จ้าวเว่ยเว่ยสาวน้อยทะลุมิติพร้อมกระจกวิเศษ
ข้อมูลเบื้องต้น
จ้าวเว่ยเว่ยหมอสาวสวยจัดเธอถือเป็นหนึ่งในอัจฉริยะทางด้านศัลยแพทย์แห่งยุคปัจจุบันก็ว่าได้ ฝีมือการผ่าตัดของเธอนั้นเป็นที่ยอมรับของโรงพยาบาลทั่วโลกโรงพยาบาลมากมายต่างก็ต้องการเชิญเธอไปเป็นอาจารย์สอน เธอทุ่มเทชีวิตให้กับการรักษาผู้ป่วยจนหลงลืมการใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาวทั่วไป แต่แล้ววันหนึ่ง ชะตาชีวิตของเธอก็พลิกผัน เมื่อเธอเดินผ่านและสะดุดตากับกระจกโบราณกรอบไม้แกะสลักวิจิตรบรรจงในร้านขายของโบราณแห่งหนึ่ง
ด้วยความหลงใหลในวัตถุโบราณ เธอจึงตัดสินใจซื้อมันมาโดยไม่ลังเล เมื่อกลับถึงบ้าน เธอรีบทำความสะอาดกระจกอย่างทะนุถนอม แต่แล้ว เศษแก้วเล็ก ๆ บนผิวกระจกก็บาดนิ้วของเธอ เลือดหยดลงบนกระจกเป็นรอยด่าง เธอตกตะลึงเมื่อแสงสว่างจ้าสาดส่องออกมา
เมื่อแสงสว่างจางลง จ้าวเว่ยเว่ยพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องของเธออีกต่อไป แต่เธอกลับมาอยู่ในกระท่อมเก่า ๆ ที่มืดมิด ร่างกายของเธออยู่ในชุดขาดลุ่ย สภาพแวดล้อมรอบตัวดูเหมือนยุคโบราณที่ดูก็รู้ว่ายากจนข้นแค้นมาก ทันใดนั้นเองก็มีเสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
"นายหญิงน้อย! ท่านตื่นแล้วหรือยัง?"
มาติดตามชีวิตของคุณหมอสาวจ้าวเว่ยเว่ยผู้มากความสามารถคนนี้ว่าเธอจะพบเจอกับอะไรบ้าง….
ค่าเงิน
1000 อีแปะ = 1 ตำลึงเงิน
100 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราช
บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2538)
ข้าคือกระจกวิเศษ
บทที่ 1 ข้าคือกระจกวิเศษ
"นายหญิงน้อย! ท่านตื่นแล้วหรือยัง?"
จ้าวเว่ยเว่ยตกใจกลัว เธอจ้องมองไปที่กระจกอย่างตะลึงงัน ภาพสะท้อนในกระจกไม่ใช่ใบหน้าของเธอ แต่เป็นเด็กสาวร่างกายผอมแห้งและเธออยู่ในชุดโบราณที่มีรอยปะอยู่ทั่วทั้งตัว เธอยกมือเล็กๆ ที่ผอมแห้งของตัวเองขึ้นมาจับที่ใบหน้า นี่มันคือใบหน้าของเธอตอนที่เธออายุ 14-15นี่น่า ทันใดนั้นเสียงที่เธอได้ยินตอนแรกก็ดังขึ้นมาอีก
"ข้าคือกระจกวิเศษ ข้าถูกสาปให้ถูกกักขังอยู่ในกระจกนี้มานานแสนนาน เลือดของเจ้าปลดปล่อยข้า"
" what??? นี้กำลังล้อเล่นอยู่หรือเปล่า กระจกวิเศษอะไรกัน บ้าแล้ว ตื่นๆๆ"
จ้าวเว่ยเว่ยใช้มือตบหน้าของตัวเองแรงๆ 2-3 ครั้ง และผลที่ได้ก็คือ เธอเจ็บหน้ามากและยังมีรอยแดงของฝ่ามือทั้ง 5 ขึ้นเต็มสองแก้มอีก เธอรีบยกกระจกขึ้นมามองอีกครั้ง พลางคิดว่านี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?? เธอเพิ่งซื้อกระจกโบราณชิ้นนี้ที่มีกรอบสวยงามมากมาจากร้านขายของโบราณที่มาเปิดใหม่ใกล้ๆ กับโรงพยาบาลที่เธอทำงานไม่ใช่หรือ ทำไม ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี้ล่ะ!
