฑูรวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทด๊อกเตอร์ บู จำกัด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โรงงานผลิตถุงมือยางขนาดกลาง กล่าวว่า ถุงมือยางในประเทศไทย “ไม่น่าจะขาดแคลน” แต่ราคาปรับขึ้นจริง หากเปรียบเทียบราคาถุงมือยางตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ถึงตอนนี้ราคาได้ทยอยปรับขึ้นมาเป็นเท่าตัว 100% ต้องรออีกสักระยะหนึ่งราคาจะเริ่มนิ่ง

อย่างไรก็ตาม ราคาคงจะไม่ลงไปถูกแบบเดิมอีกแล้ว เนื่องจากความต้องการใช้ทั้งภายในและต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันถุงมือยางถูกนำไปใช้ในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์-อาหาร-ร้านอาหาร ไม่ได้ใช้เฉพาะอุตสาหกรรมทางการแพทย์อย่างเดียว

“โรงงานเรามีกำลังการผลิตได้ 1,000 ล้านชิ้นต่อปี และกำลังลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่ เฟสแรกโรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องจักร คาดว่าจะเปิดทดลองเดินเครื่องได้เดือนมิถุนายน 2564 ใช้เงินลงทุนไปประมาณ 1,200 ล้านบาท ตามแผนจะผลิตถุงมือยางเพิ่มได้อีก 3,000 ล้านชิ้นต่อปี รวมกับโรงงานเก่าเท่ากับบริษัทสามารถผลิตถุงมือยางได้ 4,000 ล้านชิ้นต่อปี”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...