โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MODERN CHARADE ปอกเปลือกมายาคติแห่งศรัทธาในสังคมไทย ด้วยศิลปะเชิงสัญลักษณ์สุดแสบสัน / อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ : ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2565 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2565 เวลา 07.07 น.

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ

ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

MODERN CHARADE

ปอกเปลือกมายาคติแห่งศรัทธาในสังคมไทย

ด้วยศิลปะเชิงสัญลักษณ์สุดแสบสัน

“เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ”

เป็นประโยคที่อยู่คู่เมืองไทยมาช้านานจนหล่อหลอมเป็นมายาคติที่ฝังรากลึกและครอบงำสังคมไทยเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่สิบปีก็ตาม

แต่ในทางกลับกัน ความเป็นเมืองพุทธในสังคมไทยก็เต็มไปด้วยความย้อนแย้งลักลั่นของความเชื่อความศรัทธาในการนิยมกราบไหว้บูชาสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ ที่น่าจะเรียกว่าเป็น “ศาสนาผี” เสียมากกว่า

หนำซ้ำความเชื่อความศรัทธาที่ว่านี้ เมื่อหลอมรวมกับมายาคติของความเป็นพุทธปนพราหมณ์แบบไทยๆ ก็กลับกลายเป็นเครื่องมือที่อำนาจรัฐและชนชั้นปกครองใช้ในการกำหนดกรอบศีลธรรมอันดีงาม, นิยามจารีตประเพณี และประดิษฐ์พิธีกรรมกล่อมเกลาแกมบังคับให้ประชาชนเคารพสักการะ จนหลงลืมสิทธิเสรีภาพของความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียม ลืมแม้แต่ความเป็นจริงว่าตนเองกำลังถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ในครานี้ เปลือกแห่งความเชื่อและความศรัทธาที่ว่านี้กำลังถูกลอกปอกอย่างถึงแก่นในนิทรรศการศิลปะที่มีชื่อว่า MODERN CHARADE โดย จิตรการ แก้วถิ่นคอย ศิลปินชาวไทยผู้สร้างสรรค์ภาพวาดเหมือนจริงแนวสัญลักษณ์นิยม ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสังคมการเมืองและเสียดสีตีแผ่ระบอบเผด็จการที่กักขังเสรีภาพและความคิดของผู้คน

ในนิทรรศการครั้งนี้ จิตรการใช้ผลงานศิลปะของเขาเป็นดั่งเครื่องอุปมาอุปไมยเพื่อเปิดโปงความตอแหลหน้าไหว้หลังหลอกของศาสนากับการเมืองไทยภายใต้เงื้อมเงาอำนาจนิยม ผ่านภาพวาดเหมือนจริงเชิงสัญลักษณ์ฝีมือจัดจ้าน สีสันละมุนตา

แต่แฝงความหมายแสบสันไปถึงทรวงใน

“นิทรรศการชุดนี้ ผมหยิบความสนใจเกี่ยวกับประเด็นเรื่องศาสนากับการเมืองมาทำงาน จากการศึกษาหาข้อมูลมา ผมพบว่าศาสนาแยกออกจากอำนาจรัฐไม่ได้ เพราะสังคมไทยเป็นเหมือนรัฐอุปถัมถ์”

“ถ้าย้อนไปศึกษาประวัติศาสตร์ ตำแหน่ง หรือสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ นั้นมีมาตั้งแต่ตอนที่ประเทศเราอยู่ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้ว ซึ่งเอาจริงๆ ก็มีเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่ทั้งนั้น ทั้งยศถาบรรดาศักดิ์ เบี้ยหวัด ที่ดิน แลกกับการที่ชนชั้นปกครองใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือควบคุมให้ผู้คนอยู่ภายใต้ปกครองโดยไม่มีปากเสียง ไม่ตั้งคำถาม ไม่เรียกร้องสิทธิเสรีเสรีภาพ, ความเป็นธรรม หรือความเท่าเทียม โดยอ้างว่าเป็นเรื่องของเวรกรรม บาป บุญ วาสนา ซึ่งเป็นมาจนถึงทุกวันนี้”

“ถ้าดูงานของผมแต่ละชิ้นจะเห็นว่าเป็นการเชื่อมโยงประเด็นเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา เพราะตอนที่ผมศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้ ผมได้อ่านบทความของ อ.สุจิตต์ วงษ์เทศ ทางเว็บไซต์ ที่พูดเรื่องความเป็นผี, พราหมณ์, พุทธ ที่รวมเป็นศาสนาไทย ตรงนั้นเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจรายละเอียดว่าก่อนหน้าที่จะมีศาสนาพุทธ แผ่นดินสยามนั้นนับถือภูตผีและวิญญาณมาก่อน, แต่ชนชั้นนำต้องการปกครองผู้คน เขาก็เอาศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์มาครอบศาสนาผีอีกทีหนึ่ง เพื่อให้ดูทันสมัยและน่าเลื่อมใสขึ้น ถ้าเราดูพิธีกรรมต่างๆ ที่รัฐจัดขึ้น ก็จะเห็นเค้าลางว่ามีรากเหง้ามาจากศาสนาผีทั้งนั้น”