จ้าวเว่ยเว่ย หมอสาวผู้เป็นอัจฉริยะแห่งยุค 2024 เธอจบการศึกษาแพทย์ด้านศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 21 ปี ความสามารถของเธอเหนือชั้น เธอสามารถผ่าตัดผู้ป่วยที่ยากที่สุดได้อย่างสำเร็จ ชื่อเสียงของเธอโด่งดังไปทั่วโลก โรงพยาบาลเกือบทั่วโลกต่างก็ต้องการให้เธอไปเป็นอาจารย์แพทย์เพื่อสอนเทคนิคชั้นเลิศของเธอ
ชีวิตของจ้าวเว่ยเว่ยนั้นสมบูรณ์แบบ เธอมีหน้าที่การงานที่ประสบความสำเร็จ เธอได้รับการยกย่องและเคารพจากทุกคน เธอมีเงินทองมากมาย เธอสามารถซื้ออะไรก็ได้ที่เธอต้องการ
แต่ทว่า ลึก ๆ ในใจของเธอ ยังมีความรู้สึกโหยหาบางอย่าง เธอรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่วุ่นวายชีวิตที่มีแต่ งาน งานและงาน เธออยากหาอะไรใหม่ ๆ อะไรที่ท้าทาย อะไรที่ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้น และสิ่งที่เธอหลงใหลอีกอย่างหนึ่งก็คือ ของเก่าของโบราณที่เห็นเป็นไม่ได้ เธอจะต้องเข้าไปดู ไปสอบถามทันที เธอชอบที่จะสืบค้นหาว่าของเก่าแต่ละชิ้นนั้นมีความเป็นมาอย่างไรและไม่เพียงชอบเท่านั้น เธอยังมีสละสมอยู่มากมายด้วย
เมื่อมีเวลาว่าง เธอมักจะหาโอกาสไปดูของที่ร้านขายของเก่าเสมอ และเมื่อไม่นานมานี้ ใกล้ๆ โรงพยาบาลก็มีร้านขายของเก่ามาเปิด ทำให้จ้าวเว่ยเว่ยนั้นตื่นเต้นและดีใจมาก เมื่อเลิกงานก็รีบเดินมาดูของเก่าที่ร้านทันที และเมื่อเธอสะดุดตากับกระจกโบราณกรอบไม้แกะสลักวิจิตรบรรจงในร้านขายของโบราณด้วยความหลงใหลในวัตถุโบราณ เธอจึงตัดสินใจซื้อมันมาโดยไม่ลังเล และนำกลับบ้านทันที เมื่อกลับถึงบ้าน เธอรีบทำความสะอาดกระจกอย่างทะนุถนอม แต่แล้ว เศษแก้วเล็ก ๆ บนผิวกระจกก็บาดนิ้วของเธอ เลือดหยดลงบนกระจกเป็นรอยด่าง เธอตกตะลึงเมื่อแสงสว่างจ้าสาดส่องออกมา
เมื่อแสงสว่างจางลง จ้าวเว่ยเว่ยพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องของเธออีกต่อไป แต่เธอกลับมาอยู่ในกระท่อมเก่า ๆ ที่มืดมิด ร่างกายของเธออยู่ในชุดขาดลุ่ย สภาพแวดล้อมรอบตัวดูเหมือนยุคโบราณ และอีกอย่างที่เธอสังเกตทันทีนั้นคือ สภาพของห้องที่เธอนอนอยู่ตอนนี้นั้น สามารถใช้คำว่า อเนถอนาจได้เลยอย่างเต็มที่
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากกระจกโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ เธอ
"นายหญิงน้อย ท่านตื่นแล้วหรือยัง?"
นี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่จ้าวเว่ยเว่ยจะมานั่งตบหน้าตัวเองอยู่นี้ เพราะต้องการให้ตัวเธอตื่น เพราะคิดว่านี้คือความฝัน
จ้าวเว่ยเว่ยตกใจกลัวเธอรีบทิ้งกระจกลงอย่างแรงทันที น่าแปลกที่แม้ว่าเธอจะทิ้งมันลงอย่างแรงแต่ว่ามันไม่แตกหรือแม้แต่มีรอยร้าวเลยสักนิดเดียว เธอจ้องมองไปที่กระจกอย่างตะลึงงัน ภาพสะท้อนในกระจกตอนนี้มีเพียงแสงสีทองและเงินที่วิ่งวูบวาบไปมาและค่อยๆ เรืองแสงออกมาเล็กน้อย
"คุณเป็นใครกัน?
