เกษียณสุขในต่างแดน ทำไมหลายคนถึงอยากไป แล้วอะไรที่ต้องระวัง?
การย้ายไปใช้ชีวิตหลังเกษียณในต่างประเทศกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากผลสำรวจในปี 2024 โดย Monmouth พบว่า 17% ของชาวอเมริกันที่อายุ 55 ปีขึ้นไปอยากย้ายออกนอกประเทศ หลายคนฝันถึงการใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ใกล้ชายหาด ได้รับแสงแดดตลอดปี ค่าครองชีพถูกลง และได้สัมผัสวัฒนธรรมใหม่ๆ
.
แต่งานวิจัยล่าสุดจากเนเธอร์แลนด์กลับพบว่า “ผู้เกษียณที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมักจะเหงามากกว่าคนที่อยู่ในประเทศบ้านเกิด” ตามการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychology and Aging โดย Esma Savas นักวิจัยจากสถาบัน Netherlands Interdisciplinary Demographic Institute
.
.
ความเหงาสองแบบของคนไกลบ้าน
.
งานวิจัยนี้สำรวจผู้เกษียณชาวดัตช์กว่า 4,995 คนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปและย้ายไปอยู่ต่างประเทศหลังอายุ 50 ปี เปรียบเทียบกับคนที่ยังอยู่ในเนเธอร์แลนด์อีก 1,338 คน โดยพิจารณาความเหงาสองด้านคือ
.
1. ความเหงาทางสังคม (Social Loneliness) เกิดจากการขาดเพื่อนฝูงหรือไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
2. ความเหงาทางอารมณ์ (Emotional Loneliness) เกิดจากการขาดคนใกล้ชิด เช่น คู่ชีวิตหรือเพื่อนสนิท
.
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมีความเหงาทางสังคมมากกว่าคนที่อยู่ในประเทศเดิม แต่ที่น่าสนใจคือผู้เกษียณเหล่านี้ไม่ได้เหงาทาง “อารมณ์” มากกว่าคนที่อยู่บ้านเกิด ซึ่งนักวิจัยนั้นเชื่อว่าเป็นเพราะหลายคนย้ายไปพร้อมกับคู่ชีวิต
.
.
ทำไมชีวิตในต่างแดนถึงโดดเดี่ยว
.
มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้เกษียณในต่างแดนรู้สึกเหงา โดยการขาดการติดต่อกับลูกหลานและเพื่อนๆ ในบ้านเกิดเป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนคนที่ยังติดต่อกับเพื่อนบ้านใหม่และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนใหม่จะเหงาน้อยกว่า
.
ระยะทางก็มีผลเช่นกัน คนที่ยิ่งย้ายไปอยู่ไกลมากเท่าไร ก็ยิ่งเหงามากขึ้นเท่านั้น และเรื่องภาษาเองก็เป็นอุปสรรคใหญ่ในการสร้างเพื่อนใหม่
.
คนที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้สูงวัย หลายคนพูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้ ทำให้ถึงแม้ว่าจะสร้างเพื่อนใหม่ได้ แต่แน่นอนว่าคงไม่แน่นแฟ้นเท่ากับความสัมพันธ์ที่เคยสร้างมาหลายปีในบ้านเกิด
.
.
ข้อดีของการเกษียณต่างแดนที่ยังน่าสนใจ
.
แม้ความเหงาจะดูเป็นความท้าทายใหญ่ แต่การเกษียณในต่างประเทศก็มีข้อดีหลายอย่าง อย่างแรกคือ ค่าครองชีพบางประเทศนั้นต่ำกว่า ทำให้มีเงินเหลือใช้มากขึ้น
.
ค่ารักษาพยาบาลก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะหากมองในมุมของชาวอเมริกัน เพราะข้อมูลจาก Peterson-KFF Health System Tracker ชี้ว่าสหรัฐฯ มีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มากกว่า 13,000 ดอลลาร์ต่อคนในปี 2023 (ประมาณ 430,000 บาท) เทียบกับฝรั่งเศสที่มีค่าใช้จ่ายแค่ 7,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 230,000 บาท) หรือญี่ปุ่น 5,600 ดอลลาร์ (ประมาณ 180,000 บาท)
.
นอกจากนี้ การได้สำรวจสถานที่ใหม่ๆ ลิ้มรสอาหารแปลกใหม่ ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนวัยเกษียณด้วยเช่นกัน
.
ด้วยข้อดีเหล่านี้หลายคนจึงยังคงฝันอยากจะไปเกษียณสุขที่ต่างแดน แม้ว่าจะมีความท้าทายหลายด้านก็ตาม
.
อย่างไรก็ดี การย้ายไปใช้ชีวิตต่างประเทศต้องเตรียมตัวหลายเรื่อง แต่ละประเทศมีกฎวีซ่าต่างกัน บางที่ต้องแสดงหลักฐานรายได้ขั้นต่ำด้วย Peter Palion นักวางแผนการเงิน บอกว่าไม่มีประเทศไหนในโลกที่เราจะเข้าไปอยู่ได้เลยตามใจชอบ เราต้องขอวีซ่าและแสดงฐานะทางการเงินที่มั่นคงเสียก่อน ฉะนั้นเราจึงต้องมีการเตรียมตัวที่ดี
.
.
วิธีป้องกันความเหงาเมื่อเกษียณต่างแดน
.
Esma Savas แนะนำว่า ผู้ที่วางแผนย้ายไปอยู่ต่างประเทศควรรักษาการติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนเก่า พร้อมกับสร้างความสัมพันธ์ใหม่ในประเทศที่ไป การย้ายไปพร้อมคู่ชีวิตก็เป็นไอเดียที่ดี และควรเข้าร่วมกลุ่มหรือชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างเพื่อนใหม่
.
ผู้สูงอายุอาจเจอความเสี่ยงสองต่อเมื่อเกษียณในต่างแดน ทั้งจากปัจจัยเรื่องอายุและการย้ายถิ่น ซึ่งทั้งคู่เพิ่มความเสี่ยงต่อความเหงา และความเหงาเองก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย
.
สุดท้ายแล้ว ความเหงาไม่ได้เกิดจากการอยู่คนเดียวเสมอไป แต่เป็นความรู้สึกที่ว่าเราขาดความสัมพันธ์ที่เราต้องการ การเกษียณในต่างประเทศอาจเป็นประสบการณ์ที่ดีก็จริง แต่เราเองก็ต้องเตรียมตัวให้ดีเพื่อไม่ให้กลายเป็นฝันร้ายในช่วงท้ายของชีวิต
.
.
อ้างอิง
- Retirees who move abroad ‘more likely to feel lonely’: The Telegraph - https://bit.ly/4lSLJDw
- Thinking of retiring abroad? You might be lonelier than if you stayed home, new study suggests: Gabriela Galvin, Euronews - https://bit.ly/43eYPTd
- Retiring Abroad: The Pros and Cons You Shouldn't Ignore : Investopedia - https://bit.ly/44g3CFU
.
#trend
#society
#retirement
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast