โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ท่านเด็ดดอกไม้ทิ้งจะยิ่งบาน” การเคลื่อนไหว ‘ดอกลิลลี่ป่า’ ของนักศึกษาไต้หวันปี 1990

a day magazine

อัพเดต 01 ก.ย 2563 เวลา 05.23 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2563 เวลา 14.24 น. • วรรษมน โฆษะวิวัฒน์

“ท่านเด็ดดอกไม้ทิ้งจะยิ่งบาน” เป็นข้อความที่เราเห็นผ่านตาบ่อยเวลาติดตามข่าวการเรียกร้องประชาธิปไตยช่วงนี้ เราไม่รู้ที่มาแน่ชัดว่าใครเอามาใช้เป็นคนแรก รู้แต่ว่าสามารถเห็นได้ทั้งบนโลกออนไลน์และในการชุมนุมจริง กลายเป็นอีกหนึ่งข้อความที่เป็นตัวแทนการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่อีกครั้งหนึ่ง

เดาอย่างคร่าวๆ คนที่หยิบข้อความนี้มาใช้อาจตั้งใจให้มันล้อไปกับกวี ดอกไม้จะบาน (2516) ของคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ที่มีดอกไม้แทนภาพการต่อสู้ของคนหนุ่มสาวเช่นกัน วลี “ท่านเด็ดดอกไม้ทิ้งจะยิ่งบาน” เลยมีความหมายที่แฝงไว้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดอกไม้ของคนรุ่นใหม่บานขึ้น มันเคยบานมาก่อนหน้านี้แล้วแต่ถูกใครสักคนเด็ดทิ้ง แต่หากยิ่งเด็ดทิ้งดอกไม้ก็จะยิ่งบาน

ถ้าพูดถึงดอกไม้กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของนักเรียนนักศึกษา ที่ไต้หวันเคยมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มคนรุ่นใหม่เมื่อปี 1990 เรียกว่า การเคลื่อนไหวดอกลิลลี่ป่า (Wild Lily Student Movement) เป็นการชุมนุมครั้งสำคัญที่ปูทางให้ไต้หวันมีการเลือกตั้งทางตรงทั้งกับผู้แทนราษฎรและประธานาธิบดี

 

เมื่อดอกลิลลี่บาน

การเคลื่อนไหวดอกลิลลี่ป่า นับเป็นการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ครั้งแรกในไต้หวันนับตั้งแต่รัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งขึ้นฝั่งมาจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นบนเกาะแห่งนี้ ไม่นานหลังจากการยกเลิกกฎอัยการศึกในปี 1987 และเจียงจิงกั๋วถึงแก่อสัญกรรมในปี 1988 ถือเป็นการสิ้นสุดยุคความน่าสะพรึงกลัวสีขาว (White Terror) ของไต้หวัน ที่ผู้เห็นต่างหรือผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอาจถูกยัดข้อหากบฏคอมมิวนิสต์ได้ง่ายๆ

ต้นฤดูใบไม้ผลิ วันที่ 16 มีนาคม 1990 มีนักศึกษา 9 คนรวมตัวกันประท้วง ณ ลานหน้าอนุสรณ์สถานเจียงไคเชก เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรและประธานาธิบดีทางตรง สถานการณ์ของไต้หวันในตอนนั้นยังไม่เคยมีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ส่วนผู้ลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีก็เป็นที่ชัดเจนว่านายหลี่เติงฮุยจากพรรคก๊กมินตั๋งจะได้รับเลือกอย่างแน่นอน เพราะเก้าอี้ในสภาส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่ได้รับแต่งตั้งจากพรรคก๊กมินตั๋งที่เป็นพรรครัฐบาลขณะนั้น

ภาพจาก : rti.org.tw

ภายในไม่กี่วันจำนวนผู้เข้าร่วมการประท้วงก็เพิ่มขึ้นมหาศาล กลุ่มผู้เข้าร่วมมีทั้งนักศึกษาและประชาชนจากทั่วไต้หวัน นักศึกษาถูกโจมตีว่าเป็น ‘ผู้ก่อจลาจล’ ‘ไม่เข้าเรียนตามหน้าที่ที่ควรทำ’ หรือ ‘เยาวชนที่น่าละอาย’

