โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชายนิรนามวัย 60 ปี ซดยากำจัดแมลงศัตรูพืช เสียชีวิตบนท้ายโบกี้รถไฟ จ.นครสวรรค์

สวพ.FM91

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 19.59 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 19.59 น.

ชายนิรนามวัย 60 ปี ซดยากำจัดแมลงศัตรูพืช เสียชีวิตบนท้ายโบกี้รถไฟ จ.นครสวรรค์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอยู่บนตู้โบกี้ที่ 3 ขบวนรถไฟ ธรรมดาที่ 212 ตะพานหิน-กรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งเดินทางมาจอดอยู่ที่สถานีนครสวรรค์ โดยมีนายนัฐวุฒิ ฉิมประเวศ พนักงานขับรถ และนายวิโรจน์ นิ่มลอง เป็นพนักงานรักษารถไฟขบวนดังกล่าว รีบประสานให้เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟให้เข้าตรวจสอบโดยด่วน เนื่องจากผู้โดยสารมีรูปร่างที่ใหญ่ร่างกายติดขวางทางเดินบันไดทางขึ้นลงตู้รถไฟ จึงทำให้ไม่สามารถเปิดประตูเข้าช่วยเหลือได้ จึงได้ประสานงานงานหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เพื่อทำการช่วยเหลือ

ต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และเจ้าหน้าที่ร้อยเวร สภ.หนองปลิง เข้าตรวจสอบชันสูตรผู้เสียชีวิต ไม่พบหลักฐานประจำตัว และไม่พบตั๋วโดยสารแต่อย่างใด พบเพียงแต่ขวดยา ยี่ห้อโบเก้ เพื่อใช้กำจัดหนอนเพลี๊ย สำหรับการเกษตร และถุงหิ้วพลาสติก ส่วนรูปพรรรสัณฐานของผู้เสียชีวิต เป็นชาย อายุประมาณ 60– 65 ปี สวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียว กางเกงขาสั้นสีกรมท่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิเจ้าพ่อกวนอูนครสวรรค์ นำร่างส่งโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) จ.นครสวรรค์

จากการสอบถามนายสมจิตร อายุ 70 ปี เล่าว่า ขณะเดินทางมารอรถไฟที่สถานี เพื่อจะนั่งรถเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ ต.ทับกฤช อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ และเมื่อขบวนรถไฟเข้ามาจอดยังสถานี ก็พบว่า มีชายสูงวัยร่างใหญ่นอนขวางอยู่ทางลงขบวนโบกี้แล้ว โดยที่ข้างกายมีขวดยาที่ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชตกอยู่ อีกทั้ง จากการสังเกตดูใกล้ ก็พบว่า มีกลิ่นยาโชยออกมาจากผู้เสียชีวิตด้วย จึงเชื่อว่า เขาน่าจะเครียดเรื่องอะไรบางอย่าง เลยทำให้คิดสั้น ด้วยการกินยากำจัดแมลงศัตรูพืช ปลิดชีพตนเองบนรถไฟ

ข้อมูล/จาก/สี่แควนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...