โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

นั่งทำงาน ใช้สายตาจ้องคอมทั้งวัน ระวังเป็น โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 10.48 น. • Bright Today

นั่งทำงาน จ้องคอมพิวเตอร์ มองโทรศัพท์มือถือทั้งวัน ระวังเป็น โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม โรคไม่ร้าย ที่ป้องกันได้

วัยทำงานหลาย ๆ คนอาจคุ้นเคยกับ “ออฟฟิศ ซินโดรม” (Office Syndrome) ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของเหล่าพนักงานออฟฟิศกันอยู่แล้ว แต่การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ก็ยังส่งผลให้เป็นโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งนั้นรวมถึงโรค “คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” (Computer Vision Syndrome)

เพราะว่าทุกวันนี้ เราใช้งานคอมพิวเตอร์กันในทุกสาขาอาชีพ รวมถึงการใช้แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ ด้วย ทำให้ “คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” กลายเป็นโรคฮิตของคนทำงานออฟฟิศ

โรคดังกล่าวเป็นอาการของคนที่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน จนส่งผลให้มีอาการปวดตา ระคายเคืองตา ตาพร่ามัว ตาแห้ง ตาแดง มองเห็นภาพซ้อน และบางครั้งก็มีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย

สาเหตุของ “คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม”

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไอทีเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยไม่พักสายตา ซึ่งในขณะที่ทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์นั้น ดวงตาของคนเราต้องปรับโฟกัสภาพใหม่อยู่ตลอดเวลา

ทั้งนี้ ดวงตาจะต้องเคลื่อนไหวไปมาตามบรรทัดตัวหนังสือที่อ่าน หรือต้องเลื่อนดูเนื้อหาบนหน้าจอสลับไปมาและตอบสนองต่อภาพที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สมองประมวลผลภาพเหล่านั้น ในระหว่างนี้กล้ามเนื้อดวงตาจึงต้องทำงานอย่างหนัก ซึ่งมากกว่าการอ่านหนังสือธรรมดา

ยิ่งไปกว่านั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์มีการตัดกันของสีต่าง ๆ และมีการสั่นไหวของพิกเซลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ หลายจุดที่ประกอบขึ้นเป็นภาพ และผู้ใช้งานยังต้องเพ่งสายตาเป็นเวลานาน จึงส่งผลให้เสี่ยงเกิดอาการของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมตามมาได้

1

ปรับพฤติกรรมใช้คอมพิวเตอร์ ป้องกันได้

โรค Computer Vision Syndrome (CVS) เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือเสียใหม่ ดังนี้

  • ใช้กฎ 20-20-20 เพื่อช่วยพักสายตา โดยหลังจากใช้คอมพิวเตอร์ไปประมาณ 20 นาที ให้ละสายตาจากคอมพิวเตอร์ และมองออกไปไกล ๆ ประมาณ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย
  • ระยะห่างจากจอคอมพิวเตอร์กับดวงตา ควรอยู่ห่างประมาณ 40-50 ซม. และควรให้จุดกึ่งกลางของหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10-15 องศา เพื่อช่วยให้ไม่ต้องยืดคอ และไม่ต้องเพ่งสายจาดูจอมากเกินไป
  • ปรับแสงสว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้แสงจ้ามากเกินไป หรือใส่แว่นตากรองแสงคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยลดแสงเข้าดวงตา ทำให้รู้สึกสบายตายิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการนั่งทำงานในบริเวณที่มีแสงสว่างจากภายนอกจ้าเกินไป ส่วนแสงไฟภายในห้องที่สว่างหรือมืดเกินไปก็ไม่ส่งผลดีเช่นกัน จึงควรระวังไม่ให้แสงจากหน้าจอสว่างหรือมืดกว่าแสงโดยรอบมากเกินไป
  • ปรับขนาดตัวอักษรบนหน้าจอให้มองเห็นชัดเจน เพื่อให้ดูคมชัดสบายตา จะได้ไม่ต้องใช้สายตาในการเพ่งตัวอักษรมากเกินไป
  • พยายามกะพริบตาบ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นต่อมน้ำตา ทำให้น้ำตาไหลออกมาให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา ป้องกันตาแห้งและอาการระคายเคือง
  • หากใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ ควรสลับใส่แว่นแทนบ้าง เพื่อให้สายตาได้พัก เนื่องจากการใช้คอนแทคเลนส์ส่งผลให้ตาแห้งและระคายเคืองได้ง่าย
  • ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพจากจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกปี

ที่มา : Phyathai Hospital

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...