วันที่ 18 มีนาคม กลุ่มผู้ชุมนุมเสนอข้อเรียกร้อง 4 ข้อให้กับรัฐบาลไต้หวันคือ

1. ยกเลิกรัฐสภาแต่งตั้งแบบเดิมและกำหนดวิธีสรรหาผู้แทนใหม่

2. ยกเลิกบทบัญญัติชั่วคราวว่าด้วยการต่อต้านคอมมิวนิสต์

3. จัดให้มีการประชุมระดับชาติรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่าย

4. วางกรอบเวลาปฏิรูปการเมือง

หลังปักหลักชุมนุมได้ 4 วัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้เลือกดอกลิลลี่ป่า หรือ Formosan Lily เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหว Formosan Lily เป็นดอกไม้พันธุ์พื้นเมืองของไต้หวัน มีสีขาว สามารถเติบโตได้ทั้งบนภูเขาจนถึงพื้นที่ชายฝั่ง ออกดอกช่วงฤดูใบไม้ผลิและมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แย่ สื่อถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดจากคนไต้หวันกันเอง (ดอกไม้พื้นเมือง) เป็นการต่อสู้จากคนระดับรากหญ้าทั่วไต้หวัน (เติบโตอยู่ทุกภูมิประเทศ) สีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ และการชุมนุมยังเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นเดียวกับช่วงที่ดอกไม้บาน นอกจากนี้ดอกลิลลี่ยังอดทนต่อสภาพแวดล้อมที่กดดันเพื่อที่จะได้ออกดอกเหมือนๆ กันด้วย

การเลือกตั้งประธานาธิบดี (โดยรัฐสภา) ครั้งใหม่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม หลี่เติงฮุยได้รับเลือกตามคาด แต่นอกจากเขาจะขึ้นรับตำแหน่งแล้ว ยังได้เชิญตัวแทนกลุ่มนักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ให้เข้าไปหารือเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมและให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตามข้อเรียกร้องเหล่านั้น โดยในวันนั้นมีผู้ชุมนุมประมาณหมื่นคน และเริ่มมีกระแสข่าวว่ามีฝ่ายตรงข้ามแฝงตัวเข้ามาเตรียมจะสร้างความวุ่นวาย กลุ่มผู้ชุมนุมจึงสลายตัวในวันถัดไปเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และรอการเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลตามที่ได้ตกลงกันไว้

 

ดอกผลจากลิลลี่ป่า

หลังจากการชุมนุมเพียงไม่นาน นายหลี่ก็ได้ทำตามที่ให้สัญญาไว้กับกลุ่มนักศึกษา โดยเริ่มจากจัดการประชุมระดับชาติครั้งแรกในปีเดียวกัน ผลจากการประชุมครั้งนั้นนำไปสู่การปิดฉากของรัฐสภาแบบเดิม หรือที่มีชื่อเล่นว่า ‘สภาหมื่นปี’ (萬年國會) จากการต่ออายุสมาชิกสภาแต่งตั้งออกไปเรื่อยๆ ในช่วงก่อนหน้านั้น และร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ถูกเสนอโดยพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ในที่ประชุมครั้งนั้นก็เป็นต้นกำเนิดของการเลือกตั้งประธานาธิบดีทางตรงของไต้หวันอย่างเป็นทางการ

ภาพจาก : rti.org.tw

ปี 1991 ไต้หวันยกเลิกรัฐสภาแบบเดิมและบทบัญญัติชั่วคราวว่าด้วยการต่อต้านคอมมิวนิสต์ ปี 1996 ไต้หวันจัดการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรก นายหลี่เติงฮุยได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง และภายหลังเขาถูกขนานนามว่าเป็น ‘บิดาแห่งประชาธิปไตยไต้หวัน’ หลังถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เขาได้รับคำสรรเสริญทั้งจากพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงมีประชาชนเข้าแสดงความเคารพที่งานศพของเขาเป็นจำนวนมาก

หลังการเคลื่อนไหวดอกลิลลี่ป่า บทบาทของลานด้านหน้าอนุสรณ์สถานเจียงไคเชกจากเดิมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติของอดีตผู้นำเจียงไคเชก ก็ถูกช่วงชิงจากประชาชนกลายเป็นสถานที่รวมตัวเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง จนเมื่อปี 2007 ลานบริเวณนี้จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Liberty Square พร้อมทั้งเปลี่ยนคำจารึกบนประตูทางเข้าจากเดิม 大中至正 ที่เป็นคำสรรเสริญอดีตผู้นำแซ่เจียง เป็น 自由廣場 ชื่อภาษาจีนของ Liberty Square ให้สมกับที่เป็นสถานที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านมายังระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน

