โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะนำผู้เข้าชิงรางวัลดาวเด่นน่าลุ้นจากเวที Oscars 2025

LSA Thailand

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2568 เวลา 01.31 น. • Lifestyle Asia Thailand
FEA

หลังจากประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ประจำปี 2025กระแสวิจารณ์เกี่ยวกับหนังเรื่องต่าง ๆ ที่ได้เข้าชิงก็ตกเป็นประเด็นถกเถียงอย่างร้อนแรงในหมู่คนรักหนัง บางเรื่องถูกโจมตีว่าไม่เหมาะสมเลยสักนิดที่จะมีชื่อชิงรางวัลและเข้ามากินพื้นที่ทำให้หนังดี ๆ อีกมากมายที่ไร้ชื่อเข้าชิงไปอย่างน่าเสียดาย

Relate article

รีวิว: The Watchers ภาพยนตร์แฟนตาซี Horror พลอตหักมุมสุดหลอนลึกลับ สไตล์ชยามาลาน

รีวิวหนังไทยสุดสยอง พนอ ปฐมบทความเฮี้ยนแห่งจักรวาล ลองของ ให้กี่กะโหลกดี ?

ก่อนจะถึงพิธีประกาศผลรางวัล Academy Awards ครั้งที่ 97ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 2มีนาคม 2568เราขอสรุปกระแสคำวิจารณ์ที่น่าสนใจของเหล่าหนังผู้เข้าชิงสาขาต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนส่งแรงใจแรงเชียร์ให้คว้ารางวัลมาครอง

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

ชิงรางวัลมากที่สุดแต่ได้คำวิจารณ์แย่ที่สุด

Emilia Pérez

ผู้กำกับ: Jacques Audiard (ฌากส์ โอเดียร์)

เข้าชิงรางวัล : 13 สาขา มากที่สุดแห่งปี โดยชิงทั้งรางวัลด้านเทคนิคและงานสร้างและ 5 รางวัลหลัก Best Picture , Best Director, Best Actress, Best Supporting Actress , Best Adapted Screenplay รวมถึง Best International Feature Film

Photo credit: IMDB

ภาพยนตร์มิวสิคัลภาษาสเปนผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่คนดูยี้ที่สุด จนเกิดข้อกังขาว่าอะไรดลใจคณะกรรมการให้เทรางวัลให้ขนาดนี้ เพราะในบรรดา 10เรื่องที่เข้าชิง Emilia Pérez ได้คะแนนรวมนักวิจารณ์จาก Rotten Tomatoes ไปเพียง 75%และคะแนนจากผู้ชมเพียง 26 % เท่านั้น หนังเป็นตัวแทนประเทศฝรั่งเศสในการเข้าชิงภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมแต่ตัวเรื่องเล่าเรื่องราวของคนเม็กซิโก ว่าด้วยเรื่องของเจ้าพ่อค้ายาที่ต้องการจะวางมือจากวงการและจะไปผ่าตัดแปลงเพศให้เป็นผู้หญิง จึงได้ว่าจ้างทนายหญิงผู้มีความสามารถแต่ผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากที่ทำงานมาช่วยสานฝัน

แม้หนังจะได้รับรางวัลมาแล้วมากมายแต่ก็โดนคนเม็กซิโกแอนตี้อย่างหนักและวิจารณ์ในหลายเรื่องทั้งการนำเสนอเรื่องราวของชนชั้นสังคมของเม็กซิกันแบบไม่ตรงความเป็นจริงและค่อนข้างสื่อไปในแง่ลบ ด้านกลุ่มคน LGBTQ+ ก็ไม่ขอบเรื่องนี้เพราะมีแนวคิดที่ล้าสมัยเกี่ยวกับประเด็นการข้ามเพศ แถมยังมีเรื่องภาษาสเปนของ Selena Gomez ที่จัดว่าแย่ รวมถึงเพลงที่ร้องในเรื่องก็ไม่ได้ไพเราะติดหูแบบมิวสิคคัลเรื่องอื่น ๆ อย่างไรก็ตามการเข้าชิงรางวัลของ Emilia Pérez ก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เนื่องจาก Karla Sofía Gascón (การ์ลา โซฟิอา กัสกอน) ผู้เป็นนักแสดงหญิงข้ามเพศ ได้เข้าชิงรางวัลในฐานะนักแสดงนำหญิงเป็นคนแรกนับตั้งแต่มีการจัดพิธีมอบรางวัลออสการ์มาเกือบ 100ปี

ตัวอย่าง Emilia Pérez ฉากที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักเป็นฉากคลินิกแปลงเพศในประเทศไทย

