โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิด 9 เรื่องจริงจากตำนาน “Doppelgängers” ความเชื่อที่ว่า “ทุกคนมีฝาแฝด” ผู้นำหายนะมาสู่ตัวเอง!

Dek-D.com

เผยแพร่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 08.17 น. • DEK-D.com
ทุกคนบนโลกล้วนมี “ฝาแฝด” ที่เป็นลางสังหรณ์ของความหายนะ…

สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-Dทุกคน กลับมาพบกับพี่ไพรกันอีกแล้วนะครับ… เคยเจอเหตุการณ์ประหลาดแบบนี้กันบ้างไหม? เวลาที่คนรู้จักเข้ามาทักแล้วชวนคุย เหมือนกับว่าวันนี้เรากับเขาเจอกันแล้วทั้งที่เราเพิ่งจะพบกัน บางคนก็บอกเห็นเราอยู่ในสถานที่ต่างๆ แต่ที่จริงเราไม่ได้รู้จักหรือเคยไปสถานที่เหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ! นี่อาจเป็นสัญญาณของ“ด็อพเพลเก็งเงอร์ (Doppelgängers)” ซึ่งเป็นฝาแฝดที่ถูกส่งมาจากนรกก็ได้นะครับ

Doppelgängers(ด็อพเพลเก็งเงอร์) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แฝดมรณะ”ปรากฎขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1796 ถือเป็นหนึ่งในตำนานที่ถูกเล่าขานจนกลายเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านของเยอรมนีชื่อ “Siebenkäs” แต่งโดย Jean Paul (นักเขียนชาวเยอรมัน) คำว่า Doppelgängers นี้ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษจะเทียบเคียงคำว่า Double Waler คำนิยามที่ใช้เรียกแทนคนที่เหมือนเป็นร่างเงาของเรา ตัวตนอีกด้านที่อยู่ต่างสถานที่ต่างเวลาว่ากันว่าถ้าใครพบเจอเงาของตัวเองอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ ลางร้ายที่อาจส่งผลถึงชีวิต!

วันนี้พี่จะพาไปน้องๆ ไปพบกับ 9 ประสบการณ์แฝดปริศนา…ที่แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษก็ยังค้นหาคำตอบไม่ได้… เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นมาดูไปพร้อมกันเลยครับ

Johann Wolfgang von Goethe

โยฮัน ว็อล์ฟกัง ฟ็อน เกอเธ่นักเขียน กวี และนักการเมืองผู้มากความสามารถ หนึ่งในบุคคลที่ได้รับเคารพนับถือในยุโรป เกอเธ่เจอกับเหตุการณ์ด็อพเพิลเก็งเงอร์ในวันหนึ่งที่เขาขับรถกลับบ้านหลังจากแวะเยี่ยมเพื่อน ระหว่างทางเขาได้ขับสวนกับบุคคลปริศนา และเมื่อรถของอีกฝ่ายค่อยๆ ขับเข้ามาใกล้ เกอเธ่ก็รู้ทันทีว่าคนที่กำลังขับรถสวนกันอยู่นั้นเหมือนกับเขาเป๊ะ! ต่างกันแค่เสื้อที่ใส่เท่านั้น

หนึ่งปีให้หลัง เกอเธ่ขับรถบนถนนเส้นเดิม เหตุการณ์ชวนงงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เขานึกขึ้นได้ทันทีว่า เสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ในวันนี้นั้นเหมือนกันกับบุคคลปริศนาที่เจอเมื่อปีก่อน และตอนนี้ก็ยังขับรถกลับจากบ้านเพื่อนคนเดียวกันกับที่ไปเยี่ยมในปีที่แล้ว

…หรือว่าชายปริศนาที่ว่าก็คือตัวเขาในอนาคต?