จ้าวเว่ยเว่ยถามขึ้นมาพลางพยายามถอยออกให้ห่างจากเจ้ากระจกบานนี้ให้มากที่สุด แต่ด้วยร่างกายที่ตอนนี้เหมือนจะไม่สบายของเด็กสาวคนนี้ทำให้เธอเกิดอาการวิงเวียนศีรษะจนต้องนั่งนิ่งๆ และหลับตา ทันใดนั้นเสียงของเจ้ากระจกก็ดังขึ้นมาอีก
"ข้าคือกระจกวิเศษ ข้าถูกสาปให้ถูกกักขังอยู่ในกระจกนี้มานานแสนนาน เลือดของเจ้าปลดปล่อยข้า ตอนนี้ท่านเป็นนายหญิงของข้าแล้ว ข้าจะมอบพรให้เจ้า 3 ประการ เจ้าสามารถขออะไรก็ได้ เชิญ! "
จ้าวเว่ยเว่ยยังคงมึนงง เธอไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นก็ผลักดันให้เธอถามคำถาม และอีกประการคือ คำว่า พร 3 ประการ นั้นด้วยมันดูดึงดูดใจมากเลย
"กระจกวิเศษที่เหมือนกันกับของน้องสโนว์ นะรึ? "
จ้าวเว่ยเว่ยถามขึ้นมา เจ้ากระจกเงียบเพราะมันไม่รู้ว่าน้องสโนว์คือใครนั้นเอง เมื่อไม่มีคำตอบจ้าวเว่ยเว่ยจึงเปลี่ยนคำถามใหม่
"คุณสามารถที่จะให้พร 3 ประการกับฉันได้จริงๆ หรือ? ฉันขออะไรก็ได้จริงๆ นะหรือ?" เมื่อยังข้องใจจ้าวเว่ยเว่ยก็ยังคงตั้งคำถามกับเจ้ากระจกอีก
"เป็นเช่นนั้นนายหญิง ท่านสามารถที่จะพรจากข้าได้ 3 ประการ จงคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะเอ่ยออกมา"
เจ้ากระจกเอ่ยบอกนายหญิงของมัน
จ้าวเว่ยเว่ยคิดทบทวนอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่จะได้สัมผัสประสบการณ์จริงในยุคโบราณ โอกาสที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด และเธอคิดว่าลองดูก่อนข้อแรกก็แล้วกัน ถ้าหากว่ามันเป็นจริงอย่างที่เจ้ากระจกบอกเธอก็จะได้เตรียมตัวและระมัดระวังในการขอในข้อที่ 2- 3 ต่อไป
"ข้าขอพรข้อแรก ข้าขอความรู้เกี่ยวกับยุคสมัยนี้ ข้าต้องการเข้าใจภาษา วัฒนธรรม และประเพณีของที่นี่ และที่สำคัญที่นี้คือที่ไหนของโลกใบนี้กัน"
สิ้นเสียงเอ่ยขอพรของจ้าวเว่ยเว่ย กระจกโบราณก็เรืองแสงสีทองออกมาและจากนั้นมันก็พุ่งเข้าที่หน้าผากของจ้าวเว่ยเว่ยทันที เพียงอึดใจเดียวความรู้มากมายมหาศาลต่างก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของจ้าวเว่ยเว่ย เธอรู้สึกราวกับว่าสมองของเธอถูกปลดล็อก เธอสามารถเข้าใจภาษาจีนโบราณได้อย่างคล่องแคล่ว เรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในยุคสมัยนั้นได้อย่างรวดเร็ว
และในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าเธอไม่ได้อยู่แค่ในยุคโบราณเฉยๆ แต่เธออยู่ในยุคโบราณสมัยราชวงค์หมิง ยุคสมัยอันยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองที่ห่างไกลจากโลกปัจจุบันของเธอมากกว่า 1,000 ปี
หัวใจของจ้าวเว่ยเว่ยเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น ด้วยความที่เธอชอบของโบราณอยู่แล้ว เธอจึงใฝ่ฝันมาตลอดที่จะได้สัมผัสประสบการณ์จริงในยุคโบราณ และตอนนี้ความฝันของเธอก็เป็นจริงแล้ว
เธอเหลือบมองไปที่กระจกวิเศษที่วางอยู่บนโต๊ะ มันเป็นสิ่งที่นำพาเธอมาสู่สถานที่นี้ และมันก็จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการผจญภัยของเธอในยุคโบราณ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่านี้คือความจริง และเธอไม่ได้ฝันแต่อย่างใด ทันใดนั้นเสียงของเจ้ากระจกโบราณก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
" นายหญิงโปรดเอ่ยของพรข้อที่สอง"
**** ข้อที่สอง จ้าวเว่ยเว่ยจะขออะไรดีน่า ****
กระจกเก่าทรงโบราณที่จ้าวเว่ยเว่ยเจอ
คำสัญญา
บทที่ 2 คำสัญญา
ตอนนี้จ้าวเว่ยเว่ยนั้นทราบแล้วว่าพรที่เธอขอนั้นเป็นจริง ถ้าเช่นนั้น นี่คือความจริงอย่างนั้นหรือ เธอทะลุมิติมาที่ยุคราชวงค์หมิงจริงๆ นะหรือ
“เออ…แล้วร่างของฉันที่อยู่ที่ยุคปัจจุบันล่ะ ถ้าฉันมาอยู่ที่นี้แล้วร่างของฉันจะเป็นอย่างไร?”
