พิษขึ้นภาษีจีนสะเทือนยานยนต์ คาด “Ford – GM” อ่วมสุด หวั่นฉุดยอดขายหลังราคารถทำนิวไฮ
พิษขึ้นภาษีจีนสะเทือนยานยนต์ คาด Ford GM อ่วมสุด หวั่นฉุดยอดขายหลังราคารถทำนิวไฮ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ก.พ. 68 12:11 น.
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้า 10% จากจีน จะส่งผลกระทบต่อรถยนต์ที่ผลิตในจีนจำนวนเล็กน้อย แต่ผลกระทบที่สำคัญกลับอยู่ที่ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งอาจทำให้ราคายานยนต์ที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว เพิ่มสูงขึ้นอีกสำหรับผู้บริโภค
ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. International Trade Commission) ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคการขนส่งจากจีน ปีละประมาณ 1.54 - 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงในภาคส่วนชิ้นส่วนยานยนต์, อุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์และรถแทรกเตอร์ อีกประมาณ 9 พัน - 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ค่ายผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Ford และ GM เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักมากที่สุด ขณะที่รถยนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ Lincoln Nautilus ของ Ford และ Buick Envision ของ General Motors (GM) ซึ่งรถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ 2 รุ่นนี้ คิดเป็น 95% ของจำนวนรถยนต์ที่ผลิตจากจีนที่ขายในสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีจำนวน 83,884 คัน จากทั้งหมด 88,515 คัน
Jeff Schuster รองประธานฝ่ายวิจัยยานยนต์ของ GlobalData กล่าวว่า “Ford และ GM เป็น 2 บริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในแง่ของปริมาณยอดขาย แม้ว่าจะสามารถบรรเทาผลกระทบบางส่วนได้ก็ตาม” ขณะที่บริษัทรถยนต์รายอื่น เช่น Volvo และ Polestar (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Geely จากจีน) นำเข้ารถยนต์จากจีนไปยังสหรัฐฯ ในปริมาณที่น้อยกว่ามาก และยังได้ปรับแผนการผลิตเพื่อลดการนำเข้า โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังจากที่รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 100% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเมื่อปีที่แล้ว
ด้าน Sherry House ว่าที่ CFO ของ Ford กล่าวว่า บริษัทกำลัง “ประเมินสถานการณ์” และรอดูปฏิกิริยาจากทางการจีน ก่อนตัดสินใจว่าจะต้องปรับกลยุทธ์การนำเข้าและส่งออกหรือไม่
แม้ว่ารถยนต์ที่ผลิตจากจีนจะคิดเป็นเพียง 0.6% ของรถใหม่ที่ขายในสหรัฐฯ ในปี 2024 (จากทั้งหมด 16 ล้านคัน) แต่ภาษีดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมากต่อชิ้นส่วนยานยนต์และแบตเตอรี่ โดยข้อมูลของ Goldman Sachs ระบุว่า สหรัฐฯ นำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากจีน ปีละ 1.5 หมื่น - 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจีนยังเป็นแหล่งสำคัญในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่ใช้ในระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าภาษีดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่หรือวัตถุดิบสำหรับรถ EV มากเพียงใด แต่ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นที่ขายในสหรัฐฯ ใช้ชิ้นส่วนจากจีนในสัดส่วนที่สูง เช่น Hyundai Kona EV (50%), Nissan Ariya EV (40%), Kia EV9 (35%) และ Toyota bZ4X EV (20%)
ทั้งนี้ ทางด้านบรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ ยังไม่ตัดสินใจว่า จะแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้เอง หรือจะผลักภาระไปให้ผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย เนื่องจากราคารถยนต์ใหม่ยังคงสูงเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐต่อคัน
ที่มา CNBC
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