หุ้นกลุ่มอาหาร ปี 68 ราคาวัตถุดิบลด-GPM ขยายตัว
#หุ้นพลังงาน #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์ โดย บล.กสิกรไทย
ลงทุนไปพร้อมกับสภาพภูมิอากาศ
ปี 68 จะเป็นปีที่ราคาวัตถุดิบลดลงจากปรากฏการณ์เอลนีโญเต็มรูปแบบที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ปรากฏการณ์ลานีญาแบบอ่อน เราจึงคาดว่า GPM จะขยายตัว
เราคาดว่ารายได้รวมของกลุ่มธุรกิจนี้ในปี 68 จะเติบโต 8% ส่วนในแง่ของกำไร เราคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 36% ด้วยอัตรากำไรที่ขยายตัวขึ้น
เรามีมุมมองกลางต่อกลุ่ม F&B จากมูลค่าหุ้นและศักยภาพการเติบโตที่เทียบเคียงได้กับ SET โดยหุ้นเด่น ได้แก่ OSP และ TKN จากมูลค่าที่น่าสนใจที่สุด
Investment Topics
สภาพภูมิอากาศ ศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศ (CPC) คาดการณ์ว่ามีโอกาส 57% ที่ปรากฏการณ์ลานีญาจะรุนแรงน้อยลงและเกิดขึ้นในช่วงสั้นลงในช่วงปลายปี 2567 โดยผลกระทบน่าจะคงอยู่จนถึงต้นปี 2568 ปรากฏการณ์ลานีญาซึ่งมีลักษณะทำให้อุณหภูมิที่เย็นลง มีอิทธิพลต่อสภาพอากาศทั่วโลก โดยส่งผลต่อการผลิตพืชผลผ่านการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ และฤดูกาลเพาะปลูก แม้ว่าจะมีลักษณะอากาศอบอุ่น แต่คาดว่าปรากฏการณ์ลานีญาจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยฟื้นตัวจากผลกระทบเชิงลบของปรากฏการณ์เอลนีโญและอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา
ผลกระทบ เราเชื่อว่าปรากฏการณ์ลานีญาในปีนี้น่าจะส่งผลให้ผลผลิตสาหร่าย น้ำตาลในประเทศ และข้าวสาลีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อ TKN SAPPE OSP และ RBF ในปี 2568 เนื่องจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นน่าจะกดดันให้ราคาวัตถุดิบลดลง บริษัทส่วนใหญ่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราแจ้งว่าต้นทุนวัตถุดิบลดลงมากกว่า 5-10% จากปีที่แล้ว
แนวโน้มปี 2568เมื่อใกล้สิ้นปี 2567 เราคาดว่ายอดขายรวมและกำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจนี้จะอยู่ที่ 7.27 หมื่นลบ. และ 6.70 พันลบ. เติบโต 4% และลดลง 11% YoY ตามลำดับ แม้ว่าบริษัทที่เราวิเคราะห์อยู่จะคาดการณ์การเติบโตของยอดขายปี 2568 ที่ 10-15% แต่เราคาดว่ายอดขายจะเติบโตอย่างระมัดระวังมากขึ้นที่ 8% โดยพิจารณาถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เช่น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ และการสะสมสต๊อกสินค้า ในแง่ของกำไร เราคาดว่ากลุ่มธุรกิจนี้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 36% หากไม่รวม OSP จะเติบโตถึง 13.5% ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการขยายตัวของอัตรากำไรสุทธิ (NPM) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
Valuation and Recommendation
มุมมองกลาง บล.กสิกรไทยคงมุมมองที่เป็นกลางต่อกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยซื้อขายด้วย PER ปี 2568 ที่ 18.9 เท่า โดยมีการเติบโตของกำไรปกติที่ 13.5%เมื่อเทียบกับ PER ปี 2568 ของ SET ที่ 15.1 เท่า และการเติบโตของ EPS ที่ 10.5% แม้จะซื้อขายด้วย PER ที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 19 เท่า แต่กลุ่มธุรกิจนี้มีการประเมินมูลค่าหุ้นและศักยภาพในการเติบโตที่เทียบเคียงได้กับ SET ซึ่งช่วยหนุนมุมมองที่เป็นกลางของเรา
หุ้นเด่นในบรรดาหุ้นที่ได้รับประโยชน์ทั้ง 4 ตัวที่กล่าวถึงข้างต้น เราเลือก OSP (ราคาเป้าหมาย 27.6 บาท) และ TKN (ราคาเป้าหมาย 13.6 บาท) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธุรกิจนี้นอกจากประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่อาจลดลงและกลยุทธ์การเติบโดที่แข็งแกร่งแล้ว การประเมินมูลค่าหุ้นของทั้ง 2บริษัทยังถูกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มนี้ ดังที่แสดงในแผนภาพ 42 จะเห็นว่า OSP และ TKN อยู่เหนือเส้นแนวโน้มการเติบโตและการประเมินมูลค่าหุ้น โดยให้การประเมินมูลค่าหุ้นที่น่าดึงดูดใจกว่าห้นที่อยู่ต่ำกว่าเส้นแนวโน้ม
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญในปี 2568 คือการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของเรา CHAO และ ZEN เป็น 2 บริษัทที่มีความอ่อนไหวที่สด ในขณะที่ SAPPE SNNP และ OSP เป็น 3 บริษัทที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุด
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/