แน่นอนสิว่าเธอต้องห่วงร่างของตัวเอง เพราะอยู่ๆก็ถูกย้ายวิญญาณมาที่นี่แล้วร่างนั้นจะมีวิญญาณอยู่ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเธอตายแล้วหรอกหรือ!
“ร่างนั้นเพียงหลับใหลอยู่เท่านั้นเอง นายหญิงยังมีเวลาอยู่” กระจกโบราณตอบกลับมา
‘ยังมีเวลาอยู่’ “หมายความว่าอย่างไงที่ว่ายังมีเวลาอยู่”
ตอนนี้บอกเลยว่าลืมเรื่องการขอพรแล้วเถอะ เพราะจ้าวเว่ยเว่ยนั้นเป็นกังวลเกี่ยวกับร่างของตัวเองที่อยู่ในยุคปัจจุบัน
“นายหญิงทำใจเถิด การที่ท่านและข้าได้พบเจอกันนั้นมันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็เป็นได้ และข้าก็ไม่ใช่คนที่กำหนดให้นายหญิงต้องมาที่ยุคนี้ด้วย ข้าเพียงต้องตามนายหญิงมาเท่านั้น” กระจกโบราณบอกออกมา
จ้าวเว่ยเว่ยนิ่งคิดอยู่สักพักหนึ่ง แล้วถอนหายใจ นั้นสินะ! ทำไมตอนที่อยู่ที่โรงพยาบาลเธอถึงได้ร้อนรนอยากจะมาที่ร้านขายของเก่าแห่งนี้มาก และที่สำคัญย่านที่โรงพยาบาลของเธอตั้งอยู่นั้นเป็นย่านใจกลางเมืองซึ่งมีตึกรามที่ทันสมัยขึ้นมากมายเพราะเป็นพื้นที่ที่แพงที่สุดในเมืองก็ว่าได้ …ทำไม..ร้านขายของเก่าร้านนั้นถึงได้สามารถไปเปิดข้างๆ โรงพยาบาลของเธอได้ล่ะ มันน่าสงสัยจริงๆ
“พรข้อที่สองที่นายหญิงต้องการขอคืออะไร?”
เจ้ากระจกถามขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกับว่ามันยังไม่เสร็จสิ้นภารกิจจำเป็นต้องทำให้เสร็จ
“ถ้าฉันต้องการขอเป็นพวกข้าวของเงินทองเจ้าสามารถที่จะให้ได้หรือไม่?”
จ้าวเว่ยเว่ยลองเชิงดูก่อน เพราะถ้าจำเป็นต้องมาอยู่ในยุคนี้สิ่งที่ต้องการแน่นอนว่าต้องเป็นเงินทอง เพราะเท่าที่เธอมองดูสภาพห้องที่เธออยู่ตอนนี้มันช่างอนาถาเหลือเกิน ผ้าห่มที่เก่าบางและบางแห่งมีรอยขาด ไหนจะเสื้อผ้าที่เธอสวมนี้ไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วก็ว่าได้ ถ้าแบบนี้ไม่ยากจน จะเรียกว่าอะไรได้ล่ะ ดังนั้นเธอคิดว่าเธอต้องการเงิน เงิน และเงิน!
“ข้าไม่อาจจะให้เงินทองกับนายหญิงได้ มันผิดกฎของสวรรค์มากเกินไป นายหญิงโปรดสิ่งขอใหม่เถิด”
ชัดเจนไม่ต้องคิดต่อเลยทีเดียว ให้เงินไม่ได้ ต้องหาเอง ได้งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกันในเมื่อเธอเป็นหมอ เธอก็ควรที่จะเอาวิชาความรู้ของตัวเองมาใช้ที่นี่ก็แล้วกัน
"ฉันขอพรข้อสอง เป็นอุปกรณ์การแพทย์สมัยใหม่ที่ฉันเคยใช้ทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่เริ่มเป็นหมอรวมทั้งยาชนิดต่างๆ ที่ฉันเคยใช้และขอชุดยาสมุนไพรทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรที่หายากแค่ไหนก็จงรวมมาให้ฉันและฉันต้องการตำรับตำรายาต่างๆ ด้วยเพราะหากว่าฉันมีโอกาสฉันก็ต้องการที่จะรักษาผู้คนในยุคนี้เช่นกัน"
กระจกโบราณเงียบไปพักหนึ่งเหมือนว่ามันกำลังประมวลผลคำขอพรของเธอ เพราะจะว่าไปมันก็เยอะมากเหมือนกันนะ จ้าวเว่ยเว่ย นั่งนิ่งและลุ้นอยู่ในใจว่าคำขอนี้ขอเธอจะเป็นผลหรือไม่
เพียงไม่นานกระจกโบราณก็เรืองแสงอีกครั้ง ทันใดนั้นเอง ส่วนล่างของมันก็แตกออกมาเป็นชิ้นเล็กรูปร่างคล้ายจี้ห้อยคอ และไม่นานมันก็ลอยมาว่างที่มือเล็กแห้งเหี่ยวของเธอ และเมื่อมองดูที่กระจกอีกครั้งจ้าวเว่ยเว่ยก็เห็นว่าอีกฝั่งของกระจกก็เกิดรอยร้าวและแตกออกเป็นรูปจี้คล้ายกับที่อยู่ในมือของเธอและเพียงไม่นานมันก็หายไปในอากาศทันที
