โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก 'SLAPP' การฟ้องปิดปาก ที่ก่อให้สังคมเกิดภาวะชะงัก-กลัว ในการตรวจสอบกลุ่มทุนผูกขาด

The MATTER

เผยแพร่ 28 พ.ค. 2566 เวลา 10.11 น. • Brief

“การฟ้อง SLAPP ทำให้สังคมเกิดภาวะชะงักงันในการแสดงความคิดเห็นต่อกลุ่มทุนผูกขาด ที่ไม่ได้ต้องการชัยชนะ แต่เป็นเพียงการข่มขู่ กลั่นแกล้ง และปิดปาก”

เมื่อวานนี้ (27 พฤษภาคม) ยุ้ย–สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียนและนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ออกมาเปิดเผยเอกสารการถูกฟ้องหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท โดยบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (Gulf Energy Development) จากกรณีถูกกล่าวหาว่าผูกขาด และในวันนี้ (28 พฤษภาคม) อ. สฤณี ก็ออกมาระบุเพิ่มว่า หมายศาลซึ่งเป็นคดีอาญามาเพิ่มอีกฉบับ ซึ่งโดยสรุปแล้ว เธอถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาททั้งในคดีแพ่งและอาญา

อย่างไรก็ดี กรณีนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการฟ้องแบบ ‘SLAPP’ หรือ การฟ้องเพื่อลดการตรวจสอบ ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาอธิบายการฟ้องร้องดังกล่าวกันว่า มันคืออะไรและกระบวนการยุติธรรมสามารถช่วยเหลือผู้ถูกฟ้องร้องอย่างไรได้บ้าง

ขออธิบายก่อนว่า การฟ้องเพื่อลดการตรวจสอบ หรือ SLAPP ซึ่งย่อมาจาก Strategic Lawsuit against Public Participation ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยนักทฤษฎีกฎหมายชาวอเมริกัน โดยมันมีความหมายว่า การฟ้องร้องที่ปราศจากการแสวงหาความยุติธรรมอันเป็นสาระสำคัญ (Substantial Merit) โดยภาคเอกชน เพื่อหยุดพลเมืองไม่ให้ใช้สิทธิทางการเมือง และยังเป็นการลงโทษพวกเขาด้วยการฟ้องหมิ่นประมาท ซึ่งการฟ้องร้องในกระบวนยุติธรรมเหล่านั้น จึงไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งแสวงหาความยุติธรรม แต่เป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อกดดัน จำกัดการแสดงออก เพราะผู้ที่ถูกฟ้องจำเป็นต้องวิ่งเต้นสู้คดี รวมทั้งยังเป็นการยุติข้อเรียกร้องจากกลุ่มนักเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ วิธีการดังกล่าวยังเป็นที่นิยมในหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศไทย และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยส่วนใหญ่ ซึ่งการกระทำนี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างบริษัทเอกชนกับภาคประชาชน

อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนในหลายๆ ประเทศ มีการเสนอกฎหมายป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP Law) แต่ในประเทศไทยมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการฟ้องคดีปิดปากในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ พ.ศ. …. เพื่อนำมาใช้เป็นกฎหมายปกป้องประชาชน

เพราะจุดประสงค์หลักของผู้ฟ้องคดีไม่ได้มุ่งหวังในผลแพ้ชนะของคดี เพียงแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อข่มขู่ กลั่นแกล้ง หรือขัดขวางประชาชนที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการร้องเรียน แสดงความคิดเห็น หรือแจ้งเบาะแสเท่านั้น

ดังนั้น ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นเครื่องมือเพื่อป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก ตั้งแต่ในชั้นเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในปัจจุบันคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการไปเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. เสนอ ก่อนจะนำไปเสนอให้รัฐสภาต่อไป

ต่อมา คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแล้วเห็นควรแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เพิ่มเติม โดยกำหนดมาตรการหรือกลไกในการป้องกันการฟ้องปิดปาก เพื่อให้เป็นไปตามหลักการที่มีในร่างดังกล่าว

ทั้งนี้ กฎหมายนี้จะเป็นกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งได้กำหนดให้มี ‘กฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP Law)’ และสอดคล้องกับมาตรา 63 ประกอบมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ท้ายที่สุดแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีบทบาทสำคัญต่อต่อกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP Law) เพราะมีอำนาจในการใช้กลไกทางกฏหมาย และพิจารณาว่าบุคคลใดสมควรได้รับความคุ้มครอง และความช่วยเหลือในกรณีที่ถูกฟ้องคดีทั้งทางแพ่ง ทางอาญา รวมถึงการถูกดำเนินการทางวินัย

อ้างอิงจาก

pptvhd36.com

facebook.com (1)

twitter.com

#กลุ่มทุนผูกขาด #การฟ้องปิดปาก #การฟ้องเพื่อลดการตรวจสอบ #ปปช #SLAPP #AntiSLAPLaw #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...