อันที่จริง พร้อมๆ กับการเปลี่ยนชื่อลานเป็น Liberty Square รัฐบาลพรรค DPP นำโดยอดีตประธานาธิบดีเฉินสุ่ยเปียน ยังได้เปลี่ยนชื่ออนุสรณ์สถานเจียงไคเชก (National Chiang Kai-shek Memorial Hall) เป็น National Taiwan Democracy Memorial Hall เพื่อแสดงถึงจุดสิ้นสุดของยุคเผด็จการในไต้หวันด้วย แต่ชื่อนี้อยู่ได้เพียงสั้นๆ แค่หนึ่งปี เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ในปี 2008 พรรคก๊กมินตั๋งชนะเลือกตั้ง นายหม่าอิงจิ่วได้เป็นประธานาธิบดี ก็ทำการเปลี่ยนชื่อกลับเป็นอนุสรณ์สถานเจียงไคเชกเหมือนเดิม ส่วน Liberty Square ยังคงไว้

นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่ถูกตั้งชื่อด้วยพันธุ์ไม้ตามมาอีก เช่น การเคลื่อนไหวดอกหญ้า (Silver grass Movement) ปี 1997 การเคลื่อนไหวสตรอว์เบอร์รีป่า (Wild Strawberry Movement) ปี 2007 และการเคลื่อนไหวดอกทานตะวัน (Sunflower Movement) ปี 2014

การชุมนุมของเหล่าดอกลิลลี่ป่าเกิดขึ้นเพียงสั้นๆ แค่ 6 วัน เมื่อปี 1990 ดูเผินๆ การชุมนุมได้จบลงไปนานแล้ว แต่หลังจากระยะเวลา 6 วันที่ดอกลิลลี่ผลิบานนั้นดูเหมือนดอกไม้แห่งประชาธิปไตยของไต้หวันก็ยังไม่เคยหยุดออกดอกออกผล แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เป็นดอกหญ้าบ้าง ดอกทานตะวันบ้าง หรือแม้แต่ผลสตรอว์เบอร์รีบ้างก็ตาม

จากเรื่องราวของไต้หวัน อาจไม่ได้ตรงกับวลี ‘ท่านเด็ดดอกไม้ทิ้งจะยิ่งบาน’ เท่าไหร่ เพราะดูแล้วก็ยังไม่ได้มีคนเด็ดดอกไม้เสียทีเดียว (ไม่นับยุค White Terror ที่ดอกไม้ยังไม่กล้าแม้แต่จะออกดอก) แต่ก็พอจะช่วยบอกเราได้ว่าเมื่อมีดอกไม้หนึ่งบานแล้ว ต่อไปก็จะมีดอกไม้อื่นๆ บานตามมาอีก

 

อ้างอิง

oftaiwan.org

taipeitimes.com

taipeitimes.com

taipeitimes.com/News

reuters.com

Lecture 58: National Conference

goteamjosh.com

storm.mg

Highlights

  • ที่ไต้หวันเคยมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มคนรุ่นใหม่เมื่อปี1990 เรียกว่า การเคลื่อนไหวดอกลิลลี่ป่า(Wild Lily Student Movement)
  • การประท้วงครั้งนี้เริ่มจากนักศึกษา9 คน ภายในไม่กี่วันจำนวนผู้เข้าร่วมการประท้วงก็เพิ่มขึ้นมหาศาล มีทั้งนักศึกษาและประชาชนจากทั่วไต้หวัน นักศึกษาถูกโจมตีว่าเป็น‘ผู้ก่อจลาจล’ ‘ไม่เข้าเรียนตามหน้าที่ที่ควรทำ’ หรือ‘เยาวชนที่น่าละอาย’
  • การชุมนุมของเหล่าดอกลิลลี่ป่าเกิดขึ้นเพียงสั้นๆ แค่6 วัน เมื่อปี1990 ดูเผินๆ การชุมนุมได้จบลงไปนานแล้ว แต่หลังจากระยะเวลา6 วันที่ดอกลิลลี่ผลิบานนั้นดูเหมือนดอกไม้แห่งประชาธิปไตยของไต้หวันก็ยังไม่เคยหยุดออกดอกออกผล
  • การชุมนุมครั้งนั้นได้ปูทางให้ไต้หวันมีการเลือกตั้งทางตรงทั้งกับผู้แทนราษฎรและประธานาธิบดี
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...