“เพราะคำขอของนายหญิงนั้นเหนือกว่าอำนาจที่ข้าจะทำได้ ดังนั้น ข้าจึงต้องทำการแลกเปลี่ยนโดยให้ชิ้นส่วนของข้าไป จี้กระจกในมือของนายหญิงนั้นมีสิ่งที่ท่านต้องการอยู่ในนั้นแล้ว ”
เธอหยิบจี้กระจกขึ้นมาดู มันเป็นจี้กระจกสีเข้ม มีลวดลายที่สวยงามเหมือนกับขอบของมัน เธอรู้สึกถึงพลังบางอย่างแผ่กระจายออกมาจากจี้
"ฉันจะใช้พลังของจี้นี้ทำอะไรได้บ้าง?" เธอถาม
"จี้กระจกนี้มีพลังพิเศษมันสามารถพานายหญิงไปยังสถานที่ใด ๆ ก็ได้ในยุคสมัยนี้ และมันสามารถช่วยนายหญิงค้นหาสิ่งที่ท่านต้องการและมันยังสามารถเก็บสิ่งของต่างๆ ที่นายหญิงต้องการเอาไว้ด้านในได้ " กระจกวิเศษตอบ
“หา!!! จริงหรือ งั้นมันก็เหมือนกันแหวนมิตินะสิ!”
จ้าวเว่ยเว่ยตื่นเต้นมากขึ้นเพราะจากคุณสมบัติที่เจ้ากระจกโบราณพูดมานั้นมันเป็นคุณสมบัติของแหวนมิติที่เธออ่านเจอในนิยายย้อนอดีตทุกเล่มที่นางเอกต้องมีนะ
“จะว่าเช่นนั้นก็ได้ และที่ดีกว่านั้นคือ…มันสามารถเพิ่มปริมาณของที่นายหญิงต้องการได้ เพียงแค่ใช่มันส่องไปที่ของสิ่งนั้นและบอกจำนวน ดังนั้นนายหญิงไม่จำเป็นต้องใส่อะไรเข้าไปเยอะ” กระจกโบราณบอกคุณสมบัติที่วิเศษสมกับเป็นชิ้นส่วนของกระจกวิเศษจริงๆ
“ขอบคุณเจ้ามาก แล้วเจ้ามีรอยแตกเช่นนี้ไม่เป็นอะไรหรือ” จ้าวเว่ยเว่ยเห็นรอยร้าวด้านล่างที่เจ้ากระจกโบราณเสียสละเพื่อทำให้พรของเธอเป็นจริง
“เมื่อกระจกมีรอยร้าวพลังของข้าก็จะลดลง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไข ถ้าสิ่งที่นายหญิงกระทำลงไปในยุคนี้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้คนได้รอยร้าวที่ด้านล่างของข้าก็จะค่อยๆ ประสานกันเมื่อมันประสานกันทั้งแผ่นพลังของข้าก็จะกลับมาเช่นเดิม” กระจกโบราณเอ่ยขึ้นมา
“นายหญิงของพรข้อที่สามเถิด”
จ้าวเว่ยเว่ยมองไปที่ปลายด้านล่างเธอรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้เจ้ากระจกมีรอยแตกร้าวเช่นนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ
“พรข้อที่สามอาจจะต้องทำให้เจ้าเสียสละกระจกอีกชิ้นก็เป็นได้นะ คือว่า ถ้าฉันต้องการที่จะกลับไปที่ยุคปัจจุบันเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่ ฉันมีหลายอย่างที่ยังไม่ได้จัดการถ้าเจ้าสามารถทำได้ ฉันสัญญาว่าเมื่อกลับมาอยู่ที่นี้ฉันจะพยายามสุดความสามารถที่ทำให้เจ้ากลับมาเป็นกระจกที่สมบูรณ์และไม่แตกร้าวอีกต่อไป”
จ้าวเว่ยเว่ยลองเสี่ยงขอพรที่ยากอีกครั้ง เธอรู้ว่าถ้าเจ้ากระจกตกลงมันคงต้องเสียสละบางส่วนไปอีกแน่นอน
กระจกวิเศษเงียบไปครู่หนึ่ง จ้าวเว่ยเว่ยรู้สึกตึงเครียด เธอกลัวว่าคำขอของเธอจะเป็นการมากเกินไป แต่แล้ว เธอก็ได้ยินเสียงกระจกแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ อีกครั้ง ครั้งนี้มันแตกร้าวไปถึงครึ่งบานเลยทีเดียว
"นายหญิง ข้าได้ทำตามคำขอของท่านแล้ว แต่จงจำไว้ นี่คือครั้งสุดท้าย ตอนนี้ข้าไม่มีพลังเหลืออีกแล้ว เมื่อท่านกลับไปยังโลกปัจจุบัน ข้าจะกลายเป็นเพียงกระจกธรรมดา ไม่มีพลังวิเศษใด ๆ อีกต่อไป"
จ้าวเว่ยเว่ยรู้สึกเสียใจขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรู้ว่า เธอกำลังทำลายพลังวิเศษของเจ้ากระจกโบราณ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น เธอจำเป็นต้องกลับไปจัดการเรื่องราวในโลกปัจจุบันให้เสร็จสิ้น
