โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Haier เปิดอินไซต์ ‘อินเดีย’ รายได้เติบโตมากที่สุดในเอเชีย ภาพรวมแบรนด์ทั้งหมดโกยยอดขายไป 1.3 ล้านล้านบาทปี 2567

TODAY Bizview

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 09.37 น. • workpointTODAY

ปัจจุบัน ‘เครื่องปรับอากาศ’ กลายเป็นสิ่งจำเป็นของผู้คนในยุคนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะในแถบประเทศเมืองร้อน รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งในปี 2567 ‘ไฮเออร์’ (Haier) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีน ทำรายได้ตลอดทั้งปีค่อนข้างโดดเด่นกว่า 1.32 ล้านล้านบาท (285.98 พันล้านหยวน) ถือว่าสูงมากๆ ในภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

แม้ว่า แบรนด์ไฮเออร์ จะมีประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลากหลาย แต่เครื่องปรับอากาศก็ยังเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีของแบรนด์ พอๆ กับ ‘ตู้เย็น และ เครื่องซักผ้า’ ซึ่งเป็น Top 3 best seller มาตลอด

มีข้อมูลว่า เฉพาะตลาดบ้านเรามูลค่าของเครื่องปรับอากาศอยู่ที่ 2.90 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะโตแตะ 6.16 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ 13.57% ขณะที่ประเทศในภูมิภาคอื่นๆ เครื่องปรับอากาศโดยรวมของไฮเออร์มียอดขายสูงขึ้น ไม่ใช่เฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่ง

[ ยังครองมาร์เก็ตแชร์เบอร์ 1 ในจีน ]

สำหรับตลาดภายในประเทศ ไฮเออร์ ยังเป็นผู้เล่นในตลาดที่รักษาฐานลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น โดยบริษัทครองส่วนแบ่ง ‘ตลาดตู้เย็น’ ในจีนเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยส่วนแบ่งตลาดการขายปลีกออนไลน์อยู่ที่ 40.4 และครองส่วนแบ่งตลาดการขายปลีกออฟไลน์ที่ 44.1%

ขณะที่ ‘เครื่องซักผ้า’ แบรนด์ไฮเออร์ในตลาดจีนก็สามารถครองส่วนแบ่งตลาดออฟไลน์อันดับหนึ่งเช่นกัน โดยมีส่วนแบ่งตลาดออนไลน์อยู่ที่ 37.9%

[ M&A ช่วยขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ ]

กลยุทธ์อย่างหนึ่งของไฮเออร์ ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโต และขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคต่างๆ ไม่ใช่แค่ในจีน ก็คือ ‘M&A’ (Mergers and Acquisitions) กลยุทธ์ในการควบรวมกิจการของ 2 ธุรกิจ

ที่ผ่านมา ไฮเออร์ พยายามทำให้แบรนด์มีความพรีเมียมขึ้น กลุ่มลูกค้าจะก็เป็นกลุ่มที่ชอบความพรีเมียม ซึ่งบริษัทได้ขยายการดำเนินงานในต่างประเทศโดยการเข้าซื้อกิจการท้องถิ่น เช่น

  • ซื้อธุรกิจตู้แช่เชิงพาณิชย์ของแบรนด์ Carrier
  • ซื้อกิจการของ Kwikot ผู้ผลิตเครื่องทำน้ำอุ่นในแอฟริกาใต้ ซึ่งตอนนั้นมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 58%

ผลลัพธ์ก็คือ ‘ตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา’ มีการเติบโตมากที่สุดเทียบกับภูมิภาคอื่น โดยปี 2567 เติบโตมากถึง 38.25% จากปีก่อนหน้า และรายได้รวมอยู่ที่ 2.67 พันล้านหยวน

‘อินเดีย’ เป็นตลาดที่ขยายการเติบโตได้มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยเติบโตมากถึง 30% เทียบกับปีก่อน ขณะที่ ‘ตลาดทั้งภูมิภาคเอเชียใต้’ ไฮเออร์มีรายได้รวมทั้งสิ้น 11.53 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 21.05% จากปี 2566

ส่วนตลาด ‘อาเซียน’ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ไฮเออร์ มีรายได้อยู่ที่ 6.63 พันล้านหยวน เติบโตขึ้น 14.75% แบบปีต่อปี

จากวันแรกที่ก่อตั้งไฮเออร์ขึ้น ด้วยไอเดียการทำโรงงาน‘ตู้เย็นขนาดเล็ก’ ในเมืองชิงเต่าของจีน ณ วันนี้ไฮเออร์เป็นมากกว่าตู้เย็น มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ได้ประกาศความร่วมมือกับ‘Robotera’ บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย Institute for Interdisciplinary Information Sciences มหาวิทยาลัยชิงหัว

เป้าหมายก็เพื่อต้องการเพิ่มการช่วยเหลือ สร้างหุ่นยนต์ให้ช่วยบริการภายในบ้าน และงานบ้านอัตโนมัติ ซึ่งก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มุ่งไปที่ AI อย่างชัดเจน และทำให้ธุรกิจขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยืนระยะได้นานที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...