Abraham Lincoln

ครั้งหนึ่งอับราฮัม ลินคอล์น (ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 16) ได้เปิดเผยกับเพื่อนๆ อย่างลับๆ ว่าเขาได้เจอกับเหตุการณ์สุดแปลกที่ไม่สามารถอธิบายได้ คืนหนึ่งขณะที่กำลังเอนกายบนโซฟา เรื่องพิศวงก็เกิดขึ้นบนกระจกที่ตั้งอยู่ตรงหน้า เขาเห็นใบหน้าของตัวเอง ไม่ใช่แค่หนึ่งแต่มีถึงสอง! ร่างแฝดมรณะมีลักษณะซีดเซียวอย่างกับผี กำลังมองเขาผ่านกระจกบานนั้น ลินคอล์นรีบลุกขึ้นทันที ก่อนที่แฝดอีกคนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย…

พอภรรยาฟังเรื่องนี้ก็ตกใจกลัวเป็นอย่างมาก เธอตีความว่าแฝดมรณะที่ลินคอล์นเห็น ก็คือ “ตัวเขาเองที่ตายไปแล้ว” ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญนั่นคือลางบอกเหตุกันแน่ เพราะหลังจากนั้นไม่นานลินคอล์นก็ถูกลอบสังหารในปี 1865ทิ้งช่วงระยะเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุการณ์ประหลาดในคืนนั้น

Emilie Sagée

ช่วงกลางคริสตศตวรรษที่ 19 เอมิลี ซาเกทำงานเป็นครูอยู่ในฝรั่งเศส แม้ว่าเธอจะถูกห้อมล้อมไปด้วยความรักมากมายจากลูกศิษย์ แต่ชีวิตกลับต้องพลิกผันเพราะด็อพเพิลเก็งเงอร์ แฝดปริศนาที่มักจะปรากฏตัวอยู่ข้างๆ กันตลอดเวลานอกจากจะแกล้งทำท่าทางเหมือนกับกำลังสอนหนังสือให้กับเด็กนักเรียนแล้ว ยังเลียนแบบลักษณะท่าทางของตัวจริง การมีเธอสองคนในเวลาเดียวกันสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก

และไม่ใช่แค่ในห้องเรียนครับ เพราะแฝดมรณะมักจะปรากฏตัวตามจุดต่างๆ รอบโรงเรียนและทำกิจกรรมนั่นนี่อยู่คนเดียว เมื่อนักเรียนบางคนเห็นและพยายามเข้าไปพูดคุย แต่กลับพบว่าเธอคนนั้นไม่มีตัวตน! จากนั้นไม่นานผู้ปกครองต่างพร้อมใจกันพาลูกๆ ย้ายออกจากโรงเรียนแห่งนี้

…ส่งผลให้เอมิลี่ตกงานในที่สุด

George Tryon

ชื่อของพลเรือจอร์จ ไทรอนถูกบันทึกในประวัติศาสตร์เพราะวีรกรรมอันกล้าบ้าบิ่น เพราะแผนซ้อมรบที่หละหลวมเป็นเหตุให้เรือหลวงวิกตอเรีย (HMS Victoria) ที่เขาเป็นผู้ควบคุมนั้นชนเข้ากับเรืออีกลำ เป็นเหตุให้มีนาวิกโยธินเสียชีวิตไป 357 นาย และเขาเองก็คือเหยื่อในโศกนาฏกรรมนี้ด้วย

แต่…แต่ในเวลาเดียวกัน ขณะที่ภรรยาของไทรออนกำลังสนุกกับงานปาร์ตี้ที่บ้านพักบรรดาแขกต่างเห็นสามีของเธอในชุดเครื่องแบบเต็มยศ กำลังเดินลงจากบันไดออกไปทางประตู และหายไปอย่างรวดเร็ว และในวันถัดมาทุกคนจึงตกใจเมื่อทราบข่าวการจากไปของพลเรือเอกไทรออนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ซ้อมรบที่ชายฝั่งในแถบแอฟริกา ซึ่งอยู่ห่างจากลอนดอนไปกว่าหลายพันไมล์!

…แล้วชายในชุดเต็มยศตรงบันไดคือใครล่ะ?