"ฉันสัญญาฉันจะดูแลเจ้าอย่างดี ฉันจะหาทางทำให้เจ้ากลับมาเป็นกระจกที่สมบูรณ์อีกครั้ง และขอบคุณมาก"เธอเอ่ยขึ้นมาจากใจจริง
"นายหญิงจงจำไว้ การใช้พลังของข้ามีข้อจำกัด ด้วยพลังของข้า สามารถทำให้ท่านสามารถทะลุมิติกลับมายังโลกปัจจุบันได้เพียง 5 วันเท่านั้น และท่านสามารถนำสิ่งของจากโลกปัจจุบันมายังยุคนี้ได้ แต่จงใช้พลังนี้อย่างชาญฉลาด มิฉะนั้นเจ้าอาจต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด"
กระจกวิเศษเปล่งแสงสว่างจ้าอีกครั้ง จ้าวเว่ยเว่ยรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนเข้าไปในแสงสว่างนั้น เมื่อเธอหลับตาลงและลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในห้องของเธอเช่นเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนว่าเธอไม่เคยจากไปไหนเลย หรือว่าเธอฝันไป จ้าวเว่ยเว่ยคิดและตัวสั่นขึ้นมา แต่แล้วเมื่อเธอมองไปที่กระจกวิเศษ ก็เห็นมันแตกเหลือเพียงครึ่งบาน ถ้าเช่นนั้นนี้ก็เป็นความจริงนะสิ เธอรู้สึกเศร้าใจ แต่เธอก็รู้ว่า เธอทำสิ่งที่ถูกต้อง เธอจำเป็นต้องกลับมาจัดการเรื่องราวในโลกปัจจุบัน
เธอรีบเก็บกระจกวิเศษที่แตกเป็นชิ้น ๆ ใส่กล่องไม้ เธอต้องหาวิธีทำให้กระจกวิเศษกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะทำตามคำสัญญาที่เธอให้ไว้กับกระจกวิเศษ เมื่อคิดได้เช่นนั้นจ้าวเว่ยเว่ยก็คิดทันทีว่าต้องการจะนำอะไรไปที่ยุคโบราณกับเธอด้วย
***เป็นการขอพรที่ค่อนข้างตึงเครียดพอสมควรนะคะ ทำไมไม่ง่ายเหมือนคนอื่นเขานะ กระจกแตกไปครึ่งบาน ตอนนี้ไม่มีพลังแล้ว แต่ว่าในมือน้องเว่ยยังมีจี้กระจกที่สามารถเก็บของได้อยู่นะ ดังนั้น….จัดการเลย***
ถึงรีดที่รัก
ถ้าถูกใจอย่าลืมกดหัวใจ คอมเมนต์ และที่สำคัญกดติดตามด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
มีเวลาเพียง 5 วัน
บทที่ 3 มีเวลาเพียง 5 วัน
จ้าวเว่ยเว่ยนั้นวางกระจกแตกลงในกล่องและรีบเดินไปที่คอมพิวเตอร์ของเธอทันที เพราะว่าเธอมีเวลาที่จะสะสางเรื่องต่างๆ เพียงแค่ 5 วันเท่านั้น เธอจำเป็นต้องรีบ อย่างแรกที่เธอทำคือ หาข้อมูลของราชวงค์หมิง เพราะว่าถึงแม้พวกเธอจะเรียนมาแต่ว่ามันก็นานละข้อมูลบางอย่างก็ไม่ได้นำมาใช้ด้วย ทางที่ดีคือ ดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ข้อมูลที่เธอได้นั้นคือ
ราชวงศ์หมิงเป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เป็นช่วงเวลาแห่งความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ราชวงศ์หมิงยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโลกใหม่ราชวงศ์หมิงก่อตั้งขึ้น โดยจักรพรรดิหงหวู่ ซึ่งเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ เขาสร้างระบบการปกครองที่มั่นคงซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ถึงความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพของราชวงศ์
ความสำเร็จทางเศรษฐกิจ: ราชวงศ์หมิงเป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ การเกษตร การค้า และอุตสาหกรรมทั้งหมดเฟื่องฟู สิ่งนี้ทำให้เกิดการเติบโตของประชากรและมาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้น