หนังสยองไม่ถูกเมิน

ที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันว่าหนังสยองขวัญมักถูกกรรมการออสการ์มองข้ามเสมอ โดยมีหนังสยองเพียง 6 เรื่องเท่านั้นที่ได้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ The Exorcist (1973) , Jaws (1975) , The Silence of the Lambs (1991) , The Sixth Sense (1999) , Black Swan (2010) , Get Out (2017) แต่ ในปีนี้เรื่องThe Substance (2024) สามารถผ่านด่านอรหันต์เข้ามาชิงรางวัลได้ถึง 5รางวัล

และที่น่าสนใจคือออสการ์ยังมีเรื่อง Nosferatu และ Alien: Romulus ก็เข้าชิงรางวัลอีกด้วย แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเปิดกว้างให้หนังหลากหลายแนวได้รับการพิจารณามากขึ้นกว่าเดิม

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

The Substance

ผู้กำกับ: Coralie Fargeat (กอราลี ฟาร์ฌาต์)

เป็นผู้กำกับหญิงคนที่ 9ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์)

เข้าชิงรางวัล : 5สาขาใหญ่ ได้แก่ Best Picture ,Best Director ,Best Actress ,BestOriginal Screenplay และ Best Makeup & Hairstyling

Photo credit: IMDB

The Substance ใช้เวลาการสร้างถึง 108 วันเพราะต้องใช้การแต่งหน้าแบบพิเศษเยอะมาก หนังใช้ทุนสร้างน้อยมากเพียง17.5ล้านดอลลาร์แต่สามารถทำเงินไปได้ถึง 76.6ล้านดอลลาร์ เนื่องจากเปิดตัวฉายรอบแรกได้อย่างงดงามที่ Cannes Film Festival ครั้งที่ 77และคว้ารางวัล Best Screenplay มาครองทำให้หนังเป็นที่สนใจไปทั่วโลก

Demi Moore โชว์ฝีมือการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิตถ่ายบทของนักแสดงสาวใหญ่ผู้อยู่ในวัยสังขารร่วงโรยที่พยายามยื้อความสวยความสาวไว้สุดแรงเกิด จนคว้ารางวัล Golden Globe Awards ครั้งที่ 82ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม Best Actress in a Musical or Comedy มาครองและเธอยังเป็นตัวเก็งที่จะคว้ารางวัลออสการ์อีกด้วย

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Nosferatu

ผู้กำกับ: Robert Eggers (โรเบิร์ต เอ็กเกอรส์)

เข้าชิงรางวัล : 4สาขา – Best Production Design – Best Cinematography

Best Makeup and Hairstyling – และ Best Costume Design

Photo credit: IMDB

หนังรีเมคปลุกตำนานผีดิบตัวพ่อจากภาคต้นฉบับปี 1922ที่สร้างความเขย่าขวัญให้กับผู้ชมเมื่อกว่า 100ปีก่อน คราวนี้มาพร้อมกับเหล่านักแสดงแห่งยุค Lily-Rose Depp (ลิลลี่-โรส เดปป์) Emma Corrin (เอ็มม่า คอร์ริน) , Nicholas Hoult (นิโคลัส ฮอลต์), Aaron Taylor-Johnson (แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน) และ Willem Dafoe ( วิลเลม เดโฟ)

ผู้ที่มารับบท Count Orlok แวมไพร์ผู้มีหน้าตาสยดสยองบทบาทสำคัญของเรื่อง ก็คือ Bill Skarsgård (บิล สการ์สการ์ด) นักแสดงหนุ่มหล่อผู้เชี่ยวชาญในการรับบทปีศาจ ซึ่งแจ้งเกิดจากบทตัวตลก Pennywise ในเรื่อง IT (2017) โดยเดิมทีแล้วคนที่ Robert Eggers อยากให้มารับบทนี้ ก็คือนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง Daniel Day-Lewis (แดเนียล เดย์ ลูอิส)และ Mads Mikkelsen (แมดส์ มิคเคลเซน)

Bill Skarsgård ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อรับบทท่านเคานต์ออร์ล็อก เขาต้องลดน้ำหนักไปเยอะและเรียนปรับเสียงพูดกับ Ásgerður Júníusdóttir นักร้องโอเปร่าชาวไอซ์แลนด์เพื่อสร้างเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ และในแต่ละวันเขาต้องใช้เวลาแต่งหน้าเอ็ฟเฟคพิเศษนานถึง 6ชั่วโมง ถึงจะได้รูปลักษณ์ปีศาจสุดสะพรึง ซึ่งจะมาด้วยชุดหรูหราสไตล์ขุนนางชาวทรานซิลเวเนีย ผู้สวมใส่เครื่องแต่งกายฮังการีแท้จากศตวรรษที่ 16

