โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทวี’ แจงปล่อย ‘บุญทรง’ เป็นหนึ่งในพันกว่ารายชื่อที่ได้ ‘พักโทษ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ธ.ค. 2567 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 10.03 น. • The Bangkok Insight

ทวี แจงปล่อยบุญทรง เป็นหนึ่งในพันกว่ารายชื่อที่ได้พักโทษ ส่วนติดกำไลEM หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการฯ

จากกรณีมีข่าวว่านายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในสมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกจำคุกในคดีร่วมกันทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) เมื่อปี 2558 โดยมีโทษจำคุก 48 ปี ก่อนได้รับการพักการลงโทษ และปล่อยตัวชั่วคราวจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (2 ธ.ค.67) ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับการพักการลงโทษนั้น ตนได้ทราบข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และตนได้สอบ ถามไปยังนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งการพักการลงโทษ ถือเป็นเรื่องการบริหารของราชทัณฑ์ ซึ่งไม่ได้ต้องรายงานมายังรัฐมนตรี แต่ทราบเบื้องต้นว่านายบุญทรง มีระยะเวลาต้องโทษรวม 40 กว่าปี ได้อภัยโทษ 4 ครั้ง จึงเหลือโทษประมาณ 10 ปี อีกทั้งนายบุญทรง ยังรับโทษจำคุกมาแล้ว 7 ปี จึงเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษ

ทั้งนี้ การพักการลงโทษในทางกฎหมายยังถือเป็นโทษอยู่ แต่ได้รับการพักโทษที่มีเงื่อนไข อีกทั้งในการพักโทษ ไม่ใช่อำนาจของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะในกฎหมายระบุว่าเป็นอำนาจของคณะอนุกรรมการพิจารณาการพักการลงโทษ ประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย อาทิ ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ อัยการ บุคคลที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 20 ราย เป็นต้น และโดยปกติจะมีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน แต่เพียงครั้งนี้มีรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานแทน ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ของการพักโทษ ตนยังไม่เห็นเอกสาร แต่ทราบว่านายบุญทรง อยู่ในเกณฑ์พักโทษทั่วไป เพราะเป็นผู้สูงอายุ และเหลือโทษน้อย ส่วนถ้าจะมีรายละเอียดนอกเหนือจากนี้อาจต้องให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มอบหมายกรมราชทัณฑ์ เผยแพร่ข่าวแจกสื่อมวลชนต่อไป

พ.ต.อ.ทวี เผยอีกว่า ส่วนเรื่องการติดกำไล EM นั้น เนื่องด้วยนายบุญทรง อายุน้อยกว่า 70 ปี จึงต้องติดกำไล EM แต่ถ้ามีเหตุการเจ็บป่วย จะได้รับการยกเว้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ที่จะพิจารณา เเต่เรื่องการบริหารงานภายใน ปกติแล้วจะไม่ต้องรายงานมายังรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมรับทราบ ทั้งนี้ นอกจากนายบุญทรง ได้รับการพักโทษ ยังมีบุคคลอื่นด้วยหรือไม่ที่ได้รับการพักการลงโทษนั้น ทราบว่าแต่ละครั้งจะมีประมาณ 1,000 กว่าราย ไม่ใช่เพียงนายบุญทรง เท่านั้นที่ได้รับการพักโทษ และการพักโทษก็ยังลงโทษอยู่ แม้ระหว่างนั้นผู้ที่ถูกพักโทษไปแล้ว อาจกลับมารับโทษเหมือนเดิมได้

ส่วนเรื่องการรายงานตัวเมื่อถูกคุมประพฤติ นายบุญทรง ก็ต้องมีการรายงานตัว แต่รายละเอียดตนไม่ทราบ ขอให้ทางกรมราชทัณฑ์ ได้ทำข่าวแจกสื่อ มวลชนชี้แจงแทน ทั้งนี้ กรณีว่าระหว่างการพักโทษ บุคคลจะสามารถเขียนทูลเกล้าฯ ขอพระ ราชทานอภัยโทษเฉพาะรายได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะของการเขียน ใครจะเขียนอภัย โทษก็ได้ แต่ว่าอำนาจไม่ได้อยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ยกตัวอย่าง กรณีของนายบุญทรง ที่มีโทษเยอะ แต่ก็ได้รับการอภัยโทษมา 4 ครั้ง อีกทั้งการอภัยโทษไม่ใช่กฎหมายราชทัณฑ์

รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ส่วนที่ก่อนหน้านี้ปรากฏภาพนายบุญทรง ไปร่วมงานศพนั้น ตนไม่มั่นใจในส่วนนี้เพราะยังไม่ได้เห็น แต่ว่ากรณีของนักโทษเด็ดขาด หากพ่อแม่เสียชีวิต ก็สามารถที่จะลาไปงานศพได้ เพราะในกฎหมายให้ลาได้ อย่างตอนที่ตนอยู่ภาคใต้ มีผู้ต้องขังที่เป็นไทย-พุทธ แล้วพ่อแม่เสียชีวิต ก็ลาไปร่วมงานศพได้ เป็นสิทธิ์เขา ทั้งนี้ กรณีที่นายบุญทรง ได้รับการพักโทษแล้วกลับไปอยู่บ้านใน จังหวัดเชียงใหม่ หรือไม่นั้นตนไม่ทราบจริง ๆ เพราะตนติดภารกิจงานทั้งวัน แต่ผู้พักโทษจะไปอยู่ที่ไหนอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการพักโทษ เช่น สถานที่นั้นต้องมีผู้ปกครอง ผู้ดูแล และที่สำคัญคืออยู่ในการดูแลของกรมคุมประพฤติ

พ.ต.อ.ทวี ระบุด้วยว่า ปกติการคุมประพฤติตอนนี้มีจำนวนกว่า 400,000 รายที่ต้องดูแล ซึ่งเป็นระบบสากลอยู่แล้ว หากผู้นั้นถูกดำเนินคดีในพื้นที่ใดก็ต้องคุมประพฤติในพื้นที่นั้น เช่น บางคนถูกดำเนินคดีใน กทม. ก็ต้องคุมประพฤติที่ กทม. ส่วนถ้าจะออกนอกพื้นที่ก็ต้องแจ้ง หรือกรณีของนายเทพไท เสนพงศ์ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคใต้ แต่ก็ต้องมาพักโทษที่ กทม.เพราะถูกดำเนินคดีที่ กทม.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...