โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด Top 5 เทรนด์แรง "โฆษณานอกบ้าน" แห่งปี

Positioningmag

อัพเดต 22 พ.ย. 2561 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2561 เวลา 10.00 น.

ในขณะที่โฆษณางานพิมพ์หรือ printed ยังคงครองตลาด แต่การเติบโตของบิลบอร์ดดิจิทัลในตลาด "โฆษณานอกบ้าน" หรือ out-of-home advertising นั้นช่วยให้นักโฆษณาสามารถสร้างสรรค์และเจาะกลุ่มลูกค้าได้ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดย 1 ใน 5 เทรนด์แรงของโฆษณากลางแจ้งแห่งปีนี้ คือ การแสดงโฆษณาที่จะเปลี่ยนไปตามกลุ่มเป้าหมายที่มองอยู่

Kym Frank ซีอีโอแห่งเอเจนซี่ Geopath อัปเดทความเป็นไปของตลาด out-of-home advertising หรือ OOH ว่าวันนี้ป้ายบิลบอร์ดแบบพิมพ์ที่แสดงภาพเดิมตลอดเวลาเหมือนในอดีตนั้นกำลังถูกแทนที่ด้วยจอดิจิทัลแบบไดนามิกที่สามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบนโฆษณาได้แบบเรียลไทม์ ป้ายเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงตามอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือรถยนต์ที่เชื่อมต่อได้กับระบบ ซึ่งการผสานรวมเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับโฆษณา OOH นั้นช่วยเปิดโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดได้จริง

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสบายการบิน Delta Airlines และเชนฟิตเนส Equinox Fitness ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการโฆษณา โดยสร้างแคมเปญช่วงซัมเมอร์ด้วยการแสดงข้อมูลเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส หันมาใช้บริการฟิตเนสออกกำลังกายเพื่อเลี่ยงอาการ jet lag จุดนี้มีรายงานว่าเนื้อหาบิลบอร์ดดิจิทัลจะเปลี่ยนไปหลังจากเที่ยวบินลงจอดและผู้โดยสารเริ่มออกจากสนามบิน

เบื้องต้น สมาคมการโฆษณากลางแจ้งแห่งอเมริกา (OAAA) ประเมินว่าความเป็นไดนามิก หรือภาวะเนื้อหาป้ายโฆษณาที่เปลี่ยนแปลงไปมาได้ มีส่วนช่วยเพิ่มให้มูลค่าตลาด OOH เติบโตขึ้นชัดเจน โดยตัวเลขการใช้จ่ายโฆษณา OOH ในสหรัฐฯปี 2017 นั้นเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2016 คิดเป็นมูลค่า 7,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

คาดว่าภายในปี 2021 เม็ดเงินสะพัดในตลาดโฆษณา OOH อเมริกันจะพุ่งกระฉูด 33,000 ล้านเหรียญ ตามข้อมูลการสำรวจของบริษัท MAGNA Intelligence

1. โฆษณาต้องเปลี่ยนไปมาและยิงแบบกำหนดได้

เทรนด์ที่เห็นได้ชัดเจนคือโฆษณากลางแจ้งวันนี้ถูกเปลี่ยนจากแบบคงที่หรือ static มาเป็นแบบที่เปลี่ยนแปลงได้หรือ dynamic แถมโฆษณาเหล่านี้จะยิงแบบกำหนดได้หรือ custom trigger ซึ่งนักการตลาดจะสามารถกำหนดเป้าหมายแบบไดนามิกได้ตามไปด้วย

หากเป็นสหรัฐอเมริกา โฆษณาดิจิทัลจะเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ตู้เพลง Jukebox ในบาร์ ยังมีแถบป้ายบอกทางบนไฮเวย์ และป้ายโฆษณาในห้างสรรพสินค้ารวมถึงร้านอาหารทั่วอเมริกาที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง สำหรับประเทศไทย ชาวรถไฟฟ้าหรือผู้สัญจรไปมาในห้างร้านค้าปลีกและร้านอาหาร อาจจะคุ้นตากับป้ายโฆษณาที่เป็นจอดิจิทัลซึ่งแสดงโฆษณาดึงดูดสายตาแบบไม่มีใครยอมใคร

ปัจจุบัน ความเป็นไดนามิกในโฆษณา OOH มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สิ่งนี้จะเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ตัวอย่างเช่น ขณะนี้นักโฆษณาบางแบรนด์สามารถเปลี่ยนโฆษณาโดยพิจารณาจากความเร็วของการชมที่ผ่านไปผ่านมาหน้าป้ายโฆษณาดิจิทัลได้แล้ว ซึ่งถ้าเป็นช่วงรถโล่ง ผู้ขับรถอาจมีเวลาอ่าน 10 คำเท่านั้น แต่ถ้าการจราจรคับคั่งหรือรถติดหยุดนิ่งสนิท ผู้ขับขี่อาจมีเวลาอ่านคำได้ถึง 150 คำ