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี: ราชวงศ์หมิงเป็นผู้รับผิดชอบต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญหลายประการ รวมถึงการพิมพ์ เข็มทิศ และดินปืน การประดิษฐ์เหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อโลกและช่วยให้ราชวงศ์หมิงเข้ายึดครองตำแหน่งผู้นำระดับโลก
การสำรวจ: ราชวงศ์หมิงเป็นยุคแห่งการสำรวจ นักเดินเรือชาวจีนเช่น เจิ้งเหอ เดินทางไปยังดินแดนที่ห่างไกลและสร้างความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมอื่น ๆ การสำรวจเหล่านี้ช่วยขยายขอบเขตของความรู้ของโลกและนำไปสู่การแลกเปลี่ยนสินค้าและความคิดใหม่ ๆ
วัฒนธรรม: ราชวงศ์หมิงเป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม วรรณกรรม ศิลปะ และดนตรีทั้งหมดเฟื่องฟู ช่วงเวลานี้ยังเห็นการพัฒนาของโรงละครจีน ศิลปะการประดิษฐ์ตัวอักษร และภาพวาดภูมิทัศน์
ปรัชญา:ราชวงศ์หมิงเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูทางปรัชญา ลัทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋าได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และมีการพัฒนาวิทยานิพนธ์ทางปรัชญาใหม่ ๆ มากมาย
และที่สำคัญที่จ้าวเว่ยเว่ยรู้นั้นก็คือการสร้างกำแพงเมืองจีนเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เริ่มสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน แต่ได้รับการขยายและเสริมสร้างโดยราชวงศ์หมิง กำแพงเมืองจีนยาวกว่า 13,000 ไมล์ และสร้างขึ้นเพื่อปกป้องจักรวรรดิจากผู้รุกราน
ข้อมูลที่เธอได้มานั้นสำคัญเพราะว่าการที่เธอจะไปอยู่ที่นั่นแน่นอนว่าจะต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก ที่นั่นไม่มีไฟฟ้า ไม่สามารถที่จะใช้เครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ได้เลย เธอจำเป็นต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองไม่ลำบากมาก และที่สำคัญก็คือ พวกเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ของเธอที่อยู่ในจี้กระจก ไม่รู้ว่าจะยังใช้ได้หรือเปล่าเพราะบางอย่างนั้นต้องใช้ไฟฟ้านะสิ เมื่อคิดถึงตรงนี้จ้าวเว่ยเว่ยก็เสิร์ชอุปกรณ์ที่ผลิตกระแสไฟฟ้า และหาแหล่งผลิตไฟฟ้า และวิธีการผลิตไฟฟ้าไปด้วยเลยก็แล้วกันเพื่อได้ใช้ และสำหรับข้อมูลที่หามาเดี๋ยวเธอค่อยไปดูให้ละเอียดอีกครั้งก็แล้วกัน ตอนนี้จะต้องรีบดูว่าของที่จะนำไปด้วยนั้นจะต้องเอาอะไรไปบ้างนะสิ
เพราะว่าเจ้ากระจกวิเศษบอกว่า เอาไปเพียงชิ้นเดียวก็พอเพราะเธอสามารถที่จะเพิ่มจำนวนมันได้ตามที่เธอต้องการ เมื่อคิดถึงตรงนี้จ้าวเว่ยเว่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และหาข้อมูลข้าวของที่จะนำไปด้วยต่ออย่างรวดเร็ว และอันไหนที่เธอสั่งออนไลน์ได้เธอก็รีบสั่งทันที เพราะระยะเวลา 5 วันเธอน่าจะสามารถนำพวกมันไปด้วยได้อยู่ และไม่เพียงแค่เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์เท่านั้นที่หาไปด้วย ยังมีพวกเครื่องมือการเกษตร เครื่องจักร เครื่องยนต์ อุปกรณ์เครื่องไม้เครืองการก่อสร้างต่างๆ หลายสิบชนิดที่เธอสั่ง ส่วนวิธีการใช้นั้นเธอโหลดออกมาเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว เอาไว้ศึกษาไปด้วย ใช้งานไปด้วยก็แล้วกัน เพราะถ้าอยู่ที่นั่นเธอน่าจะมีเวลาว่างมาก และเมื่อว่างก็สามารถที่จะเรียนรู้ได้อยู่แล้ว ยิ่งยุคที่เธอจะไปนั้น เท่าที่อ่านมาจักรพรรดินั้นส่งเสริมพวกนักประดิษย์ด้วยไม่แน่ ว่าถ้าเธอประดิษย์อะไรออกมาได้เธออาจจะได้รับรางวัลก็เป็นได้
