โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิษขึ้นภาษีจีนสะเทือนยานยนต์ คาด “Ford – GM” อ่วมสุด หวั่นฉุดยอดขายหลังราคารถทำนิวไฮ

efinanceThai

เผยแพร่ 06 ก.พ. 2568 เวลา 05.11 น.

พิษขึ้นภาษีจีนสะเทือนยานยนต์ คาด Ford GM อ่วมสุด หวั่นฉุดยอดขายหลังราคารถทำนิวไฮ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ก.พ. 68 12:11 น.

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้า 10% จากจีน จะส่งผลกระทบต่อรถยนต์ที่ผลิตในจีนจำนวนเล็กน้อย แต่ผลกระทบที่สำคัญกลับอยู่ที่ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งอาจทำให้ราคายานยนต์ที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว เพิ่มสูงขึ้นอีกสำหรับผู้บริโภค

ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. International Trade Commission) ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคการขนส่งจากจีน ปีละประมาณ 1.54 - 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงในภาคส่วนชิ้นส่วนยานยนต์, อุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์และรถแทรกเตอร์ อีกประมาณ 9 พัน - 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ค่ายผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Ford และ GM เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักมากที่สุด ขณะที่รถยนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ Lincoln Nautilus ของ Ford และ Buick Envision ของ General Motors (GM) ซึ่งรถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ 2 รุ่นนี้ คิดเป็น 95% ของจำนวนรถยนต์ที่ผลิตจากจีนที่ขายในสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีจำนวน 83,884 คัน จากทั้งหมด 88,515 คัน

Jeff Schuster รองประธานฝ่ายวิจัยยานยนต์ของ GlobalData กล่าวว่า “Ford และ GM เป็น 2 บริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในแง่ของปริมาณยอดขาย แม้ว่าจะสามารถบรรเทาผลกระทบบางส่วนได้ก็ตาม” ขณะที่บริษัทรถยนต์รายอื่น เช่น Volvo และ Polestar (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Geely จากจีน) นำเข้ารถยนต์จากจีนไปยังสหรัฐฯ ในปริมาณที่น้อยกว่ามาก และยังได้ปรับแผนการผลิตเพื่อลดการนำเข้า โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังจากที่รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 100% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเมื่อปีที่แล้ว

ด้าน Sherry House ว่าที่ CFO ของ Ford กล่าวว่า บริษัทกำลัง “ประเมินสถานการณ์” และรอดูปฏิกิริยาจากทางการจีน ก่อนตัดสินใจว่าจะต้องปรับกลยุทธ์การนำเข้าและส่งออกหรือไม่

แม้ว่ารถยนต์ที่ผลิตจากจีนจะคิดเป็นเพียง 0.6% ของรถใหม่ที่ขายในสหรัฐฯ ในปี 2024 (จากทั้งหมด 16 ล้านคัน) แต่ภาษีดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมากต่อชิ้นส่วนยานยนต์และแบตเตอรี่ โดยข้อมูลของ Goldman Sachs ระบุว่า สหรัฐฯ นำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากจีน ปีละ 1.5 หมื่น - 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจีนยังเป็นแหล่งสำคัญในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่ใช้ในระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าภาษีดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่หรือวัตถุดิบสำหรับรถ EV มากเพียงใด แต่ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นที่ขายในสหรัฐฯ ใช้ชิ้นส่วนจากจีนในสัดส่วนที่สูง เช่น Hyundai Kona EV (50%), Nissan Ariya EV (40%), Kia EV9 (35%) และ Toyota bZ4X EV (20%)

ทั้งนี้ ทางด้านบรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ ยังไม่ตัดสินใจว่า จะแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้เอง หรือจะผลักภาระไปให้ผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย เนื่องจากราคารถยนต์ใหม่ยังคงสูงเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐต่อคัน

ที่มา CNBC

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...