โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชวนร่วมขบวนแสดงพลัง ในแคมเปญ ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2566 เวลา 15.15 น.
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย พร้อมเหล่าคนดัง บุ๋น - เปรม กร-Proxie ได๋-ไดอาน่า ร่วมส่งความห่วงใยพร้อมชวนร่วมขบวนแสดงพลัง ในแคมเปญ “HPV Pride Month” NO HPV NO LIMIT #ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี สร้างความปลอดภัยให้ทุกความหลากหลายมีสุขภาพที่ดีที่สุดในแบบฉบับของตนเอง

กรุงเทพฯ 27 มิถุนายน 2566 : โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย บูรณาการความร่วมมือเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักและสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันไวรัสเอชพีวีจัดกิจกรรมรณรงค์ภายใต้แคมเปญ “HPV Pride Month” NO HPV NO LIMIT #ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันเชื้อเอชพีวีซึ่งติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสใกล้ชิด และเชื้อเอชพีวีจะสามารถพัฒนากลายเป็นโรคหูดหงอนไก่ หรือมะเร็งต่าง ๆ ได้ในอนาคต อาทิ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ โดยโรคเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกกลุ่มความหลากหลาย ในเดือนมิถุนายนซึ่งตรงกับ PRIDE Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสมาคมมะเร็งวิทยานรีเวชไทย จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกเพศ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย และเพศหลากหลายหันมาตระหนักถึงภัยร้ายของโรคมะเร็งที่เกิดจากเชื้อเอชพีวี และมาร่วมขบวนรณรงค์แสดงพลังหยุดเชื้อเอชพีวีไปด้วยกันในกิจกรรม “HPV Pride Month” NO HPV NO LIMIT #ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี จัดขึ้นที่ CRA HALL ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รวมทั้งเปิดให้รับชมผ่านทางช่อง Youtube CRA CHULABHORN Channel และ Facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมส่งสารรณรงค์ประชาสัมพันธ์ปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนตื่นตัว มีความรู้มีความเข้าใจ ก้าวทันโรคและป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี ลดเสี่ยงมะเร็งที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสเอชพีวี ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ และฉีดวัคซีนเอชพีวีให้มีภูมิต้านทาน สร้างความปลอดภัยในการใช้ชีวิตให้ทุกความหลากหลายภายใต้พื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถมีสุขภาพที่ดีที่สุดในแบบฉบับของตนเอง ภายในงานมีกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี” โดย ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงศิริวรรณ ตั้งจิตกมล ผู้รั้งนายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร รักษาการผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและสังคม วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และหัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมรณรงค์หยุดเชื้อเอชพีวีไปกับดารานักร้องสองหนุ่มคู่จิ้นสุดฟิน “บุ๋น นพณัฐ กันทะชัย” และ “เปรม วรุศ ชวลิตรุจิวงษ์” พร้อมด้วย “กร วรรณไพโรจน์” ศิลปินวง Proxie นักศึกษาแพทย์จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่อาสาร่วมขบวนหยุดเชื้อเอชพีวี มาร่วมพูดคุยส่งความห่วงใยให้กับทุกคน เพราะไม่อยากให้ทุกคนต้องพบกับการสูญเสียที่เกิดจากโรคมะเร็งเลยอยากร่วมรณรงค์ชวนกันมาป้องกันหยุดเชื้อเอชพีวี พร้อมร่วมเล่นเกมสนุกๆ สร้างรอยยิ้มและพลังใจให้กับผู้ร่วมแสดงพลัง NO HPV NO LIMIT เข้ารับวัคซีนเอชพีวีในวันงานและแฟนคลับแบบใกล้ชิดติดขอบเวทีโดยมี “ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ” รับหน้าที่พิธีกรในงาน