เพราะว่าเจ้ากระจกไม่สามารถที่จะเสกเงินให้เธอได้ ดังนั้นเธอจำเป็นต้องหามันมา แต่ว่า…ถ้าเธอเอาทองคำไปด้วยล่ะ มันสามารถที่จะเพิ่มจำนวนได้หรือเปล่านะ???? โอยยย อยากรู้จังเลย
เป็นเวลา ตี 2 ของวันใหม่แล้วแต่จ้าวเว่ยเว่ย (และไรท์) ยังไม่นอน เธอยังคงสั่งของออนไลน์และหาข้อมูลทุกอย่างที่ทำได้ เพราะอะไรนะหรือการไปที่นั่น ก็คือการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตเลยนะ จะทำเป็นเล่นไม่ได้และอีกอย่างเธอก็ต้องรับผิดชอบที่ทำให้เจ้ากระจกวิเศษนั้นหมดพลังด้วย เธอต้องคิดหาทางที่จะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิน เพราะถือว่ามันช่วยเธอแล้วต่อไปเธอก็ต้องดูแลมันจนกว่ามันจะกลับมามีพลังเหมือนเดิน เธอถือคติบุญคุณต้องทดแทน ส่วนความแค้น….ถ้ายังพอมีเวลาก็ยังไม่ต้องรีบชำระก็ได้ อีก 10 ปีก็ยังทัน (กระจกวิเศษนะ 5555) ดังเธอจะต้องเตรียมการให้พร้อม ทั้งอาหารการกิน เครื่องนุ่งห่ม อาวุธ ส่วนยานั้นเธอไม่ห่วงเธอมีเยอะมาก เพราะในตอนที่เธอดูว่าจะเอาอุปกรณ์อะไรไปด้วยนั้น เธอได้ใช้จิต ‘มอง’ เข้าไปในจี้กระจกเก็บของที่ได้มา ปรากฏว่า….
ปรากฏว่าภายในเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มาก แต่ทุกอย่างถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบมาก แสดงให้เห็นถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเจ้ากระจกโบราณ ภายในนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เธอเคยใช้มาตั้งแต่เริ่มแรกของการเป็นแพทย์ที่จัดเอาไว้ใน โกดังขนาดใหญ่ และด้านข้างนั้นก็มีพวกสมุนไพรที่ปลูกเอาไว้จำนวนมาก เธอเห็นแปลงปลูกต้นโสมอยู่แว๊บๆ ด้วย พลางคิดว่า มิน่าล่ะ กระจกถึงได้แตกขนาดนั้นเพราะว่าเจ้ากระจกนั้นได้ของมาเยอะจริงๆ เมื่อเห็นแบบนั้นจ้าวเว่ยเว่ยก็ไม่ห่วงเรื่องยาและสมุนไพร แต่ว่าเรื่องอาหารการกินนั้นก็สำคัญมาก…
…เอะเธอลืมอะไรหรือเปล่านะ…
จ้าวเว่ยเว่ยนิ่งอยู่พักนึ่งจึงนึกขึ้นมาได้ว่า เธอไม่รู้ว่าครอบครัวของเธอเป็นใครและมีอยู่กี่คนนะสิ และเธอก็ลืมถามเจ้ากระจกด้วย จะถามตอนนี้ก็ไม่ได้แล้วเพราะมันกลายเป็นเพียงเศษกระจกแล้วเฮ้อ เอาอย่างไรดีล่ะ จ้าวเว่ยเว่ยคิด ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจว่า เธอจะเตรียมข้าวของเอาไปด้วยสำหรับทุกเพศ ทุกวัยก็แล้วกัน เพราะไม่รู้ว่าไปถึงที่นั่นเธอจะเจออะไรบ้าง แต่ที่สังเกตได้ทันทีนั้นคือ เด็กน้อยคนที่เธอต้องย้ายวิญญาณไปอยู่นั้นไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายแน่นอน ดังนั้นเธอคิดว่าเธอเตรียมการเอาไว้ก่อนดีกว่า เพราะอาจจะเจอพวกที่ครอบครัวรังแก พี่น้องใจร้าย อะไรพวกนั้น เมื่อคิดได้เช่นนั้นจ้าวเว่ยเว่ยก็ยิ่งกระหน่ำหาสิ่งของไปด้วยเอาให้ครบถือคติเหลือดีกว่าขาดก็แล้วกันนะ ..
**** อยากรู้จังเลยว่าถ้าเอาทองคำใส่เข้าไปแล้วจะสามารถเพิ่มจำนวนได้หรือเปล่า *****
รีดที่รัก
ถ้าชื่นชอบอย่าลืม กดติดตาม กดหัวใจ หรือคอมเมนต์มาเพื่อเป็นกำลังใจได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