Sir Frederick Carne Rasch

ในปี 1906 เซอร์ เฟรเดอริก คาร์น รัช สมาชิกผู้แทนราษฎรชาวอังกฤษพลาดภารกิจการเข้าร่วมที่รัฐสภาเนื่องจากตนล้มป่วยกะทันหัน ทว่า “ปาร์กเกอร์” ผู้เป็นเพื่อนกลับได้พบกับเฟรเดอริกระหว่างการอภิปราย เพียงแต่พยายามทักทายแล้วกลับไร้เสียงตอบรับ ทำให้เขาหันมาโฟกัสกับการประชุมต่อ กว่าจะรู้ตัวอีกทีที่นั่งของเพื่อนก็ว่างเปล่าเสียแล้ว

และไม่ใช่แค่ปาร์กเกอร์เท่านั้น สมาชิกรัฐสภาคนอื่นๆ ต่างยืนยันว่าตนเห็นเฟรเดอริกในช่วงหัวค่ำ พอเจ้าตัวทราบข่าวประหลาดนี้จึงเขียนบทความขำขันล้อเลียนตัวเองว่า เพราะความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่ทำให้วิญญาณของเขาถูกบังคับให้มาเข้าร่วมประชุมในนามของตัวจริง

แต่ถ้าจะคิดอีกแง่ สมมติเฟรเดอริกมีแฝดตามความเชื่อ”ด็อพเพลเก็งเงอร์” คงตลกไม่ออกแน่ๆ เลยครับ TT

Elizabeth I of England

เป็นที่รู้กันว่าควีนอลิซาเบธที่หนึ่งแห่งราชวงศ์อังกฤษ ยึดมั่นในเรื่องเหตุผลและความจริงมากกว่าการเชื่อในเรื่องของผี วิญญาณ และสิ่งลี้ลับ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้เห็น “แฝดมรณะ” นอนอยู่บนเตียง ควีนตัวปลอมนอนหงายด้วยด้วยสภาพที่หน้าตาซีดเซียวไร้เลือดและตัวสั่นระริกทำให้พระนางทรงตกใจอย่างมาก และทราบดีว่านั้นคือลางร้ายบอกเหตุอะไรบางอย่าง

…หลังจากนั้นไม่นาน ควีนอลิซาเบธที่ 1 ก็เสด็จสวรรคต

Mary of Jesus of Ágreda

ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แม่ชีแห่งคณะนักบวชคาธอลิกนามว่า “แมรี่ จีซัส เด อาเกรดา”เธออยู่ชนบทในประเทศสเปนตลอดโดยไม่ได้ออกไปไหน และไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆ เลย แต่กลับทำให้ชาวอินเดียนจูมาโนแห่งรัฐเม็กซิโกและเท็กซัสในอเมริกา เปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนาได้ โดยพวกเขายืนยันว่าตนได้พบสตรีในชุดฟ้าที่ชื่อ “อาเกรดา” จริงๆ

และในความเป็นจริงคือทั้ง 2 เมืองนี้อยู่ห่างไกลกันมากกกและเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินเท้าเปล่าจากสเปนมาถึงอเมริกาได้ ฝั่งแม่ชีอาเกรดาเลยอธิบายเหตุผลว่าตนมีความสามารถพิเศษ สามารถปรากฏตัวใน 2 สถานที่พร้อมกันได้ (Biolocation) จากความช่วยเหลือของทูตสวรรค์

ภายหลังจากที่มิชชันนารี (=ผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์) ได้ทราบเรื่องจากชาวอินเดียนจูมาโน แม่ชีก็ถูกจับตัวไปสอบสวนเกี่ยวกับการใช้มนต์คาถาทันทีครับ แต่สุดท้ายเธอก็เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้เลยว่าเธอเป็นแม่มด เหตุการณ์นี้ถือเป็นด็อพเพิลเก็งเงอร์เหมือนกันแต่ไม่ได้นำพาความโชคร้ายใดๆ มาให้แม่ชีครับ

Percy Byssche Shelley

เพอร์ซี่ บิสช เชลลีย์นักกวียุคโรแมนติกชาวอังกฤษผู้โด่งดังก็เคยพบแฝดมรณะของตัวเองหลายครั้งเหมือนกันนะครับ หลังจากที่เขาสูญเสียลูกไป ก็เหมือนถูกทิ้งให้อยู่กับความเศร้าโศก เหนื่อยล้า และความเจ็บป่วย ในช่วงเวลานั้นเขาได้เผชิญหน้ากับแฝดผีของตัวเองที่ระเบียงบ้าน โดยที่อีกฝ่ายได้ถามถามเพอร์ซี่ตัวจริงว่า“How long do you mean to be content?”(คุณจะมีความสุขไปอีกนานแค่ไหน?)