ชวนร่วมขบวนแสดงพลัง ในแคมเปญ ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงศิริวรรณ ตั้งจิตกมล ผู้รั้งนายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่า “ในเดือนมิถุนายนนี้ นับเป็นโอกาสอันดีซึ่งตรงกับเดือน PRIDE Month จึงได้ร่วมกันจัดบริการวิชาการโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพแก่ประชาชน สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชพีวีในวงกว้างซึ่งทางสมาคมฯและราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รณรงค์มาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในสตรี และปีนี้ภายใต้แคมเปญ HPV PRIDE Month NO HPV NO LIMIT #ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี เราจึงได้ขยายกลุ่มเป้าหมายในการรณรงค์สู่เพศหลากหลายกับเชื้อ HPV โดยสารรณรงค์ประชาสัมพันธ์เน้นให้ความสำคัญต่อการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี และเพราะการมีเพศสัมพันธ์คือสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อ HPV การมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าใคร หรือไม่ว่าจะทางไหน หากไม่ใส่ใจป้องกัน ก็อาจมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ทำให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV ทุกเพศไม่ต่างกัน และทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์มีสิทธิ์ติดเชื้อ HPV ได้ โดยพบว่ากว่า 8 ใน 10 คนเคยได้รับเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย พบการติดเชื้อ HPV สูงกว่าผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงถึง 2-5 เท่า”

ชวนร่วมขบวนแสดงพลัง ในแคมเปญ ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี

ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร รักษาการผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและสังคม วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และหัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อเอชพีวีกับโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ว่า“HPV ย่อมาจาก Human Papilloma Virus เป็นไวรัสที่ก่อโรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก รวมถึงมะเร็งช่องปากและลำคอ และหูดหงอนไก่ ทุกกลุ่มเพศหลากหลายหรือใครก็ตามที่ยังมีเพศสัมพันธ์อยู่ก็มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ HPV ได้ไม่แตกต่างกัน การติดเชื้อ HPV เป็นเหมือนภัยเงียบที่ไม่แสดงอาการใด ๆ ถ้าร่างกายแข็งแรงเชื้อ HPV จะถูกกำจัดออกไปได้เอง แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอการติดเชื้อดังกล่าวอาจพัฒนากลายไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งเชื้อเอชพีวีที่ก่อโรคมีประมาณ 40 สายพันธุ์ แต่มีเพียงไม่กี่สายพันธุ์ที่ก่อโรคบ่อย ได้แก่ HPV 6, 11 สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำทำให้เกิดหูด HPV 16, 18, 58, 52, 45 สายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมาก โดยปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการติดเชื้อ HPV คือการพัฒนารอยโรคไปสู่มะเร็งชนิดต่าง ๆ ในอนาคตได้”

ชวนร่วมขบวนแสดงพลัง ในแคมเปญ ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี

โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร ได้ให้ข้อมูลว่าเชื้อเอชพีวีเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากที่สุดถึง 70% และมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่าคนที่ไม่ติดเชื้อ HPV ถึง 35 เท่า HPV 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 เป็น 7 สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกที่พบบ่อย โดยวิทยาการทางการแพทย์ได้เจริญก้าวหน้ามีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสำหรับสตรีด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากการตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA) ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยวิธีแพปสเมียร์แบบเดิมสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 10 ปี ถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น และบางครั้งกว่าจะตรวจพบก็เข้าสู่มะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว ดังนั้น ในปัจจุบันจึงแนะนำให้สตรีในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือในกลุ่มสตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งสามารถตรวจได้ถึง 14 สายพันธุ์ และสามารถระบุได้ว่าเป็นการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงในการพัฒนารอยโรคหรือไม่ รวมถึงตอนนี้มี HPV Self Sampling ที่สามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยตนเอง การตรวจหารอยโรคก่อนมะเร็งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้แพทย์ควบคุมความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูก และตัดสินใจเลือกวิธีรักษาโดยมีข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับ มะเร็งทวารหนัก การติดเชื้อ HPV ก็เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญของการก่อโรคมะเร็งทวารหนักในกลุ่มผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก โดยในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย พบว่ามีการกำจัดเชื้อ HPV ที่บริเวณทวารหนักได้ต่ำกว่าในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงทำให้มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งทวารหนักได้สูงกว่าถึง 20 เท่า และมะเร็งช่องปากและลำคอ ปัจจุบันพบจำนวนผู้ป่วยมะเร็งคอหอยส่วนบนหลังช่องปาก (HPV-related Oropharyngeal Cancer) ในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร สูงกว่าผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกเป็นอย่างมาก และมักพบในผู้ชายสูงกว่าในผู้หญิง สำหรับในประเทศไทยและประเทศในเอเชียแม้อุบัติการณ์น้อยกว่าประเทศทางยุโรปหรืออเมริกา แต่จากการศึกษาแบบ Meta-Analysis ที่เก็บข้อมูลจากหลายประเทศในเอเชีย พบความชุกของมะเร็งช่องปากและลำคอประมาณ 37% และพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับประเด็นเพศหลากหลายฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ ได้ให้ข้อมูลว่า “การมีเพศสัมพันธ์คือสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อ HPV ทุกเพศไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย และทุกกลุ่มเพศหลากหลายหรือใครก็ตามที่ยังมีเพศสัมพันธ์อยู่ ก็มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ HPV ได้ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น การฉีดวัคซีน HPV เพิ่มภูมิต้านทานจึงมีประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัย และยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอด้วย สำหรับการรณรงค์ฉีดวัคซีน HPV ในประเทศไทยได้มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยแพทย์แนะนำให้เริ่มฉีดได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไปทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยผู้ปกครองก็เริ่มมีการพาลูกผู้ชายมาฉีด แต่ก็ยังไม่นิยมเท่าผู้หญิง เพราะจุดเริ่มต้นในประเทศไทยของการณรงค์ให้ฉีดวัคซีนคือต้องการลดปัญหามะเร็งปากมดลูก เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา หากไม่ป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน HPV รวมทั้งมีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการมีคู่นอนหลายคน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ในกลุ่ม Transmen ผู้ชายข้ามเพศ บางคนที่ใช้ Hormone อย่างเดียว ไม่ได้ผ่าตัด จะยังมีมดลูกอยู่ก็สามารถติดเชื้อ HPV ได้ และเป็นมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกัน และมีโอกาสเป็นมะเร็งช่องคลอดได้หากยังมีเพศสัมพันธ์แบบเพศหญิงทั่วไป ในกลุ่ม Transwomen สตรีข้ามเพศ สามารถติด HPV ได้เช่นกันและก็เป็นสาเหตุของมะเร็งทวารหนักได้ โดยกลุ่มที่ผ่าตัดแปลงเพศที่มีช่องคลอดใหม่แล้ว พบว่า HPV เป็นสาเหตุของมะเร็งที่ช่องคลอดใหม่ได้เหมือนกัน ดังนั้น Transwomen ที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วควรตรวจภายในทุกปี ร่วมกับการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน HPV ให้มีภูมิต้านทานก็มีประโยชน์ลดเสี่ยงการโรคร้ายในอนาคต”

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV มีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ทั้งวัคซีนเอชพีวีชนิด 2 สายพันธุ์ (16, 18 ) 4 สายพันธุ์ (6, 11, 16, 18) และวัคซีนเอชพีวีชนิด 9 สายพันธุ์ (6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58) โดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป โดยเด็กช่วงอายุ 9-15 ปี จะเป็นช่วงวัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุดเนื่องจากกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงและยังไม่มีเพศสัมพันธ์ สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป รับวัคซีนทั้งหมด 3 เข็ม ทั้งนี้ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมสร้างความปลอดภัยห่างไกลมะเร็งที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชพีวีด้วยการตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี ชั้น 9 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-20.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น. Add LINE นัดหมายผ่านทาง LINE Official @chulabhornhospital กดเมนู “ศูนย์การรักษา” เลือกศูนย์ “สุขภาพสตรี” และกดติดต่อนัดหมายการตรวจคัดกรองและการฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวี มาร่วมขบวนหยุดเชื้อเอชพีวีไปด้วยกัน No HPV No Limit #ชีวิตไม่สะดุดถึงวันหยุดเอชพีวี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...