โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดปริศนาอาคารไทยแถบพระบรมมหาราชวัง จากรูปถ่ายเก่าสมัยรัชกาลที่ 4–5

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 พ.ค. 2566 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2566 เวลา 10.03 น.
(ซ้าย) อาคารทรงไทยหลังเล็กๆ ตั้งบนหลังคาป้อมขัณฑ์เขื่อนเพ็ชร ซึ่งเป็นป้อมเพียงแห่งเดียวจาก 17 ป้อมรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 4-5 (ขวา) ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

บทความ “อาคารทรงไทยบนป้อมขัณฑ์เขื่อนเพ็ชร มาอย่างไร ไปอย่างไร ใครตอบที” โดย ประสงค์ ไม่ออกนาม ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ตุลาคม 2549 ได้เปิดเผยหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของป้อมกำแพงล้อมพระบรมมหาราช ที่ครั้งหนึ่งเคยมี อาคารทรงไทย หลังเล็กๆ ตั้งอยู่ด้านบนของป้อมก่อนที่จะถูกรื้อทิ้งไป

หลักฐานชิ้นนั้นคือ รูปถ่ายที่เคยจัดแสดงในงาน “ภาพถ่ายโดยพระบรมราชานุญาต รัชสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5” ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 เป็นภาพถ่ายพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ ตรงข้ามกับวังท่าพระหรือมหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน

นอกจากนี้แล้ว ภาพอาคารทรงไทยยังปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร และพระอุโบสถวัดเสนาสนาราม พระนครศรีอยุธยา อันเป็นภาพเขียนเกี่ยวกับพระราชพิธี 12 เดือน ที่มีฉากหลังเป็นภาพพระบรมมหาราชวัง

ปรากฏภาพ อาคารทรงไทย หลังเล็กๆ บนหลังคาป้อมบนกำแพงพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเมื่อนำมาเชื่อมโยงกัน จากหลักฐานทั้งหมดสามารถอุปไมยได้ว่าจิตรกรที่วาดจิตรกรรมฝาผนังที่วัดทั้ง 2 แห่งนั้น น่าจะวาดภาพจากข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสมัยนั้น ไม่ได้มีการสรรแต่งจากจินตนาการแต่อย่างใด

ปุจฉา อาคารทรงไทย หลังนี้ถูกสร้างขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ใด และเพราะเหตุใดจึงมีอยู่เฉพาะที่ป้อมขัณฑ์เขื่อนเพ็ชรเท่านั้น???

อาคารทรงไทย

ศาสตรจารย์ ม.ร.ว. แน่งน้อย ศักดิ์ศรี นักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง ผู้เขียนหนังสือพระอภิเนาว์นิเวศน์ หนังสือสถานที่ตั้งส่วนต่างๆ ของสิ่งปลูกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 และหนังสือสถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง อันกล่าวถึงที่มาและสถานที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ ในเขตพระบรมมหาราชวังในปัจจุบัน ได้ตั้งข้อสันนิษฐานจากตำแหน่งที่ตั้งไว้ว่า มีความเป็นไปได้ที่อาคารทรงไทยหลังนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่เกิดขึ้น ณ ท้องสนามหลวง หรือทุ่งพระเมรุในสมัยนั้น ซึ่งตามรูปถ่ายที่ปรากฏจะเห็นวัวที่กำลังกินหญ้าอยู่ ซึ่งวัวนั้นน่าจะสื่อความหมายสำคัญถึงพิธีแรกนาขวัญ

ทั้งยังมีความสัมพันธ์กับราชนิยมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่โปรดจะทอดพระเนตรพระนครในระยะไกลๆ อันเห็นได้จากหอนาฬิกาตรงบริเวณพระที่นั่งภูวดลทัศไนย ซึ่งในหนังสือพระอภิเนาว์นิเวศน์ ได้กล่าวเกี่ยวกับหอสูงนี้ว่า

“พระที่นั่งภูวดลทัศไนย เป็นพระราชนิยมในรัชกาลที่ 4 ที่จะมีหอสูงสำหรับพระราชวังที่ทรงสร้างหรือบูรณปฏิสังขรณ์ เป็นสถานที่ที่จะได้ทอดพระเนตรพระนครไปได้ไกลหรือเป็นหอสังเกตุการณ์ถ้ามีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น เช่น เพลิงไหม้”

เช่นเดียวกับในหนังสือสถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง ที่กล่าวถึงพระที่นั่งไชยชุมพลว่า

“…พระที่นั่งไชยชุมพลยังตั้งอยู่ตรงกับถนนบำรุงเมือง และสามารถมองทะลุไปถึงเสาชิงช้าได้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรกระบวนแห่พระยายืนชิงช้าในพระราชพิธีตรียัมปวายและการฝึกทหาร”

ฉะนั้นหากพิจารณาตามพระราชนิยมข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าอาคารทรงไทยหลังนี้ก็อาจจะเกี่ยวเนื่องด้วยพระราชนิยม ที่สร้างไว้เพื่อทอดพระเนตรพื้นที่ทางด้านทิศเหนือของพระบรมมหาราชวัง เช่น พิธีแรกนาขวัญ เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยโบราณนั้น พระมหากษัตริย์มิได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี พระองค์จึงอาจจะใช้อาคารทรงไทยหลังนี้ทอดพระเนตรพิธีต่างๆ ในทุ่งสนามหลวงก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ตาม อาคารทรงไทย หลังเล็กๆ นี้ได้ถูกรื้อทิ้งในปลายรัชกาลที่ 5 เหตุที่เข้าใจเช่นนี้ก็เพราะว่า ภาพถ่ายมุมที่ใกล้เคียงกัน ไม่ปรากฏภาพอาคารดังกล่าวแล้วในรัชกาลต่อมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ประสงค์ ไม่ออกนาม. “อาคารทรงไทยบนป้อมขัณฑ์เขื่อนเพ็ชร มาอย่างไร ไปอย่างไร ใครตอบที.” ศิลปวัฒนธรรม ตุลาคม 2549. หน้า 38-41.

หมายเหตุ : สรุปความโดย จุฑารัตน์ อัศววัชรินทร์

ปรับปรุงเนื้อหาและเผยแพร่ลงระบบออนไลน์เมื่อ 30 พฤษภาคม 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...