ระทึกแม่ฟ้าหลวง! ดินถล่มบ้านหายไปทั้งหลัง อบต.ประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว
วันที่ 8 ก.ย. นายปริยะเดช เชิงพิทักษ์กุล นายก อบต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนชาวหมู่บ้านผาเดื่อ หมู่ 6 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง หลังจากเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ได้เกิดเหตุดินจากสันเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านที่อยู่บนพื้นที่สูงเกิดถล่มลงมาจนทำให้บ้านเลขที่ 71 ของนางเฝยลิ่น แซ่เติ๋น ซึ่งตั้งอยู่ตรงขอบขุนเขาพังทลายลงสู่เบื้องล่างลึกกว่า 30-40 เมตรทั้งหลัง ส่งผลให้ตัวบ้านที่เป็นคอนกรีตกึ่งไม้และหลังคามุงด้วยสังกะสี รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้าน ยุ่งข้าว เล้าหมู ฯลฯ พังทลายเสียหายทั้งหมด โชคดีช่วงเกิดเหตุคนในบ้านออกไปอยู่หน้าบ้านกันหมดทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย
ซึ่งเจ้าหน้าที่ อบต.แม่สลองใน ประเมินความเสียหายว่ามากกว่า 100,000 บาท ล่าสุดทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบจ.เชียงราย มอบเงินช่วยเหลือ 35,000 บาท และ ปภ.จังหวัดเชียงราย มอบให้อีก 30,000 บาท ส่วนครอบครัวของนางเฝยลิ่น ที่มีอยู่ด้วยกัน 4 คน ย้ายไปอยู่กับญาติชั่วคราว นอกจากนี้ดินถล่มดังกล่าวยังทำให้บ้านข้างเคียงอีก 2 หลังคือเลขที่ 103 และเลขที่ 40/1 มีความเสี่ยงที่จะถล่มตามกันไปอีกด้วย ทำให้ อบต.แม่สลองใน ได้มีประกาศเขตห้ามเข้าพื้นที่ภัยพิบัติเหตุดินโคลนถล่มโดยห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปดำเนินการใดๆ ในเขตบ้านของนางเฝยลิ่น ดังกล่าว และบ้านเลขที่ 103 และเลขที่ 40/1 รวมถึงเขตถนนคอนกรีตเสริมเหล็กยาวภายในหมู่บ้านจนกว่าจะมีการเลิกประกาศต่อไป
ด้าน น.ส.ชุตินันท์ ดวงแสนสุข เจ้าของบ้านเลขที่ 40/1 กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบเป็นรอยแยกมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 3 ปีก่อน กระทั่งในปีนี้เมื่อฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายวันทำให้ดินถล่มลงมาและพัดเอาบ้านเรือนของเพื่อนบ้านลงไปเบื้องล่าง ทำให้ตนและเพื่อนบ้านข้างเคียงต่างอยู่กันอย่างหวาดผวา ล่าสุดทาง อบต.แม่สลองใน ขอให้ย้ายออกไปเพื่อความปลอดภัยขณะที่ครอบครวของตนก็กำลังหาซื้อที่ดินใหม่ขณะที่หลายครอบครัวข้างเคียงฐานะยากจน ทำให้ต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอย่างจำใจต่อไป จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำสิ่งปลูกสร้างที่แข็งแรงไม่ให้ดินถล่ม หรือถ้าเป็นไปได้ก็จัดหาสถานที่ใหม่ให้ชาวบ้าน
ขณะเดียวกันที่ถนนสายบ้านแม่เต๋อ-บ้านแม่จันหลวง ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง ได้มีดินจากภูเขาบนถนนเกิดสไลด์ลงมาทับถนนดินลูกรังที่ชาวบ้านใช้สัญจรเป็นประจำบนภูเขาถูกดิน ต้นไม้ กิ่งไม้และวัชพืชลงมาทับ และยังทำให้ต้นไม้เกี่ยวสายไฟฟ้าส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้าบริเวณดังกล่าวดับ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าสำรวจและเร่งแก้ไขด้วยการขุดตักดินและนำสิ่งกีดขวางบนถนนออกก่อนซ่อมแซมกระแสไฟฟ้าแล้ว