เปิดโอกาสให้หน้าใหม่ได้ลุ้นรางวัลครั้งแรก

ในสาขาการแสดงปีนี้ผู้เข้าชิงออสการ์ทั้งนักแสดงนำและสมทบ ทั้งหมด 20คนมีนักแสดงที่เพิ่งเคยมีชื่อเสนอเข้าชิงครั้งแรกถึง 13คน ซึ่งคนที่เป็นที่พูดถึงมากในสื่อต่าง ๆ ได้แก่

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Demi Moore (เดมี่ มัวร์) จากเรื่องThe Substance แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นตัวแม่ที่อยู่มาทุกยุค แต่รางวัลทางด้านการแสดงเพิ่งจะมาได้จากเรื่องนี้เรื่องแรก การได้รางวัลลูกโลกทองคำและเข้าชิงออสการ์นักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในวัย 62ปี ทำให้เธอรู้สึกดีใจมากและได้รับรู้ความรู้สึกมีพลังที่จะทำอาชีพนักแสดงอีกครั้ง

Photo credit: IMDB

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Mikey Madison (ไมค์กี้ เมดิสัน) จากเรื่องAnora เธอเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมที่อายุน้อยที่สุดในปีนี้ (อายุ 25 ป๊) ความโดดเด่นของเธอในตอนนี้ทำให้เหล่านักแสดงและผู้กำกับดังมากมายต่างก็อยากทำงานกับเธอ

Photo credit: IMDB

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Ariana Grande (อารีอาน่า กรานเด) เข้าชิงสมทบหญิงจากเรื่องWicked บทบาท Glinda แม่มดผู้แสนดี ทำให้เธอเปล่งประกายมากกว่าเดิมเหมือนโรยด้วยผงนางฟ้า นอกจากเสียงอันไพเราะแล้วเธอยังมีลีลาการแสดงที่น่ารักน่าหยิก

Photo credit: IMDB

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Zoe Saldaña (โซอี้ ซัลดาน่า) แม้จะเป็นนักแสดงหญิงหนึ่งเดียวที่มีหนังที่เธอร่วมแสดงนำได้เงินมากกว่า 2พันล้านดอลลาร์ ถึง 4เรื่อง แต่สำหรับรางวัลด้านการแสดงเธอเพิ่งจะได้รับจากเรื่อง Emilia Pérez โดยตอนนี้เธอมีลูกโลกทองคำอยู่ในมือแล้ว เหลือรอแค่ออสการ์จะพลิกโผหรือไม๋

Photo credit: IMDB

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Sebastian Stan (เซบาสเตียน สแตน) นักแสดงหนุ่มหล่อผู้เป็นที่รู้จักจากบทซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล ในตอนนี้เขาพลิกมารับงานที่ท้าทายตัวเองหลายเรื่อง จนได้เข้าชิงนักแสดงนำชายจากเรื่อง The Apprentice ซึ่งเขารับบทเป็น Donald Trump ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าเขาจะเป็นนักแสดงนำชายคนเดียวที่เพิ่งเข้าชิงครั้งแรก แต่การรางวัลลูกโลกทองคำมาครองก็ทำให้เขาเป็นผู้เข้าชิงที่ประมาทไม่ได้

Photo credit: IMDB

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Kieran Culkin (เคียแรน คัลกิ้น) หลังจากแสดงฝีมือในซีรีส์Succession เขาก็โด่งดังขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่การแสดงอันยอดเยี่ยมในเรื่อง A Real Pain เป็นสิ่งที่ทำให้เขาคว้ารางวัลสมทบชายมจาก Golden Globe ซึ่งสำหรับเวทีออสการ์ต้องลุ้นกันว่าเขาจะเอาชนะใจกรรมการได้หรือไม่

Photo credit: IMDB

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Yura Borisov (ยูริ บอริซอฟ) การแสดงที่มีเสน่ห์อันเหลือล้นของเขาทำให้ได้ชิงรางวัลออสการ์สาขาสมทบชายครั้งแรก จากเรื่อง Anora และเขายังเป็นนักแสดงเชื้อสายรัสเซียคนแรกในรอบ 48ปีที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ นับจาก Mikhail Baryshnikov (มีคาอิล บารึชนิคอฟ) ที่ได้เข้าชิงจากเรื่อง The Turning Point (1977)

Photo credit: IMDB

Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB
Photo credit: IMDB

Guy Pearce (กาย เพียร์ซ) หลังจากคร่ำหวอดในแวดวงฮอลลีวู้ดมาเนิ่นนานจนหลายคนลืมไปแล้วว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนออสเตรเลีย ปีนี้เขาโชว์ฝีมืออันยอดเยี่ยมกับบท Harrison Lee Van Buren Sr. ในเรื่อง The Brutalist จนได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาสมทบชายครั้งแรก

Photo credit: IMDB

Feature and Hero Image Credit: IMDB

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...