จีน-ญี่ปุ่น มุ่งสู่พลังงานสะอาด เร่งผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลเพิ่ม
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 มิ.ย. 2564 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 13.13 น. • The Bangkok Insightประเทศพัฒนาแล้ว มีการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลมานาน และจากกระแสโลกร้อน อีกทั้งยังต้องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน ทำให้ชีวมวลเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการนำมาผลิตไฟฟ้า
สำนักงานพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (International Renewable Energy Agency: IRENA) รายงานว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลในปี 2563 พบว่าประเทศที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 10 อันดับแรก ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตติดตั้งมากที่สุดในโลก 18,686.89 เมกะวัตต์ รองลงมาคือประเทศบราซิล 15,650.02 เมกะวัตต์
ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เคยมีกำลังการผลิตติดตั้งสูงที่สุดในโลก หล่นไปอยู่อันดับที่ 3 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 12,372.20 เมกะวัตต์ ตามมาด้วยประเทศอินเดีย 10,532.25 เมกะวัตต์ ประเทศเยอรมนี 10,366.50 เมกะวัตต์ ประเทศสหราชอาณาจักร 7,250.46 เมกะวัตต์ และประเทศสวีเดน 5,298.5 เมกะวัตต์
ส่วนประเทศไทย มีกำลังการผลิตติดตั้งเป็นอันดับที่ 8 รวม 4,389.11 เมกะวัตต์ ตามมาด้วยประเทศอิตาลี 3,554.15 เมกะวัตต์ และประเทศแคนาดา 3,382.65 เมกะวัตต์
โรงไฟฟ้าชีวมวลจีน-ญี่ปุ่น มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด
พลังงานชีวมวลในประเทศจีนมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว สืบเนื่องจากความมุ่งมั่นในการมองหาแหล่งพลังงานที่หลากหลาย และปรับเปลี่ยนการพึ่งพาพลังงานจากถ่านหิน มาเป็นแหล่งพลังงานสะอาดในการผลิตกระแสไฟฟ้า
จีนเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลเพิ่มขึ้นจาก 2.5 กิกะวัตต์เมื่อปี 2549 เป็น 18.6 กิกะวัตต์ ในปี 2563 อีกทั้งยังตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลให้ได้ถึง 30 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573
การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในการผลิตไฟฟ้านั้น ส่วนใหญ่ใช้ระบบการเผาไหม้โดยตรงมาตั้งแต่แรกในประเทศจีน โดยใช้เชื้อเพลิงจากฟางข้าว เชื้อเพลิงจากขยะ และเชื้อเพลิงจากพืชผลทางการเกษตร ต่อมามีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีการเปลี่ยนรูปพลังงานจากเชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงแข็งให้กลายเป็นเชื้อเพลิงก๊าซ ทั้งยังมีระบบการผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วม ซึ่งทำให้ผู้ผลิตได้รับพลังงานความร้อนเป็นผลพลอยได้จากการผลิต
โรงไฟฟ้าชีวมวลจีน-ญี่ปุ่น - Zhanjiang Biomass Power Plant ในจีน ผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 650 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง
โรงไฟฟ้าชีวมวลของประเทศจีน ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคตะวันออก โดยเฉพาะใน มณฑลชานตง กวางตุ้ง เจียงซู เจ้อเจียง และอานฮุย โดย Zhanjiang Biomass Power Plant ในมณฑลกวางตุ้ง จัดเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงอย่างเปลือกไม้ ขี้เลื่อย แกลบ และชานอ้อย สามารถป้อนไฟฟ้าได้ปีละ 650 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ทั้งยังสร้างรายได้ให้เกษตรกรในชุมชน รับซื้อวัตถุดิบจำนวนมากสำหรับทำเชื้อเพลิงอย่างเปลือกไม้จากชาวบ้าน
มณฑลอานฮุย ชานตง เสฉวน และเหอหนาน ยังเป็นที่ตั้งโครงการไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้เทคโนโลยี High Pressure High Temperature (HTHP) โดยชีวมวลที่นำมาเป็นเชื้อเพลิงมีทั้งฟางข้าว เศษไม้ ซังข้าวโพด เปลือกถั่วลิสง และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งเทคโนโลยี HTHP มีศักยภาพในการสันดาปเชื้อเพลิงต่างประเภทกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนการผลิตไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นนั้น หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ และสร้างความเสียหายให้แก่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมา จึงได้หันไปพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตพลังงาน อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน และพยายามนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้งานให้มากขึ้น
โดยตั้งเป้าให้มีสัดส่วน 22-24% ในการผลิตกระแสไฟฟ้าภายในปี 2573 โดยการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลมีสัดส่วนถึง 17.4% จากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด รองลงมาจากพลังงานน้ำ 39.1% และพลังงานแสงอาทิตย์ 30.5%
โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น คือ Handa Biomass Power Plant ตั้งอยู่ที่จังหวัดไอจิ มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าที่ 75 เมกะวัตต์ ด้วยวิธีการเผาไหม้โดยตรง จากเชื้อเพลิงซึ่งส่วนใหญ่คือ ไม้สับ และกะลาปาล์ม เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีไม้ที่ไม่ได้ใช้เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 ประเทศญี่ปุ่นจะมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใหญ่ที่สุดแห่งใหม่ ด้วยกำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ ซึ่งมากพอที่จะจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ครัวเรือนถึง 700,000 ครัวเรือน
ขณะที่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 มีโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการในญี่ปุ่น คือโรงไฟฟ้า Buzen Biomass Power Plant มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าประมาณปีละ 500,000 เมกะวัตต์ชั่วโมง หรือเท่ากับการใช้ไฟฟ้าต่อปีของครัวเรือนถึง 150,000 ครัวเรือน โรงไฟฟ้าแห่งนี้ถือเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ใช้เชื้อเพลิงจากชีวมวลอัดเม็ด และกะลาปาล์ม
โรงไฟฟ้าชีวมวลแทบทุกแห่งในญี่ปุ่น ขายไฟฟ้าผ่านมาตรการ Feed-in Tariff: FiT ที่ส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐ ซึ่งอัตรา FiT จะขึ้นอยู่กับรูปแบบอัตรารับซื้อไฟฟ้าคงที่ตลอด ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามค่าไฟฐาน และค่า Ft
จีน และ ญี่ปุ่น ถือเป็นสองประเทศยักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจโลก ที่วางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนในการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวล เนื่องจากทั้งสองประเทศมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ ซึ่งพลังงานจากชีวมวลถือเป็นทางออก แม้ว่ายากจะทดแทนความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศได้ทั้งหมด
อ่านข่าวเพิ่มเติม: