อดีตสาวบัญชี แจ้งความถูกเจ้าของร้านทอง ชวนลงทุนออมทองเก็งกำไร 10 ปีได้เงินคืนไม่ถึงสองหมื่น
อดีตสาวบัญชี แจ้งความถูกเจ้าของร้านทอง ชวนลงทุนออมทองเก็งกำไร 10 ปีได้เงินคืนไม่ถึงสองหมื่น
เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 15 มีนาคม 67 ที่สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี น.ส. นิ (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี อดีตพนักงานบัญชี พร้อมด้วยนายอธิวัฒน์ สิริกังวานวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว เดินทางนำเอกสารหลักฐานเข้าพบ พ.ต.ท.ปิยณัฐ สุวรรณ์ธนากุญช์ รองผู้กำกับสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อแจ้งความเอาผิดเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ หลังถูกชักชวนให้ลงทุนออมทองคำ อ้างว่าได้ผลตอบแทนสูง โดยมีการเริ่มลงทุนซื้อทองคำ น้ำหนัก 10 บาท ตั้งปี 2558 ถึงปัจจุบันยังไม่ได้ผลตอบแทน ติดต่อกลับไปก็บายเบี่ยง
น.ส.นิ เล่าว่า เมื่อปี 2558 เพื่อนได้แนะนำให้รู้จักกับเจ้าของร้านทอง หลังจากนั้นทางเจ้าของร้านทองได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อทองคำในลักษณะออมเพื่อเก็งกำไร ประกอบกับช่วงนั้นตนได้ลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน อยากได้เงินมาช่วยเหลือครอบครัวจึงตัดสินใจนำเงินเก็บมาร่วมลงทุนโดยซื้อหุ้นทองคำน้ำหนัก 10 บาท โดยทางร้านได้นำทองคำแท่งนำหนัก 10 บาท มาให้เก็บไว้ หลังจากนำทองกลับมาที่บ้านได้ประมาณ 6 เดือนพบว่าทองคำมีสีเปลี่ยนไป จึงได้โทรไปสอบถามทางร้าน ซึ่งทางร้านบอกว่าให้นำทองมาเปลี่ยน หลังจากเปลี่ยนทองแล้ว ก็มีผู้หญิงชื่อ น.ส.เพ็ญ ภายหลังทราบว่าเป็นภรรยาเจ้าของร้านทอง ได้เข้ามาพูดคุยโดยเสนอว่าให้ตนฝากทองไว้ที่ร้าน โดยจะให้ค่าตอบแทนเดือนละ 1,000 บาท ตนไม่อยากนำทองมาเก็บที่บ้านก็เลยตัดสินใจฝากไว้ ตอนแรกก็มีการโอนเงินมาให้ตรงตามกำหนด หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มจ่ายเงินไม่ตรงต้องทวงถามตลอด จนมาถึงปี 2562 ตนเห็นว่าราคาทองคำมันขึ้นราคาถ้าขายก็ไม่ขาดทุน จึงตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปปรึกษาทางร้านทอง เพื่อที่จะขายทองที่ลงทุน ทางเจ้าของร้านก็รับซื้อไว้ในราคา 203,500 บาท โดยได้จ่ายเงินสดมาให้ 23,500 บาท ยอดที่เหลือจำนวน 180,000 บาท ทางร้านขอทำสัญญากู้ยืม โดยจะขอผ่อนจ่ายเงินต้นพร้อมดอกทุกเดือน หลังจากนั้นก็มีการจ่ายคืนครั้งละ 500 ครั้งละ 1,000 บางเดือนก็ไม่จ่าย โทรไปสอบถามก็อ้างว่าป่วยต้องใช้เงินรักษาตัว บ่ายเบี่ยงทุกครั้ง จนผ่านมา 5 ปีแล้วพึ่งได้รับเงินรวมแล้วประมาณหมื่นกว่าบาท ตอนนี้ตนมีความเดือดมากที่บ้านค้าขายก็ไม่ดีตั้งแต่โควิดและหลังโควิดต้องใช้เงินส่งลูกเรียนสองคน แฟนทำงานเพียงคนเดียว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตามเอาเงินตนคืนมา
ด้านนายอธิวัฒน์ กล่าวว่า ผู้เสียหายได้เข้ามาร้องเรียนขอให้เพจกล้าที่จะก้าว ช่วยเหลือ หลังจากผู้เสียหายได้มีการออมทองเพื่อเก็งกำไรกับร้านทองที่มีหลักมีแหล่งน่าเชื่อถือ ต่อมาราคาทองขึ้นผู้เสียหายก็อยากจะขายทอง แต่ทางร้านก็มีการบ่ายเบี่ยงตลอด ส่วนทองที่ได้มาก็มีการเปลี่ยนสี ทางผู้เสียหายก็เกิดความไม่เชื่อมั่นก็เลยนำทองไปคืน เงินที่ขายทองคืนก็ยังได้ไม่หมดมีการผ่อนจ่ายเดือนละ1,000 บาท ซึ่งทางเพจก็จะดำเนินการต่อ ในส่วนของแพ่งก็ให้ทางทนายดำเนินการฟ้องร้องไป ส่วนทางอาญาว่าจะเข้าการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ก็ต้องมาตรวจสอบกันอีกที
พิรฎา