“ในผลงานชิ้นหนึ่งของผมที่เป็นภาพก้อนหินในกรอบทอง ก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์แทนศาสนาผีดั้งเดิมที่กราบไหว้บูชาหิน ซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนของธรรมชาติ หรือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ อย่างภูตผี, เทวดา แต่เอาจริงๆ งานของผมไม่ได้เจาะจงว่าแต่ละชิ้นจะต้องสื่อถึงอะไร แต่มักจะปล่อยให้ผู้ชมตีความและสื่อสารกับสัญลักษณ์ในงานแต่ละชิ้นและตีความไปตามแต่ประสบการณ์ของตัวเองมากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องตีความหมายออกมาตรงกันกับผมก็ได้ หรือแม้เวลาผ่านไปความหมายที่สื่ออาจจะเปลี่ยนไปก็ได้”

“โดยส่วนตัวผมทำงานเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองอยู่แล้ว แต่ในนิทรรศการครั้งนี้ ผมอยากนำเสนอมุมมองว่าศาสนากับการเมืองนั้นมีจุดร่วมบางอย่างยึดโยงกันอยู่”

“ในมุมมองส่วนตัว ผมมองว่าศาสนาทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องเยียวยาปลอบประโลม หรือเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คน หลายศาสนาน่าจะมีเป้าหมายร่วมกันอยู่ประมาณนี้ แต่บ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ก็ถูกกลบด้วยพิธีกรรม และความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งผมว่าเป็นเหมือนการอุปโลกน์ขึ้นมากกว่า”

“หรือแม้แต่เรื่องชนชั้นในศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระที่มีสมณศักดิ์ ซึ่งมีเงินประจำตำแหน่งที่ได้จากรัฐ (ซึ่งมาจากภาษีประชาชนอีกที) ก็ไม่ต่างอะไรกับข้าราชการที่ทำงานให้รัฐ ในการกล่อมเกลาผู้คนให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของชนชั้นนำ ตีกรอบด้วยวาทกรรมของศีลธรรม จริยธรรม ในแบบที่ชนชั้นปกครองต้องการ (เหมือนเป็นตำรวจศีลธรรม) ซึ่งตรงกันข้ามกับโลกสมัยใหม่ที่พูดถึงสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ ตามหลักการในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งอันที่จริงก็สอดคล้องกับหลักการของความเสมอภาคในศาสนาพุทธด้วยซ้ำไป นับเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งเอามากๆ”

“ด้วยเหตุนี้ ศาสนาของเราจึงกลายเป็นขบวนการที่รัฐใช้บริหารจัดการอำนาจโดยอาศัยความเชื่อและความศรัทธา เพราะพอสังคมในโลกของความเป็นจริงมันโหดร้ายจากการถูกปกครองด้วยอำนาจรัฐและระบบทุนนิยมผูกขาด (ที่อุปถัมภ์อำนาจรัฐอีกที) ที่คอยกดขี่ผู้คนในระดับรากหญ้า คนเหล่านี้ก็ต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจจากความเชื่อและความศรัทธาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”

นอกจากผลงานภาพวาดเหมือนจริงเชิงสัญลักษณ์น้อยใหญ่หลากหลายชิ้นแล้ว ใจกลางของพื้นที่แสดงงานในนิทรรศการครั้งนี้ยังมีผลงานประติมากรรมจัดวางรูปศาลเพียงตาหลังเล็กที่ประดับด้วยกระจกเงาลายพร้อยสะท้อนแสงระยิบระยับจับตาน่าสนเท่ห์

“ผลงานประติมากรรมจัดวางชิ้นนี้ ผมใช้กระจกเงาชิ้นเล็กๆ มาประดับรวมกันที่ตัวศาล พอผู้ชมเข้าไปส่องใกล้ๆ ก็จะเห็นหน้าตัวเองสะท้อนออกมาเป็นหลายๆ หน้านับไม่ถ้วน ซึ่งสื่อถึงความเป็นมายาคติของศรัทธาและความเชื่อในศาสนา บางคนอาจจะตีความเป็นศาลเพียงตา ศาลพระภูมิ ซึ่งมีที่มาจากศาสนาผี หรือบางคนอาจจะตีความหมายไปถึงอำนาจรัฐ อย่างศาลตัดสินคดีความ หรือศาล (ไม่) ยุติธรรม หรือบางคนอาจนึกถึงวิมานแก้ว (ที่อยู่อาศัยของเทวดา ซึ่งเป็นภาพแทนของชนชั้นสูง) ก็เป็นได้”

“ที่ผลงานของผมใช้สัญลักษณ์ให้คนต้องตีความก็เพราะเราอยู่ในสังคมที่พูดตรงๆ ไม่ได้ เราถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ถูกตีกรอบจากชนชั้นนำที่ควบคุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ แต่ผมเชื่อว่าศิลปะมีพลังในการสื่อสารถึงประเด็นเหล่านี้ไปถึงผู้คนได้ ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีหลายเรื่องที่ผมพยายามพูดผ่านงานศิลปะตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถพูดออกมาได้ แต่เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา เด็กๆ และคนรุ่นใหม่ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเขาพูดมากกว่าผมไปหลายเท่าตัวแล้วด้วยซ้ำไป”

นิทรรศการ MODERN CHARADE โดยจิตรการ แก้วถิ่นคอย จัดแสดงที่หอศิลป์ 333Anywhere ห้องที่ 5 โครงการ Warehouse 30 ซ.เจริญกรุง 30, ตั้งแต่วันที่ 11-29 มิถุนายน 2565, วันอังคาร-วันอาทิตย์, เวลา 11.00-18.00 น. (ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 333anywhere@gmail.com

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก 333Anywhere •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...