โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มนุษย์หมาป่า‘ อดีตมอนสเตอร์น่ากลัว สู่ตัวละครหลากมิติในโลกภาพยนตร์

BT Beartai

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 11.08 น.
‘มนุษย์หมาป่า‘ อดีตมอนสเตอร์น่ากลัว สู่ตัวละครหลากมิติในโลกภาพยนตร์

หากพูดถึงสัตว์ประหลาดที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลาย ๆ คนคงนึกถึงแฟรงเกนสไตน์ ศพเดินได้ที่ถูกปลุกขึ้นมา หรือว่าจะเป็นแดร็กคูล่า แวมไพร์กระหายเลือด แต่อีกหนึ่งไอคอนแห่งอสูรกายที่หลายคนอาจคิดถึงคือ ‘มนุษย์หมาป่า’ ที่พร้อมอาละวาดในคืนจันทร์เต็มดวง เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยสัตว์ประหลาดตัวนี้จากหลาย ๆ สื่อ แต่รู้หรือไม่ว่าหลักฐานของความเชื่อเรื่องมนุษย์กลายร่างเป็นหมาป่าที่เก่าแก่ที่สุดนั้นมีอายุมากกว่า 2,000 ปี นั่นคือวรรณกรรม ‘มหากาพย์กิลกาเมช’ (The Epic of Gilgamesh) เป็นเรื่องราวการเดินทางแสวงหาความเป็นอมตะ โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวถึงเทพีอิชทาร์ (Ishtar) ที่ได้มาหลงรักกิลกาเมชแต่โดนปฏิเสธ เนื่องจากเธอเคยสาปคนรักคนก่อนหน้าให้กลายร่างเป็นหมาป่า

จุดเริ่มต้นของมนุษย์หมาป่า ในหนังแนวสยองขวัญ (Horror)

แม้ตำนานของมนุษย์หมาป่าจะมีอายุเป็นพันปี แต่ในโลกของภาพยนตร์จุดเริ่มต้นของครึ่งคนครึ่งหมาป่าต้องย้อนกลับไปในปี 1913 กับ ‘The Werewolf’ ที่ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีมนุษย์หมาป่าปรากฏตัว และต่อมากับ ‘The Wolf Man’ (1941) ที่ได้สร้างภาพลักษณ์ของมอนสเตอร์ตัวนี้ให้ออกมาดูน่ากลัว และฉากการแปลงร่างอันน่าขนลุกในสมัยนั้น ทำให้ชื่อเสียงของมนุษย์หมาป่าเป็นขวัญใจของใครหลาย ๆ คน จนทำให้ในปี 2010 ได้มีการสร้างภาพยนตร์ ‘The Wolfman’ ฉบับรีเมกออกมา และนำแสดงโดย เบนิซิโอ เดล โตโร (Benicio Del Toro)

The Wolf Man (1941)

เมื่อพูดถึงหนังสยองขวัญที่มีมนุษย์หมาป่าเป็นตัวดำเนินเรื่องในยุคต่อมา คงหนีไม่พ้น ‘An American Werewolf in London’ ภาพยนตร์ในปี 1981 ที่เป็นเรื่องราวของ ‘เดวิด’ ชาวอเมริกันที่ไปท่องเที่ยวในอังกฤษก่อนจะถูกทำร้ายจากมนุษย์หมาป่า และทำให้เขาต้องกลายเป็นมนุษย์หมาป่าคนต่อไป โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ใช้เทคนิคการถ่ายทำฉากกลายร่างและการแต่งหน้านักแสดงให้กลายเป็นอสูรกายได้อย่างสมจริง จนสามารถคว้ารางวัลออสการ์ ครั้งที่ 54 (ปี 1982) สาขาแต่งหน้าและออกแบบทรงผมยอดเยี่ยม (Best Makeup and Hairstyling) ไปได้

An American Werewolf in London (1981)

หนังแนวแฟนตาซี (Fantasy)

หลังจากนั้นมนุษย์หมาป่าก็ได้ตอกย้ำชื่อเสียงของความน่ากลัวและพาผู้ชมเข้าสู่โลกแฟนตาซี เมื่อตัวละครนี้ได้ไปปรากฏตัวในวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอย่าง ‘Harry Potter and the Prisoner of Azkaban’ หนังสือลำดับที่ 3 ของ เจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ที่ได้มีตัวละครมนุษย์หมาป่าอย่าง รีมัส ลูปิน (Remus Lupin) อาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่ฮอกวอตส์ ผู้สามารถแปลงร่างเป็นหมาป่าในคืนจันทร์เต็มดวงได้ โดยเป็นผลมาจากการที่เขาได้ถูกมนุษย์หมาป่ากัดในตอนเด็ก โดยบทนี้ในเวอร์ชันภาพยนตร์ได้ เดวิด ธิวลิส (David Thewlis) นำแสดง

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004)

หนังแนวแอ็กชัน (Action) การปะทะกันระหว่างสองศัตรูตัวฉกาจ

นอกเหนือจากความน่ากลัวที่ถูกถ่ายทอดผ่านจอเงิน มนุษย์หมาป่ายังถูกใช้งานบ่อยครั้งในหนังแอ็กชัน เพื่อเป็นคู่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวอื่น ๆ อย่างภาพยนตร์เรื่อง ‘Frankenstein Meets the Wolf Man’ (1943) ที่ถือเป็นครั้งแรกที่มอนสเตอร์สองตัวมาปะทะกันในโลกภาพยนตร์ จนมาถึงการพบกันของคู่ปรับตลอดกาลอย่างแวมไพร์ ที่เรียกได้ว่ามีหนังเกี่ยวกับการฟาดฟันของทั้งสองสายพันธุ์นี้ออกมาตั้งแต่หนังคลาสสิกอย่าง ‘House of Frankenstein’ (1944) ที่นอกจากสัตว์ประหลาดทั้งสองแล้วก็ยังมีแฟรงเกนสไตน์มาร่วมด้วย ยุคต่อมาได้มีแฟรนไชส์มหากาพย์การต่อสู้ของแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าถูกนำมาตีความและเผยแพร่ใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ‘Underworld’ (2003 – 2016) นำแสดงโดย เคต เบ็กคินเซล (Kate Beckinsale) และ ‘Van Helsing’ (2004) ที่นำแสดงโดย ฮิว แจ็กแมน (Hugh Jackman)