"แมรี่ เชลลีย์" ภรรยาของเขาก็ได้เล่าเรื่องที่เธอและเพื่อนบ้านมักพบเห็นแฝดมรณะของสามีโดยเฉพาะเวลาที่เขาป่วย แต่เรื่องที่ประหลาดกว่าคือ "วิลเลียมส์" (เพื่อนบ้าน) เล่าว่ามีวันนึงที่เขาและเพื่อนยืนที่หน้าต่างมองตรงไปที่ระเบียง สิ่งที่เห็นคือเพอร์ซี่เดินจากริมหน้าต่างจากฝั่งนึงไปยังอีกฝั่งตามปกติ แต่แล้วเขาก็เห็นเพอร์ซี่เดินผ่านอีกครั้ง

แต่เดี๋ยวนะ…แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อทางที่เขาเดินไปไม่มีทางกลับออกมาได้? นอกจากว่าจะต้องเดินกลับมาหรือกระโดดลงจากกำแพงสูง แล้วเดินขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ วิลเลียมส์และเพื่อนจึงรีบไปดูที่กำแพงและระเบียง แต่กลับพบความว่างเปล่า สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเพอร์ซีย์ไม่เคยอยู่ตรงระเบียงตอนนั้น (แล้วเพอร์ซีย์ที่พวกเธอเห็นคือใครล่ะ?)

นอกจากนี้เพอร์ซี่ก็ได้พบเห็นตัวเองในครั้งที่ 2 ที่ชายหาด โดยแฝดมรณะของเขาชี้นิ้วไปที่ทะเล จากนั้นไม่นานเขาก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการเดินเรือ!

Catherine The Great

ปิดท้ายกันที่เรื่องราวของ แคทเธอรีน เดอะ เกรทจักรพรรดินีแห่งรัสเซียกันบ้างครับ ในคืนหนึ่งพระองค์ทรงถูกปลุกโดยทหารองครักษ์ระหว่างกำลังบรรทม โดยพวกเขาอ้างว่าตนเห็นพระองค์เสด็จเข้าไปในห้องบัลลังก์ พระจักรพรรดินีทรงไม่เชื่อและเสด็จไปยังโถงใหญ่เพื่อพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

และทันทีที่ไปถึง พระองค์ตกพระทัยสุดขีดเมื่อพบแฝดมรณะนั่งอยู่ที่บัลลังก์อย่างจริงๆ!พร้อมสั่งการให้ทหารยิงร่างปริศนานั้นทิ้ง แต่ปรากฏว่าทหารยิงแล้วก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นแฝดมรณะของจักรพรรดินีก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

…และไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ด้วยอาหารเส้นเลือดในสมองอุดตัน

จบกันไปแล้วนะครับกับประสบการณ์อันน่าขนลุกของ “ด็อพเพลเก็งเงอร์” พูดเลยว่าใครเปิดเข้ามาอ่านตอนดึกๆ อาจจะกลัวจนนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว // พี่เองก็เหมือนกัน TT อย่างไรก็ตามเรื่องที่พี่เล่ามานั้นก็เป็นเพียงแค่ความเชื่อเท่านั้น สาเหตุการตายที่แท้จริงอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วน้องๆ ละมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?​ มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้เลยนะ สำหรับวันนี้พี่ต้องขอตัวลาไปก่อน เจอกันใหม่ในบทความหน้านะครับ ^^

Source:

  • https://www.bustle.com
  • https://m.martianherald.com
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...