2. ผูกเข้ากับมือถือ

อีกเทรนด์แรงโฆษณา OOH คือนักโฆษณาสามารถยิงโฆษณาแบบไดนามิกตามประเภทอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่อยู่ใกล้โฆษณา OOH นั้น ทำให้เจ้าของ iPhone อาจเห็นโฆษณาที่ต่างจากผู้ใช้ Android

นอกจากนี้ นักโฆษณาในสหรัฐฯบางราย ยังแสดงโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนไปตามการเสิร์ชบนโทรศัพท์มือถือ โดยใช้ข้อมูลอิงพื้นที่ ตัวอย่างเช่น หากระบบพบว่ามีการค้นหายาไข้หวัดใหญ่สูงขึ้นในพื้นที่ใด ป้ายโฆษณาสำหรับร้านขายยาในเมืองนั้นอาจปรับเปลี่ยนเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์บางอย่างที่เหมาะสมได้

นอกจากการเสิร์ช โฆษณากลางแจ้งบางแห่งยังเริ่มยิงตามสภาพอากาศ โดยบางบิลบอร์ดปรับให้ยิงโฆษณาตามเพลงหรือโฆษณาที่กำลังเล่นอยู่ในสถานีวิทยุของรถบางคันได้

3. วัดผลต้องปรับ

เทรนด์ที่ชัดเจนในอุตสาหกรรม OOH ทั่วโลกคือการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อยกระดับระบบวัดผลให้สามารถรวบรวมสถิติหรือเมตริกที่เกี่ยวข้องกับชาแนลดิจิทัลลงไปได้ดีขึ้น เหตุผลสำคัญที่ทำให้เทรนด์นี้ร้อนแรงในปีนี้คือยิ่งระบบวัดผลสะท้อนประสิทธิภาพที่ดีมากเท่าไหร่ แบรนด์ก็จะสนใจมองหาทางทำแคมเปญโฆษณาบนป้ายโฆษณาดิจิทัลมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ ระบบวัดผลยังถูกพัฒนาให้สามารถติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในภายหลัง ซึ่งจะทำให้นักการตลาดรู้ว่าโฆษณา OOH มีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาหรือซื้อทางออนไลน์ได้อย่างไร ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เคยมีมาก่อนในช่วง 10 ปีที่แล้ว

4. ระบบอัตโนมัติมีบทบาท

ระบบซื้อโฆษณาแบบอัตโนมัติและแบบตั้งโปรแกรมได้ (automation และ programmatic) กำลังมีบทบาทในอุตสาหกรรมโฆษณา OOH ที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น เนื่องจากการซื้อและขายพื้นที่โฆษณา OOH ถือเป็นกระบวนการยุ่งยากหากต้องใช้ขั้นตอนการเจรจาต่อรองราคาแบบดั้งเดิม ผลคือวันนี้นักโฆษณาหรือเอเจนซี่กับเจ้าของสื่อไม่จำเป็นต้องเจรจากันเอง แต่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของระบบอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพแทน

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มโฆษณา programmatic ขณะนี้ยังเปิดให้นักโฆษณาสามารถซื้อโฆษณาบนมือถือและพ่วงช่องทาง OOH ได้โดยตรงผ่านอินเทอร์เฟซเดียวกันทำให้การเจาะกลุ่มเป้าหมายสามารถทำบนกลยุทธ์เดียวกัน คือการอิงจากสถานที่ตำแหน่งของผู้ใช้ ซึ่งจะทำให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายทำได้เจาะลึกมากขึ้น

5. เมืองอัจฉริยะ สมาร์ทซิตี้กระตุ้นการเติบโต

วันนี้เมืองต่างๆมีการเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ผู้บริโภคคุ้นตากับคีออสค์หรือหน้าจอดิจิทัลแบบโต้ตอบได้ที่ให้บริการแผนที่, บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี และบริการให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น ทั้งหมดนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักโฆษณาในการเชื่อมต่อกับผู้คน ทำให้เมืองอัจฉริยะเป็นอีกกระแสที่กระตุ้น OOH ดิจิทัลให้เป็นเทรนด์ร้อนในขณะนี้

โครงการเมืองเหล่านี้ยังได้รับการสนับสนุนจากโฆษณาอีกทาง ทำให้ทั้ง 2 ส่วนกลายเป็นระบบนิเวศน์ที่สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับอุตสาหกรรมโฆษณานอกบ้าน คาดว่าเทรนด์เหล่านี้จะไม่หยุดเท่านี้ แต่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน.

ที่มา : https://www.marketingdive.com/news/top-5-out-of-home-advertising-trends/541894/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...