โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กะเหรี่ยง” ชนเผ่านักเล่านิทาน เรื่องเล่าแสนเศร้าสะท้อนความไร้อำนาจของตนเอง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 06.49 น.
เด็กชาวกะเหรี่ยง (ภาพจากหนังสือ หกเผ่าชาวดอย)

ชาวกะเหรี่ยง ชนเผ่านักเล่านิทาน เรื่องเล่าแสนเศร้าสะท้อนความไร้อำนาจของตนเอง

กะเหรี่ยง หรือที่ภาษาเหนือ (คำเมือง) เรียกกันว่า “ยาง” เป็นชื่อของชาวเขาเผ่าใหญ่ที่สุดซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในทั้งประเทศไทยและพม่า ชาวกะเหรี่ยง ในเมืองไทยสามารถจำแนกออกเป็น 4 พวก ได้แก่ สะกอ โปว ป่าโอ และค่ายา โดยมากแล้วชาวกะเหรี่ยงในเมืองไทยจะเป็นพวกสะกอ และโปว สำหรับพวกป่าโอ และค่ายานั้นคิดเป็นเพียงร้อยละหนึ่งของจำนวนประชากรกระเหรี่ยงทั้งหมดในไทย

กะเหรี่ยงมาจากไหน? มาถึงไทยได้อย่างไร?

ไม่มีใครรู้ว่าถิ่นฐานเดิมของชาวกะเหรี่ยงอยู่ที่ไหน มีแต่ตำนานที่เล่าขานกันมาว่าถิ่นกำเนิดของกะเหรี่ยงคือที่ “ธิบิ-โกบิ” ซึ่งมีคนสันนิษฐานว่าหมายถึงที่ ธิเบตและทะเลทรายโกบี

กะเหรี่ยงตั้งถิ่นฐานกระจัดกระจายอยู่ในประเทศเมียนมาร์มาแต่โบราณจากนั้นจึงได้เดินทางข้ามแม่น้ำสาละวินเข้ามาในประเทศไทยในศตวรรษที่ 18

สำหรับสาเหตุการอพยพของชาวกะเหรี่ยงนั้น ชาวแม่ฮ่องสอนเล่าว่า แต่เดิมพื้นที่อาศัยของชาวกะเหรี่ยงอยู่ตรงกลางระหว่างพม่าและไทย เมื่อสมัยที่ไทยและพม่ายังผลัดกันรบผลัดกันรุกรานดินแดน กะเหรี่ยงที่อยู่ตรงกลางก็มักจะตกที่นั่งลำบาก ถูกฝ่ายที่มารุกดินแดน ไม่ไทยก็พม่า จับต้อนไปเป็นเชลยให้จัดเสบียงอาหารให้บ้าง ให้นำทางให้บ้าง ในช่วงที่ถูกจับต้อนไปต้อนมานี้กะเหรี่ยงบางคนก็อาจจะได้หมายตาดินแดนสำหรับตั้งรกรากใหม่ในไทยที่ดูแล้วน่าจะสงบกว่าถิ่นฐานเดิม

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นดินแดนไทยปัจจุบัน หรือฟากตะวันออกของแม่น้ำสาละวินเดิมเป็นพื้นที่ครอบครองของโยนก ดังนั้นเมื่อกะเหรี่ยงย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้จึงได้เข้ามาสวามิภักดิ์กับโยนก

ต่อมาเมื่อเมื่อชาวโยนกอพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาที่ลานนาไทยแถบแม่สะเรียงถึงเชียงใหม่ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของชาวลัวะ ชาวกะเหรี่ยงก็ได้ติดสอยห้อยตามมาด้วย ที่ดินแดนเดิมของลัวะนี้ชาวกะเหรี่ยงได้ตั้งหลักแหล่งของตนอยู่ใกล้กับหมู่บ้านลัวะ ทำให้มีโอกาสติดต่อกัน เกิดการรับวัฒนธรรมของลัวะเข้ามาไว้ในวิถีชีวิตดังจะพบเห็นได้มากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

กะเหรี่ยง นักเล่านิทานผู้โศกเศร้า

ชาวกะเหรี่ยงนั้นเป็นกลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าเป็น “นักเล่านิทานชั้นยอด” โดยชาวกะเหรี่ยงมักตั้งวงนั่งล้อมรอบกองไฟยามค่ำคืนผลัดกันเล่าผลัดกันฟังนิยายที่แต่งขึ้นเองใหม่บ้าง หรือเป็นยกตำนานเล่าขานมาพูดบ้างก็มี อย่างไรก็ตามเรื่องเล่าของชาวกะเหรี่ยงนั้นพบว่าเป็นมีแต่เรื่องโศกเศร้า ไม่หนีไปจากเรื่องชีวิตที่ต้องเผชิญแต่กับเรื่องอาภัพอับจน

นิทานอันแสนเศร้าของชาวกระเหรี่ยงนี้เป็นเหมือนกระจกสะท้อนความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชนชาติของตนที่ไร้ซึ่งอำนาจปกครอง ไร้ซึ่งที่อยู่อาศัย ถูกมองว่าเป็นภาระ

คำว่า “กะเหรี่ยง” กลายเป็นคำที่แฝงความหมายลบในภาษาไทย หนำซ้ำในบางครั้งยังได้รับบทเป็นตัวร้ายในละครไทยบางเรื่องอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

อ้างอิง :

“กะเหรี่ยง (ยาง)”. จากหนังสือ “หกเผ่าชาวดอย”. โดย พอลและอีเลน ลูอิส. จัดพิมพ์โดยหัตถกรรมชาวเขา (Thai Tribal Crafts), 2528

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 สิงหาคม 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กะเหรี่ยง” ชนเผ่านักเล่านิทาน เรื่องเล่าแสนเศร้าสะท้อนความไร้อำนาจของตนเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...