Van Helsing (2004)

นอกจากความโหดร้าย หมาป่าก็มีหัวใจ ในหนังแนวโรแมนติก (Romantic)

โดยในยุคปัจจุบันใช่ว่าจะมีแต่หนังน่ากลัวหรือแอ็กชันที่จะได้เห็นมนุษย์หมาป่า เพราะแม้แต่หนังรักก็ยังสามารถมีมอนสเตอร์ตัวนี้อยู่ได้ อย่าง ‘The Twilight Saga’ (2008 – 2012) ที่นำแสดงโดย โรเบิร์ต แพตทินสัน (Robert Pattinson), คริสเตน สจวร์ต (Kristen Stewart) และ เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ (Taylor Lautner) เรื่องราวของการต่อสู้ของ เอ็ดเวิร์ด คัลเลน แวมไพร์ที่ได้ไปหลงรักผู้หญิงคนเดียวกันกับ เจคอบ แบล็ก ชายผู้สามารถกลายร่างเป็นหมาป่าได้ จึงทำให้เกิดสงครามหัวใจที่ทั้งสองฝ่ายต้องแย่งชิงหญิงสาว

The Twilight Saga (2008 – 2012)

หนังแนวดราม่า (Drama)

การเดินทางของมนุษย์หมาป่าอาจไม่ได้จบลงเพียงภาพยนตร์ทั้งสี่แนวที่กล่าวมาเท่านั้น เพราะ ‘Wolf Children’ แอนิเมชันในปี 2012 ได้ทำให้เห็นว่ามนุษย์หมาป่าก็สามารถไปโผล่ในแอนิเมชันดราม่าได้ โดยเนื้อเรื่องเริ่มจาก ฮานะ สาวมหาลัยที่ได้ไปพบรักกับ โอกามิ ก่อนที่จะรู้ความจริงว่าเขานั้นเป็นมนุษย์หมาป่าและต่อมาทั้งคู่ก็ได้มีลูกด้วยกันถึงสองคน แต่โชคร้ายที่โอกามิได้เสียชีวิตก่อนที่ลูก ๆ จะเติบโต พร้อมกันกับที่ฮานะได้พบความจริงว่าลูกของพวกเขาก็เป็นมนุษย์หมาป่าเช่นกัน ทั้งสามจึงต้องใช้ชีวิตโดยปกปิดความจริงนี้ ตัวหนังสามารถพาผู้ชมไปรับชมสายสัมพันธ์ของแม่ลูกที่แน่นแฟ้นและช่วงเปลี่ยนผ่านวัยที่แสนยากลำบาก แต่ยากยิ่งกว่าเมื่อพวกเขาต้องปกปิดสัญชาตญาณสัตว์ป่าของตนเอง

Wolf Children (2012)

มนุษย์หมาป่า ในหนังตลก (Comedy)

เมื่อพูดถึงหนังมนุษย์หมาป่าไปหลายแนวแล้ว ประเทศไทยเราก็เคยมีการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ตัวนี้อยู่เช่นกัน ในหนังแนวคอเมดี นั่นคือ ‘คนหอนขี้เรื้อน ในคืนเดือนเสี้ยว’ (2005) หนังตลกที่นำแสดงโดย โหน่ง ชะชะช่า เป็นเรื่องของแฟรงค์ หนุ่มดวงซวยที่หลบหนีกลุ่มอันธพาลเข้าไปในตึกร้างและโดนมนุษย์หมาป่าที่อาศัยอยู่ในตึกกัดเข้า แต่แทนที่เขาจะกลายเป็นหมาป่าตามตำนาน เขากลับกลายร่างเป็นเพียงหมาป่าขี้เรื้อน ทั้งยังต้องหนีจากนักล่าหมาป่าที่หมายจะเอาชีวิตของเขา

หากพิจารณาจากจุดเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มตำนาน ที่มนุษย์หมาป่ามักถูกมองด้วยภาพของสัตว์ร้ายที่น่ากลัว จึงไม่แปลกกับการเปิดตัวครั้งแรกในโลกภาพยนตร์ด้วยหนังแนวสยองขวัญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจากอสูรกายในอดีตสู่การเป็นตัวละครที่สามารถไปปรากฏในหนังแนวอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกันดังที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น จากการรังสรรค์เรื่องราวของผู้สร้างตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ ทำให้ผู้ชมได้รู้ว่ามอนสเตอร์ตัวนี้ก็มีหัวจิตหัวใจ มีความรักได้ และมีอารมณ์เศร้าได้ โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาพจำเพียงภาพเดียว ด้วยเหตุผลนี้จึงอาจทำให้มนุษย์หมาป่าสามารถโลดแล่นและครองใจผู้ชมผ่านหน้าจอมาได้นานหลายร้อยปี และไม่แน่ว่าในอนาคตผู้ชมก็อาจได้เห็นมนุษย์หมาป่าในหนังแนวอื่น ๆ อีกก็เป็นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...